จดหมายฉบับที่ 2 : ข้างหลังภาพ
posted on 28 Apr 2006 15:49 by junnie in Thai-books
สวัสดีนุ่น
ตอนเช้าๆเมืองเล็กริมทะเลที่น้าจูนอยู่ดูสวยดี
ทะเลเริ่มสวยแล้วตอนนี้เพราะฤดูร้อนกำลังจะมาถึง
วันนี้น้าจูนตื่นเช้าเป็นพิเศษและรื้ออุปกรณ์วาดรูปมาตรวจสภาพ
อาจจะลองเริ่มวาดรูปสีน้ำใหม่ น้าจูนไม่เคยเรียนหรอก
แต่คนแรกที่เริ่มวาดรูปสีน้ำก็คงไม่เคยเรียน
...เราคงต้องลองดูก่อน ถ้ามันทำไม่ได้ จะได้รู้ว่าเราคงต้องไปเรียนกระมัง
กำลังพยายามปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตใหม่
..หลังจากไม่หลับไม่นอนมาพักใหญ่ๆ
มันอาจจะง่วงงุนบ้างในวันแรกๆ แต่ตอนเช้ามันก็สวยคุ้มค่าพอที่จะเริ่ม
แล้วทุกอย่างจะผ่านไปเสมอ อยู่ที่ใจเราเท่านั้นเอง
เมื่อเช้าน้าจูนหยิบหนังสือเล่มที่จะเขียนถึงวันนี้ติดมือมาร้านด้วย
ถ้าเธอเป็นผู้หญิง เธอคงอายหนังสือเล่มอื่นๆที่อยู่ในร้านยาน่าดู
น้าจูนบกพร่องเรื่องการดูแลหนังสือเล็กน้อย เธอจึงมีปกที่ยับหักด้านหนึ่ง
น่าสงสารเพราะเธอเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 20 มีอายุมากกว่า 15 ปีแล้ว
.....อายุมากกว่านุ่นแน่ๆ
แถมที่บ้านน้าจูนยังมีหนังสือเรื่องเดียวกันนี้ฉบับพิมพ์ปี 2518
แม่น้าจูนบ่นตอนน้าจูนซื้อมาซ้ำว่า มีแล้วซื้อมาอีกทำไมเนี่ย
โธ่เล่มนี้มีรูปพี่หนุ่ยด้วยนะแม่ และบางครั้งเราก็อยากมีเรื่องราวอ่อนหวานเป็นของเราเอง
(พี่หนุ่ยสำหรับน้าจูน คงเป็นลุงหนุ่ย อำพล ลำพูน สำหรับหนู
สมัยนั้นพี่หนุ่ยเป็นชายในดวงใจน้าจูน อาจจะเหมือนที่เด็กๆตอนนี้ชอบหนุ่มเรน
....ไม่มีอะไรไร้สาระเกินไป การชอบศิลปิน ดาราสักคน
และว่ากันที่จริงน้าจูนว่า เรนก็หล่อดี น้าจูนยังชอบเลยฮ่ะ ฮ่ะ)
อะไรทำให้หนังสือสักเล่มถูกพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
...นับมาจนถึงครั้งที่ 20 ในปี 2534 สำหรับฉบับที่อยู่ในมือน้าจูน
และถูกทำเป็นหนังซ้ำให้น้าจูนได้เข้าไปนั่งดูในโรงหนังถึงสองครั้ง
"นพพร"ทั้งสองคนก็ดูเป็น"นพพร"อย่างในหนังสือสมใจคนอ่านเรื่องรัก
(และหล่อได้ใจน้าจูนดี ไม่ว่าจะเป็นพี่หนุ่ยหรือน้องเคน)
บางคนบอกว่าวรรคทองของหนังสือเล่มนี้
คือประโยคสุดท้ายที่"คุณหญิงกีรติ"เขียนลงในกระดาษ
ประโยคสุดท้ายในบทสุดท้ายของหนังสือที่ว่า
"ฉันตายโดยปราศจากคนที่ฉันรัก
แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก"(1)
แต่สำหรับน้าจูนคนที่มีหนังสือเล่มนี้วางเก่าแล้วเก่าอีกอยู่ในบ้าน
...ไม่เคยคิดอยากหยิบมาอ่านเพราะมีคนบอกแล้วว่ามันจะจบเศร้า
อืม น้าจูนเป็นคนนิยมความสุขมาแต่เด็กแต่เล็กเชียว
เมื่อได้ดูหนังในโรงฉบับอำพลกับนาตยา
(อำพล ลำพูน นี่นุ่นน่าจะเคยเห็นอยู่บ้าง
ส่วนนาตยา แดงบุหงา ดารายุคน้าจูนเมื่อไม่นานมานี้
ก็เพิ่งมาเป็นพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางค์ในโฆษณาทีวี)
