สวัสดีจ๊ะ นุ่น

สองสามวันนี้น้าจูนวนๆเวียนๆอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มากเป็นพิเศษ
ด้วยความที่เป็นคนดื้อรั้น
เมื่อตั้งใจอยากจะทำอะไรสักอย่างก็อยากทำให้มันเดินทางไปให้ถึงเป้าหมายให้จงได้
(ซึ่งความตั้งใจนี้มักจะใช้กับเรื่องที่คนอื่นๆในโลกเห็นเป็นเรื่องไม่ค่อยมีสาระนักทั้งสิ้น)
หลังจากตัดสินใจว่าจะร่วมกิจกรรม"มิถุนาพากันเขียน"ให้ลุล่วง
น้าจูนก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านจดหมายฉบับเก่าๆด้วยความสงสัยว่า

"ฉันเคยเป็นคนแบบไหนกันนะ"

น้าจูนเคยอ่านคำนำซึ่ง ว.ณ.ประมวลมารค ได้เขียนไว้สำหรับการพิมพ์นวนิยายเรื่อง ปริศนา ในครั้งหลังๆ
ท่านบอกไว้ว่านวนิยายเรื่องปริศนานั้นท่านเขียนขึ้นเมื่อมีอายุเพียงสิบห้าปี
หาก "ปริศนา"ของท่านเก่งกล้าสามารถมากไปสักนิดก็ขออภัยด้วย
....เพราะปริศนานั้นโลดเล่นออกมาจากความคิดฝันของเด็กสาวที่เพิ่งเห็นโลกมาไม่นานนัก
และหากให้ท่านเขียนหนังสือที่เหมือน "ปริศนา" ขึ้นมาใหม่อีกครั้งก็คงจะทำไม่ได้อีกแล้ว
....ด้วยวัย ด้วยวัน และด้วยดวงตาเปลี่ยนแปลงองศาในการมองเห็นชีวิตไปตามเวลา
ยิ่งน้าจูนอ่านจดหมายถึงนุ่นย้อนกลับไปไกลเท่าไหร่
ก็ยิ่งพบว่าตัวหนังสือขณะนั้นกับจดหมายฉบับนี้
....มีความเหมือนและความต่างกันในหลายประการ

- - -  เราเติบโตขึ้น ตัวหนังสือของเราก็เช่นกัน - - -

สารภาพตามตรงว่าเมื่อเริ่มเขียนจดหมายถึงนุ่น
น้าจูนแอบซ่อนเรื่องเศร้าซ้อนไว้ในถ้อยคำคล้ายพูดคุยเรื่องหนังสือ เรื่องหนัง และเรื่องเพลงพวกนั้น
มันอาจจะเป็นช่วงแรกที่กำลังพยายามให้ตัวเองดีขึ้นจาก อืม จากเรื่องอะไรที่ลืมไปแล้วในตอนนี้
เพียงจำได้ว่า ณ ขณะนั้นแม้แค่กลับไปอ่านจดหมายที่เขียนผ่านไปแล้วสักฉบับ
น้ำตายังหยดแปะๆตรงหน้าจอและกลับไปนอนกัดฟันกรอดๆฝันร้ายไปทั้งคืน
ไม่น่าเชื่อเลยว่าช่วงเวลาแสนเศร้ายาวนานนั้นได้ผ่านไปแล้ว  .....ผ่านไปแล้วจริงๆ
น้าจูนนั่งยิ้มแผล่ จิบชาดำเย็นชงเข้มๆและอ่านจดหมายเก่าๆได้อย่างมีความสุขแล้วในวันนี้
และแม้หากน้าจูนมียางลบวิเศษที่จะลบเรื่องอะไรออกไปชีวิตเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
น้าจูนก็ยังคงอยากให้มันเป็นเหมือนเดิม
เพราะน้าจูนมีวันคืนเหล่านั้น  น้าจูนจึงมีตัวเองในวันนี้

ในเช้าวันอาทิตย์แดดอ่อนและสายลมระรื่นวันหนึ่ง
น้าจูนและคนขับรถประจำตำแหน่งสังเกตการณ์ลมและสังเกตการณ์ฟ้า
....แล้วเห็นตรงกันว่าเหมาะสมที่จะแต่งตั้งให้วันนั้นเป็นวันสำคัญแห่งการขับรถเที่ยว
แม้ว่าน้าจูนจะมาพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพเป็นระยะๆ
แต่ตรงที่พักก็เป็นกรุงเทพแบบชายขอบชนิดที่ขับรถข้ามไปสักซอยสองซอยก็จะกลายเป็นต่างจังหวัดทันที
มีถนนสายเล็กๆเลียบคลองและมีทุ่งหญ้าสีเขียวจัดตัดกับขอบฟ้าสีสวย
คนขับรถประจำตำแหน่งทำหน้ากระหยิ่มอวดว่าวันนี้มีเพลงใหม่เพลงหนึ่งอยากให้ได้ฟัง
" ยี้ เพลงเด็กแนว"
แอบคิดดังๆในใจแบบนั้นเมื่อเห็นภาพปกสีขาวๆดำๆพร้อมหนุ่มหน้าตาตี๋ๆสองคน

