ฉันรักจดหมายรัก2005/11/23
มันเป็นเรื่องของคนปีกหัก


อาการที่ดีเมื่ออวัยวะทางจินตนาการบางอย่างกลับใช้การได้ตามปกติ

1.อ่านกระทู้ที่เคยรู้สึกว่าโกหกแหงๆ(หลังจากปีกหักครั้งก่อน)...แล้วร้องไห้

2.อ่านต้นส้มแสนรัก ,กระท่อมน้อยของลุงทอม,ฉันอยู่นี่ศัตรูที่รัก...แล้วร้องไห้
(ตั้งใจไว้ว่า
- จะไม่เป็นพ่อแม่ที่ฆ่าจินตนาการของลูกอย่างพ่อแม่ในต้นส้มแสนรัก
- จะมองคนที่จิตใจ ไม่ใช่ที่ภายนอก
- จะดูแลความสัมพันธ์ของเรากับผู้คนที่เรารักดีๆ)

3.นิ่งพอที่จะหยิบ"พี่น้องคาร์ราคอฟ"มาอ่าน แม้จะจำไม่ได้ว่าอ่านถึงไหนแล้วเสมอ
(จดไว้:เริ่มอ่านคราวนี้ จะทำโน๊ตย่อ ฮะฮิ้ววว)

4.สังเกตุเห็นดอกหญ้าดอกเล็กๆแทรกขึ้นมาตรงร่องพื้นปูนที่หน้าร้านและรู้สึกว่ามันน่ารักจัง

ฉันเคยดูหนังเรื่อง 28 days
เรื่องที่นางเอกนักเขียนต้องไปบำบัดอาการติดเหล้าและความสัมพันธ์ในสถานบำบัด
มีบางคนที่เริ่มต้นกลับไปใช้ชีวิตข้างนอกอีกครั้ง
แต่ความสัมพันธ์นั้นไม่ง่าย พวกเขาได้รับคำแนะนำว่าในปีแรกให้เขาเริ่มต้นดูแลต้นไม้สักต้น
...เมื่อต้นไม้มีชีวิตรอดข้ามปี เขาถึงจะเริ่มดูแลสุนัขสักตัว
และเมื่อทั้งต้นไม้และสุนัขสมารถผ่านปีที่สองไปได้
พวกผู้รับการบำบัดเหล่านั้นจึงจะเริ่มมีแฟนได้

อืม หลังจากปีกหัก ฉันรู้สึกว่าตัวเองหยาบคายขึ้น
ไม่เชื่อเรื่องความรักและความสัมพันธ์ของผู้คน ขี้ระแวง
ไม่เขียนจดหมาย เลิกเขียนโปสการ์ดหาคนจริงๆ
เติมน้ำตาลมากไปในน้ำชาที่ดื่ม เพราะบางทีรสสัมผัสและการดมกลิ่นก็พลอยหยาบไปด้วย
ฟังเพลงใหม่ๆแล้วไม่รู้สึกอะไร เป็นพยากรณ์โรคที่ไม่ดีเลย
...เพราะอย่างน้อยฉันควรจะรู้สึกว่าไม่ชอบมันสักนิดก็ยังดี
ฉันเปิดทีวีไว้ทั้งวันแต่ไม่ได้ดูอะไรเลย เปิดไว้เพื่อให้มีเสียงเท่านั้น

เมื่อไม่กี่วันก่อนไปงานแต่งงาน ฉันได้ยินเพลงหนึ่งแล้วมันรู้สึกว่า เอ๊ะ เพลงอะไร เพราะจัง
เอ่ยปากถามเพื่อนที่นั่งข้างๆ โดนโห่ฮาว่าเธอไม่รู้จักเพลงนี้เหรอ
เพลงดังมากเลยนะ แถมดังมาเป็นปีๆแล้วด้วย
เพลงนั้นชื่อว่า"หากันจนเจอ"....ฉันตรงดิ่งไปร้านซีดีและหาแผ่นเพลงนี้มาเป็นสมบัติส่วนตัว
และเจออัลบั้มใหม่ของบรรดาศิลปินในดวงใจออกใหม่เพียบ
เหมือนเราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเพลงใหม่ออกมาแล้ว
(หรือหนึ่งปีที่ผ่านมา....ฉันโดนมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปไว้บนดาวอังคาร
และสร้างสิ่งแวดล้อมเทียมขึ้นมาอย่างในเรื่อง true man show)

