.

   

ในคืนนั้น คืนที่ฉันต้องไปนอนเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลเป็นคืนแรก
โรงพยาบาลเงียบเชียบอย่างกับไม่ใช่แห่งเดียวกันกับเมื่อตอนกลางวัน
ฉันเงี่ยฟังเสียงรองเท้าตัวเองกระทบพื้นหินขัดดังแก็ก แก็ก
และพร่ำบ่นกับตัวเองว่า ทำไมนะ ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับครอบครัวของเรา

สายของวันอังคารหนึ่ง แม่โทรมาบอกฉันแบบขำๆว่า

“แม่อยู่โรงพยาบาลหล่ะ”

หลังจากฉันกรี๊ดไปสามตลบแม่จึงบอกว่า แม่ก็แค่อ่อนแรงขึ้นมาเฉยๆ
ไม่หกล้ม เนี่ยอยู่โรงพยาบาลแล้ว สบายมาก
จะกลับมามั้ยหล่ะ  เจอเพื่อนแม่คนโน้นคนนี้คนนั้นแล้ว
ไม่แน่หรอกนะ กลับมาแล้วแม่อาจจะกลับไปนอนเล่นสวยๆอยู่ที่บ้านก็ได้
ฉันจึงนอนใจ เปิดคอมพิวเตอร์เช็คเที่ยวบินสบายๆไม่รีบร้อน
พอตกบ่ายเท่านั้นเอง ฉันโทรไปหาแม่อีกครั้งเพื่อถามอาการ
....พลันเสียงที่ตอบกลับมานั้นหวาดหวั่น

“แม่เป็นมากขึ้น ลูกรีบกลับมานะ”

ฉันเหมือนได้ยินเสียงแม่ร้องไห้เบาๆลอดมาตามสาย
สำหรับคนไม่ขี้กังวลอย่างแม่ การบอกแบบนั้น หมายถึงมันมากมายจริงๆ
หัวใจตกวูบลงไปอยู่ที่ปลายเท้า แล้วก็มันกลิ้งกระเด็นกระดอนจนฉันจำอะไรไม่ได้
รู้ตัวอีกทีฉันก็ไปยืนอยู่ตรงนั้น  ข้างเตียงของแม่ในชุดโรงพยาบาลสีฟ้าหม่น
เตียงโรงพยาบาลนั้นใหญ่โตหรือแม่ตัวหดเล็กลงกันนะ
ฉันถึงรู้สึกว่าแม่ตัวเล็กกว่าครั้งที่เราเจอกั