มิตรรักนักแอบอ่านจดหมายของเรานางหนึ่งเปรยในห้ากระดาษในโลกจำลองของเธอไว้ว่า

"พออายุมากขึ้น โลกก็พลันแคบลง"

น้าจูนว่าไม่ใช่โลกหรอกที่พลันแคบลงเมื่อชีวิตก้าวเดินไกลออกมา
โลกยังคงเป็นโลกใบเดิมใบนั้น
เพียงแต่เราเรียนรู้ที่จะหรี่ตามองโลกและเลือกมองแต่อย่างที่ชอบและพอใจ

พลันเสียงเพลงที่เคยนึกปรามาสไว้เพียงมองหน้าปกแว่วเข้าหู

"ฉันไม่เคยเจอใคร ไม่ขวา ไม่ซ้าย ไม่สมบูรณ์ไป
ไม่มองแง่ร้าย หรือ เอาแต่ใจ แต่มีอะไรไม่ธรรมดา"

"เพลงใครคะ เพราะนี่น่า"
"ก็เพราะหน่ะสิ ถึงอยากให้ได้ฟัง"

สายลมโชยเอื่อย แอบเปิดหน้าต่างรถนิดๆพอให้ลมลอดเข้ามาปะทะหน้า
...พร้อมเคาะเท้าไปตามจังหวะเสียงเพลงที่ไม่เร็วไม่ช้าเพลงนั้น
หันไปสบตากันแล้วรับรู้ว่า  "ต่างคนต่างเข้าใจ"

ขอบคุณทุกๆวันของชีวิตไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ที่ทำให้เรามีวันนี้ วันที่มีกัน 

จะเป็นอย่างไรหากเราใช้ชีวิตอยู่ในโลกอย่างปลอดภัย
เลือกเดินทางด้วยเส้นทางเดิมทุกวัน กินอาหารเดิมๆเราชอบซ้ำกันทุกมื้อ
หรืออ่านหนังสือเล่มที่เล่มโปรดเล่มเดิมอยู่อย่างนั้น
อย่างน้อยที่สุดเราคงไม่ต้องพบกับความผิดหวังกับเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ควบคุมได้ของชีวิต
แต่ภายใต้การควบคุมเช่นนั้น

ชีวิตจะสามารถเรียกว่าชีวิตได้อีกหรือ

น้าจูน

 

 

เข้ากันดี

เนื้อร้อง

ทำนอง


ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอกับวันที่ดี ที่เราอยู่ตรงนี้
แค่เพียงแรกเจอรู้สึกทันที  เหมือนว่ามีอะไร
เมื่อเราได้คุยก็พอรู้ และดูว่ามัน ก็คงมีความหมาย
ระหว่างสองเราคงมีอะไร เชื่อมข้างในให้ถึงกัน

(ต่างคนต่างเข้าใจ) อย่างง่ายดาย
(ต่างกับคนทั่วไป) มันมากมาย 
(ต่างความคิดข้างใน) ว่าคิดกันอย่างไร

อาจมีหลายทีที่สับสน กี่คนผ่านมาและคงต้องผ่านไป
แต่เมื่อพบเธอมันต่างกันไป เพราะว่าฉันมั่นใจ
หากวันนี้ราจะจบลงก็คงจะเป็นอะไรที่ผิดไป
เมื่อได้พบคนที่เคยวาดไว้เข้ากันดีกับหัวใจ


(ต่างคนต่างเข้าใจ) อย่างง่ายดาย
(ต่างกับคนทั่วไป) มันมากมาย 
(ต่างความคิดข้างใน) เข้ากันดีกับที่หัวใจบอกไว้

*ฉันไม่เคยเจอใคร ไม่ขวาไม่ซ้าย ไม่สมบูรณ์ไป
ไม่มองแง่ร้ายหรือเอาแต่ใจ แต่มีอะไรไม่ธรรมดา โว้..
ฉันไม่เคยเจอใคร ไม่เร็ว ไม่ช้า ไม่น้อยเกินไป
แต่มีอะไรที่ดีกว่าใคร ลงตัว กับใจ อยู่กันได้พอดี