อาจจะเพราะอากาศที่เย็นสบาย ดีกับ"โรคปีกหัก"ที่ฉันเป็นอยู่
..หรือเพราะ"ปีกหัก"ได้ก็หายได้ ฉันจึงรู้สึกดีขึ้นจริงๆ
ฉันเริ่มปลูกต้นไม้ต้นเล็กๆไว้ในกระถางหน้าร้าน และเก็บหมาตัวใหม่มาจากกลางถนน
บางทีถ้าฉันพาทั้งสองชีวิตผ่านปีหน้าไปได้
..ฉันอาจจะลองบินอีกครั้ง

(รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นซานดร้า บูลล็อคยังไงไม่รู้....อาจจะเป็นซานดร้า บูลด็อกซินโดรมก็เป็นได้

 

 

ฉันกำลังนั่งลงหน้ากล่องเวลา
ซึ่งข้างในนั้นเก็บเรื่องราวในอดีตไว้มากมาย

ย้อนไปราวหนึ่งปีก่อน
ฉันสองจิตสองใจที่จะเก็บหรือทิ้ง....ความทรงจำ
เจ้ากล่องฮาร์ดดิสของเครื่องคอมพิวเตอร์มีชิ้นส่วนเสียหาย
มีสองทางก็คือทิ้งมันไปเสียหรือพยายามกู้มันกลับมา

ครั้งหนึ่งฉันเคยปีกหักอย่างสะบั่กสะบอม
หลังเฝ้าเยียวยาตัวเองด้วยวิธีการต่างๆ
ก็ค้นพบว่าวิธีที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้วคือ "การเขียน"

กล่องจดหมายสีชมพูแสนหวานกล่องนี้
เพื่อนคนหนึ่งหยิบยื่นมาให้
ฉันเรียกเธอได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า "เพื่อน" ตั้งแต่ยังไม่รู้จักหน้าค่าตา
หลังจากเธอพยายามชวนฉันมาเขียนบล็อกหลายครั้ง
และฉันก็เอาแต่บอกว่าทำไม่ได้ทำไม่เป็น
บ่ายวันหนึ่งเธอก็ถามฉันจริงๆจังๆว่าอยากมีบล็อกแบบไหน อย่างไร

"เอาสีชมพูอ่อน กว้างๆ ว่างๆ"

ไม่น่าเชื่อว่า ด้วยคำอธิบายแค่นั้น
เธอจะสามารถสร้างบล็อกที่หน้าตาแบบที่คนอย่างฉันต้องร้องกรี๊ดแล้วบอกว่า
.....เราเกิดมาเพื่อกันและกัน โอ้ มายบล็อก
ฉันบอกไปขอบคุณไปไม่หยุดปาก
เธอบอกว่าไม่ต้องมาขอบคุณมาก เพราะเธอก็ขอช่วยให้คนอื่นทำให้อีกที
ซึ่งฉันคิดว่าเธอพูดจริงทุกประการ
เพราะหลังจากเปรียบมวยกันเรื่องความสามารถทางคอมพิวเตอร์แล้ว
เราสองคนมีความสามารถระดับกองเชียร์มวยตู้เท่านั้น
แต่ฉันว่านั่นมันยิ่งวิเศษไปใหญ่ที่ใครสักคนจะอธิบายให้คนอื่นทำอะไรให้ใครอีกคน
และทำได้ในระดับราวกับมานั่งอยูตรงกลางหัวใจ"ใครอีกคน"

ฉันลงมือแกะกล่องเวลา
ด้วยความเชื่ออย่างสุดใจว่าฉันจะเจอเรื่องเศร้าที่สุดของตัวเองอยู่ในนั้น
มันขดตัวเงียบเชียบรอวันที่ฉันจะกลับไปแตะต้องและพร้อมจะทะยานเข้าจู่โจมหัวใจ

แต่เปล่าเลย ไม่มีเรื่องเศร้าอีกแล้ว
อสรพิษชื่อความเศร้ากลายร่างเป็นหมอกควันว่างเปล่า
หัวใจฉันเรียนรู้ที่จะรู้จักอดีตพวกนั้นในชื่อความทรงจำ
และเมื่อริ้วควันจางหาย
ฉันพบอัญมณีเม็ดใหญ่ในกล่องใบนั้น
ตัวหนังสือคุยกันชักนำเพื่อนดีๆหลายคนเข้ามาในชีวิตฉัน
อัญมณีเม็ดงามนั้นชื่อว่า "มิตรภาพ"

ฉันหัวเราะตัวเองเสียยกใหญ่ที่หลงกลัว
เราต้องใช้ความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับศัตรู
แต่เราต้องการความกล้าหาญอย่างที่สุด
....ในเผชิญหน้ากับตัวเอง

 

 

Comment

Comment:

Tweet

จะว่าไป เค้าก็ยังรอหนังสือพี่จูนอยู่ ไม่รู้จะมีทำมือ หรือทำมาขายเปล่า เพราะตอนนี้มีเก็บไว้อยู่เล่ม ก็น่าจะเป็นเมื่อตั้ง ๒ ปี ที่แล้วละมั้ง

แหะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ถ้ายังพอจะมีเหลือ ก็ส่งข่าวบอกมั้งนะเคอะ

#17 By ฟ้าบ่กั้น on 2009-06-15 20:51

sad smile

#16 By ดาวถัดมา on 2009-06-15 19:26

# 13 .. คุณนุช ^-^
แหม๋ มิกล้าค่ะ ไม่ได้กระทบผู้ใดหร๊อก
เราว่าคุณนุช ออกจะไปทางฮาๆ ไม่งั้นก็ดูซีเรียสชีเรี๊ยสนะ
กระด้างๆ นี่ เราหละที่เป็น ไร้เยื้อไร้ใย โหดๆ ก็มากอยู่ sad smile

#15 By moodee on 2009-06-15 18:28

big smile big smile big smile

#14 By freeda on 2009-06-15 17:02

แวร๊ก ๆ คุณหมูดีกระทบชิ่งอิฉันหรือเปล่าคะ 5555 ล้อเล่นค่ะ แค่รู้สึกว่าดิฉันหยาบกระด้างบ๊อยบ่อยเท่านั้นเอง ฮา

#13 By ดาวถัดมา on 2009-06-15 15:54

ตัวหนังสือคุณจูน จะว่าหวานก็หวานนะคะ
จะว่าอุ่นก็อุ่นด้วย .. กระทั่งเรื่องความเจ็บปวด
ก็ยังละมุนได้ .. น่าจะเป็นเรื่องของมุมมอง
และใจดีๆ ทีอย่างนั้นมั้ง ยังไม่ได้เห็นตัวหนังสือ
หยาบกระด้าง แม้จะพูดถึงช่วงปีกหักก็เถอะ

เรื่องความสัมพันธ์ของคน ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายเลยนะ

ยินดีที่ได้รู้จักคุณจูนผ่านตัวหนังสือ
ยินดีที่ได้เจอกัน รู้จักกันตัวเป็นๆ ด้วยค่ะ ^-^

#12 By moodee on 2009-06-15 12:53

ยิ่งอ่านยิ่งรักตัวหนังสือของพี่
วี้ดดดดดด cry
หลายๆ ครั้งที่เราล้ม
เราก็มัวแต่คิดมากว่าอะไรทำให้เราล้ม
จะเพราะตัวเอง หรือเพราะคนอื่น
ทั้งๆ ที่ควรคิดง่ายๆ แค่ว่า
"ก็แค่ลุกขึ้น"

#10 By AkE on 2009-06-15 10:25

big smile big smile

เพิ่งจะค้นเอาความทรงจำเก่า ๆ ออกมาบรรยายใน blog ได้ 2 เอ็นทรีแล้ว..

หะแรกก็คิดว่าจะเจ็บอีก...แต่พอลงมือทำจริง ๆ ก็ไม่เจ็บอย่างที่คาด..

ปล. มิตรภาพระหว่างเพื่อนงดงามจริง ๆbig smile

#9 By 12345 on 2009-06-15 09:53



เพราะเค้าโรคจิต หรือเสียจริตหรือเปล่าหว่า
ที่รู้สึกไม่ชอบตัวหนังสือพี่จูนพักหลังๆๆมานี่เลยแฮะ


เค้าชอบ ถึงขั้นหลงรักเลยแหละ กับตัวหนังสือของพี่จูนช่วงก่อนหน้าที่พี่จูนจะปลูกต้นรักไว้หน้าบ้าน



แฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่แฮปปี้นะที่พี่จูนกำลังปลูกต้นรักอะ

#8 By ฟ้าบ่กั้น on 2009-06-15 09:12

สวัสดีค่ะ ยินดีรู้จักค่ะbig smile

#7 By on 2009-06-15 04:06

อ่านแล้วรู้สึกดีจัง

พี่ไม่สามารถเขียนถึงความรู้สึกตอนตัวเองปีกหักได้เลย
ถึงเขียนก็คงไม่สวยอย่างนี้หรอกจ้ะ

ดีใจที่จูนมีความสุขนะ

big smile

#6 By Mrs. Holmes on 2009-06-15 02:14

ชอบบรรทัดสุดท้ายจัง Hot!

#5 By ดาวถัดมา on 2009-06-15 01:58

#4 By ดาวถัดมา on 2009-06-15 01:57

#3 By ดาวถัดมา on 2009-06-15 01:49

ดีใจที่ได้เจอกันนะยะ
ไว้ไปกินข้าวกันอีก

คราวนี้เราต้องรวมหัวกันเลี้ยงข้าวเบนให้ได้

#1 By ดาวถัดมา on 2009-06-15 00:15