น้าจูนกลับอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอย่างตะหงิดๆ
คงรู้สึกเหมือนเวลาเราไปซื้อของกินตามร้านค้า
ซึ่งแม้ว่าอาหารนั้นทำมาอย่างปราณีตบรรจงเพียงไร
แต่บางทีเราก็อยากลองทำเองดูบ้าง
เหมือนที่นุ่นลองทำไข่ตุ๋นและไข่เจียวอย่างที่บันทึกไว้ในบล็อกเมื่อวันก่อน
แล้วน้าจูนก็หยิบหนังสือมาเปิดอ่าน ตั้งใจไว้ว่าถ้ามันเศร้าแต่แรกนะจะเลิกอ่านเลย
แล้วบทแรกของหนังสือ"ข้างหลังภาพ"
ก็มัดมือมัดเท้าและมัดหัวใจนักนิยมสุขอย่างน้าจูนให้อ่านต่อไปจนจบ
ด้วยความอยากรู้อย่างสุดซึ้งว่า "ข้างหลังภาพ"นั่นมีอะไรกันแน่
ภาพ"ริมลำธาร"ที่ผู้หญิงชื่อ"ปรีดิ์"กล่าวว่า
"...ดูเป็นภาพที่ธรรมดาอย่างที่สุด "
บางตอนของบทแรกของหนังสือเล่มนี้ต่างหากที่เป็นวรรคทองสำหรับน้าจูน
ประโยคที่"นพพร"รำพึงกับตัวเองเมื่อมองลึกเข้าไปในภาพวาดริมลำธาร
....ที่เป็นของกำนัลชิ้นสุดท้ายจากคุณหญิงกีรติ
"ข้าพเจ้าผู้รู้ดีว่า ข้างหลังภาพนั้นมีชีวิต
และเป็นชีวิตที่ตราตรึงอยู่บนดวงใจข้าพเจ้า
สำหรับคนอื่น ข้างหลังภาพนั้นก็คือกระดาษแข็งแผ่นหนึ่งและต่อไปก็คือผนัง
ฉะนั้นเขาจะมองเห็นภาพนั้นเป็นอย่างอื่น
นอกจากที่เป็นแต่เพียงภาพธรรมดาสามัญภาพหนึ่งอย่างไรได้
ข้าพเจ้าย่อมทราบดีว่า
ผู้เขียนได้เขียนภาพนั้นด้วยชีวิตมิใช่โดยไม่เอาใจใส่เลย
ข้าพเจ้าแลเห็นความเคลื่อนไหวทุกสิ่งทุกอย่าง
..ในภาพอันสงบและดูเป็นธรรมดาที่สุดนั้น
ทุกฉากทุกตอนตั้งแต่บทต้นจนกระทั่งบทสุดท้าย
...ซึ่งได้ปิดฉากลงอย่างแสนเศร้า"(2)
หนังสือบางเล่มที่จบเศร้าแล้วน้าจูนไม่ชอบใจ
มักจะโดนน้าจูนข่มขืนน้ำใจโดยการเขียนตอนจบเสียใหม่
คิดแล้วก็ขำตัวเอง
น้าจูนเคยเขียนตอนจบของเรื่องคู่กรรมใหม่ตอนเรียนมัธยมสาม
ตอนที่เรายังอายุน้อยๆเรามักจะไม่ค่อยเข้าใจชีวิตนัก
...จะให้พระเอกตายได้อย่างไร จริงไหม โกโบริน่ารักเสียขนาดนั้น
อยากเขียนมาให้นุ่นอ่านเหมือนกันแต่เกรงแฟน"ทมยันตี"จะเคืองน้าจูนเอา
"ทมยันตี"เขียนไว้สวยจริงๆ เอามาอ่านซ้ำทีไรน้ำตาไหลทุกที
แต่สำหรับ"ข้างหลังภาพ"แล้ว น้าจูนทำอะไรกับมันไม่ได้จริงๆ
"คุณหญิงกีรติ"คงต้องเป็นเช่นนั้น
และ"นพพร"คงเติบโตเป็นชายหนุ่มไม่ใช่"ยุวมิตรน้อย"อีกต่อไป
ไม่มีอะไรที่จะงามไปกว่านั้นได้แล้ว
น้าจูนจึงไม่สามารถจำแนกมันได้สักทีว่า"ข้างหลังภาพ"
..เป็นนวนิยายที่"จบสุข"หรือ"จบโศก"กันแน่
มันสมบูรณ์ด้วยตัวของมันเองแล้ว
...เป็นส่วนผสมที่พอดีๆของความสุขและความเศร้า
อ่าน"ข้างหลังภาพ"แล้วนุ่นควรแง้มดูข้างหลังเรื่องสักหน่อย
ผู้ประพันธ์เรื่องนี้คือนักเขียนนามอุโฆษอย่าง"ศรีบูรพา"
หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ นักคิดนักเขียนผู้ทรนง
ท่านประพันธ์"ข้างหลังภาพ"เมื่อเดินทางไปดูกิจการการพิมพ์ที่ญี่ปุ่นในปี 2478