ต่างคนต่างเข้าใจ ต่างกับคนทั่วไป
ตอบความจริงข้างใน เข้ากันดีกับที่หัวใจบอกไว้

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

open-mounthed smile sad smile

#15 By ดาวถัดมา on 2009-06-15 15:55

^^
^^

เจ้าของบ้านไม่อยู่ เราก็ละเลงซะ question

อืม ปากหมา sad smile

จริง ๆ เขาใจดีมาก ๆ เลยนะ
เหมือนสุนัขตัวใหญ่ ใจดี ซื่อสัตย์ จริง ๆ ด้วย
แต่ปากมันก็ยังเป็นปากมันอยู่ดี question

เข้าใจใช่ไหมเนี่ย question

#14 By Mrs. Holmes on 2009-06-14 12:25

พี่โฺฮล์มขา คนแบบที่พี่รักด้วยเนี่ย หนูไม่ขอเจอเลยล่ะค่ะ ไม่รู้เป็นอะไร ไม่ชอบคนปากหมาเอามาก ๆ -_-'
ถึงขนาดเรียกว่าเกลียดผู้ชายแบบนี้ได้เชียว
เพราะเกือบครึ่งของชีวิตมัีกจะเจอแต่ผู้ชายแบบนี้
และรู้สึกเกลียดผู้ชายไปครึ่งหนึ่งแล้วค่ะ

วันนี้เจอคนพูดจาแบบแอบกัดอีกแล้ว
เกลียดมาก แต่คราวนี้เป็นผู้หญิง
ที่รู้สึกไม่ดีอยู่แล้ว ยิ่งพอกพูน ต้องหาทางบ่นให้ใครสักคนฟัง ถึงจะโล่งไปนิด อิอิ

หล่อนคงอยู่ตจว. เดินทางโดยสวัสดิภาพ เที่ยวให้สนุกนะยะ อิอิ รักพวกหล่อนจริง

ถึงฉันจะมีเพื่อนน้อย แต่ทุกคนที่ฉันเลือกรู้จักก็เป็นคนจริงใจทั้งนั้น เพื่อนที่มีคุณภาพ อิอิ cry

#13 By ดาวถัดมา on 2009-06-13 21:38

ชอบเพลงนี้ทุกครั้งที่ฟัง และดีใจที่พี่สาว ชอบเช่นกัน
เรายังเคยคุยกันอยู่เลย ว่า
"ไม่มองแง่ร้าย หรือเอาแต่ใจ" เนี่ย ทำได้ยาก
ชั้นเป็นสาวอุดมคติขนาดนั้น ไม่ได้ ฮ่าๆๆ
แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี
เพราะ "เข้ากันดี อย่างที่หัวใจบอกไว้"
สวัสดีครับน้าจูน

ช่วงนี้ผมออกไปปฏิบัติงานที่รพ.ร่วมสอนประจำหอผู้ป่วยกุมารฯ หรือพูดกันง่าย ๆ ก็คือไปเป็นหมอเด็กชั่วคราวที่รพ.สมเด็กพระปิ่นเกล้า ไม่ไกลจากศิริราช นั่งรถแท็กซี่ประมาณ 15 นาทีก็ถึง

ได้เจอเด็กหลายช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดที่บอบบางและต้องการความทะนุถนอมอย่างมาก วัยเตาะแตะที่สายตากำลังสอดส่ายมองดูความเป็นไปของโลกด้วยความสงสัยอยุ่ในใจ วัยเข้าโรงเรียนที่เริ่มรู้จักและกลัวคนแปลกจนไม่ยอมให้หมอเข้าใกล้ และวัยรุ่นที่เริ่มมแสดงอัตลักษณ์ของตนออกมาอย่างเงียบ ๆ

เห็นเด็กพวกนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง กลับไปมีชีวิตที่ไม่มีอะไรให้กังวลมากมาย ใช้ชีวิตในแต่ละวันเรียนรู้โลกไปเรื่อย ๆ อย่างไม่เร่งรีบ ตื่นเต้นไปกับทุกสิ่งที่เพิ่งได้เรียนรู้

หลายครั้งที่ผมพยายามทำใจให้เป็นแบบเด็ก ๆ แต่รู้สึกว่ามันยากเหลือเกิน

เราเปลี่ยนไปแล้ว...แต่โลกยังเหมือนเดิม...จริง ๆ ครับ

#11 By Highwind on 2009-06-13 12:46

บ่อย ๆ เหมือนกันที่อ่านอะไรต่อมิอะไรที่ตัวเองเคยเขียนไว้ แล้วทำให้ได้รู้จักตัวเองแบบที่ไม่เคยรู้จัก
เหมือนว่าในขณะเวลานั้นเราอยู่ใกล้ตัวเองเกินไป เลยมองหลายอย่างไม่เห็น บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เราจะเป็นไม่ได้ คิดไม่ได้อีกในวันนี้ แต่วันนี้เราก็มีอีกบางอย่างที่ในวันนั้นไม่มี
เหมือนว่า คงต้องแลกกันมั้ง
แต่ไม่คิดลบอะไรเลยเหมือนกัน
ถ้าไม่ผ่านสิ่งเหล่านั้นมา เราก็จะไม่ได้เป็นอย่างที่เราเป็น

big smile

#10 By มโนภาพ on 2009-06-13 12:39

big smile big smile

เพลงเพราะจัง..

#9 By 12345 on 2009-06-13 11:41

แหม...

อ่านแล้วก็อ่านที่สองสาวคุยกัน

อยากมีมั่งจัง ผู้ชายขรึม ๆ ปา่กไม่ตรงกับใจ question

จริง ๆ ชอบนะ
แต่ทำไมถึงรักกับผู้ชายปากร้าย ปากตรงกับใจมากเกินไปก็ไม่รู้ sad smile

รู้สึกจะเพื่อนของท่านนะ ที่สู้อุตส่าห์วิ่งเข้าไปเอาต้นฉบับ

ว่าแต่อ่านแล้วนึกถึง Little women
ของ Louise May Alcott บ้างหรือเปล่า

big smile

#8 By Mrs. Holmes on 2009-06-13 11:14

๕๕

อรุณสวัสดิ์

ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อยน่ะ

๕๕

#7 By walk my own way ^^ on 2009-06-13 09:19

55555 ฝันดีจ้า

#6 By ดาวถัดมา on 2009-06-13 02:36

เอิ๊กๆ

เข้าใจยากหนา
พวกปากไม่ตรงกับใจ เคร่งขรึม
รวยเกินไป
และมีรตีกับคุณหญิงแม่ตามมาวี๊ดว้ายอีก

ซับซ้อนเกินไปชีวิต
ออ ในคำนำมีเกร็ดอีกนิดว่า
ก่อนที่ปริศนาจะได้ตีพิมพ์นั้น โรงพิมพ์ที่เอางานไปส่งไว้นั้นเกิดไฟไหม้
คิดดูสิ คนเมื่อก่อนไม่มีเครื่องถ่ายเอกสาร
เขียนไว้อย่างไรก็สงไปแบบนั้น ไม่มี้นที่สอง
ไม่แน่ใจว่าท่านหญิงหรือเพื่อนของท่านที่เสี่ยงเข้าไปเอาต้นฉบับออกมาตอนไฟไหม้
ไว้ดิฉันกลับไปบ้านแล้วค้นมาฝากอีกที

ไปนอนแระ

ราตรีสวัสดิ์

งืม ๆ ฉันอยากกินท่านชายพจน์ เอ๊ยย ข้าวเย็น sad smile

ฉันชอบผู้ชายขรึม ๆ ปา่กไม่ตรงกับใจ

#3 By ดาวถัดมา on 2009-06-13 02:32

ยายความคิดเห็นข้างบน

เรื่องปริศนานี่เป็นนิยายเล่มโปรดที่เก็บเงินซื้อเองเล่มแรกในชีวิตเลย
คลั่งมาก เมื่อก่อนชอบคิดว่า ท่านชายพจน์เท่านั้นที่ดิฉันต้องการ
พอโตมาหน่อยเลยรู้ว่าท่าทางจะน่าปวดหัวเหมือนกันถ้าต้องอยู่กับท่านชายจริงๆ
ประมาณว่าเป็นเจ้า แสนขรึม ปากไม่ตรงกับใจอะไรทำนองนั้น

คนขับรถประจำตำแหน่งฝากมาบอกว่า
...ไปกินข้าวเย็นด้วยกันอีกเหอะ
เดี๋ยวหาวันก่อน เอาใกล้ๆวันเกิดดิฉันหรือหลังวันเกดไปหน่อยก็ได้


เพราะน้าจูนมีวันคืนเหล่านั้น น้าจูนจึงมีตัวเองในวันนี้

-- เห็นด้วย ๆ

คนเขียน ปริศนา เขียนตอนอายุ 15 เองหรือ ช่างมีพรสวรรค์จริง จะว่าไปก็เพิ่งมานึกได้ว่าเป็นหนังสือนวนิยายเล่มแรกที่ได้อ่านตั้งแต่ยัีงเรียนชั้นประถมต้น ๆ อยู่เลย หลังจากนั้นก็แทบไม่ค่อยได้อ่านนวนิยายอีกเลยถ้าไม่ถูกบังคับให้อ่านในวิชาเรียน sad smile

เพลงเข้ากันดี เหมาะกับ....หล่อนและคนขับรถประจำตำแหน่ง (อะไร) มาก 555

อยากให้ดาวกับตัวหนังสือและชีวิตที่เติบโต Hot!

#1 By ดาวถัดมา on 2009-06-13 02:26