ซึ่งหากพิจารณาสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น
เป็นยุคที่สื่อโดนบีบจากรัฐบาลในการนำเสนอความคิดเห็น
นี่แหล่ะที่น้าจูนอยากให้นุ่นรู้ ไม่ว่าเราอ่านหนังสืออะไรก็ตาม
สิ่งแรกที่ต้องทำคืออ่านคำนำให้ถ้วนถี่
...ถ้าจะให้ดีควรรู้ประวัตินักเขียนสักเล็กน้อย
จะทำให้เราอ่านหนังสือง่ายขึ้น
หนังสือที่ดีจะให้เราได้มากกว่าความเพลิดเพลินนัก
..ไม่ว่าจะเป็นภาพสะท้อนของสังคมในเวลานั้น หรือข้อคิดเล็กๆน้อยๆ
"ข้างหลังภาพ"ฉบับที่น้าจูนถืออยู่รวบรวมคำนำจากการพิมพ์ทุกๆครั้ง
ประวัติของศรีบูรพา และข้อถกเถียงที่ว่าภาพวาด"ริมลำธาร"
..ที่คุณหญิงกีรติมอบเป็นของขวัญวันแต่งงานกับนพพรนั้น
เป็นภาพสีน้ำหรือสีน้ำมันกันแน่
ไม่รู้ว่าเรื่องที่น้าจูนเล่ามาจะทำให้นุ่นเริ่มอยากอ่าน"ข้างหลังภาพ"ขึ้นมาบ้างหรือเปล่า
แต่เรื่อง"ข้างหลังภาพ"ก็ให้อะไรกับน้าจูนมากมาย
ไม่ว่าจะอ่านตอนนี้หรืออ่านตอนอายุเท่านุ่น
จำได้ว่านุ่นบอกว่าอยากเป็นนักเขียน เสียดายที่น้าจูนไม่ใช่นักเขียนผู้เก่งกาจ
...แต่ในฐานะนักอ่าน น้าจูนบอกได้ว่า ก่อนที่เราจะลงมือเขียนอะไรได้สักอย่าง
เราต้องรู้สึกกับสิ่งที่อยากเขียนอย่างลึกซึ้ง เข้าใจ ประทับใจ
...ทั้งสามข้อหรือข้อใดข้อหนึ่ง
เหมือนที่"คุณหญิงกีรติ"วาดภาพริมลำธารด้วยเรื่องราวมากมายหลังภาพนั้น
ทุกครั้งที่คนอ่านหนังสือ ทุกครั้งที่คนชมภาพ
แม้เป็นแค่เรื่องเล็กๆหรือภาพธรรมดาๆ
แต่อย่างน้อยที่สุด
...มันจะมีความหมายในใจเราเพื่อบันทึกความทรงจำนั้นไว้
และไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ ลงมือเสียที
มนุษย์ไม่ได้สูญเสียเวลาให้กับความผิดพลาด
...เท่ากับที่เสียให้กับคำว่า "เดี๋ยว"
คำในหนังสือ"ข้างหลังภาพ"สวยมากและถ้านุ่นอยากเป็นนักเขียน
น้าจูนในฐานะนักอ่านว่า นี่เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่นุ่นควรอ่าน
น้าจูนก็จะพยายามใช้คำว่า"เดี๋ยว"ให้น้อยลงอีก
เพราะคำว่า"เดี๋ยว"เคยทำให้น้าจูนพลาดอะไรไปมากต่อมาก
รูปที่เอามาประกอบวันนี้น้าจูนวาดเอง
ด้วยความพยายามทิ้งคำว่า
"เดี๋ยวค่อยวาด ให้ได้ไปเรียนก่อน"
น้าจูนเลือกตอนที่คิดว่ามีความสุขที่สุดแล้วของเรื่องมาวาด
...คิดว่าเป็นตอนที่"คุณกีรติ"และ"นพพร"ได้ไปเที่ยวภูเขามิตาเกะด้วยกัน
และเป็นที่มาของรูปวาดริมลำธาร วาดตามใจชอบของน้าจูนเอง
แฮ่ะ แฮ่ะ พระเอกใส่แว่นด้วยรสนิยมส่วนตัวของคนวาด
รูปไม่สวยนัก แต่คิดว่ามันสามารถทำลายกำแพงคำว่าเดี๋ยวค่อยทำไปได้บางส่วน
คิดว่านุ่นคงไม่ใช้คำว่า"เดี๋ยวค่อยเขียน"บ่อยนักนะ
...เดี๋ยวน้าจูนนักอ่านจะรอจนแก่เกินกว่าที่จะอ่านอะไรได้
หวังคงจะเห็นเรื่องที่นุ่นเขียนเร็วๆนี้นะคะ
น้าจูน
(1)หน้า 202 (2) หน้า 36
"ข้างหลังภาพ" ประพันธ์โดย "ศรีบูรพา" พิมพ์ครั้งที่ 20 พ.ศ.2534 สำนักพิมพ์ดอกหญ้า