สวัสดีจ๊ะนุ่น


หายตกใจจากจดหมายฉบับก่อนหรือยังหนอ
น้าจูนกลับไปอ่านทวนๆดู เออ แฮะ เรายังไม่ได้พูดจาถามไถ่สาระทุกข์สุกดิบกับเลยนะนั่น
กะคร่าวๆกตอนที่เราเจอกันครั้งแรกทางตัวหนังสือ นุ่นคงอายุราวๆสิบสี่สิบห้าปี
เปิดเทอมปีนี้หนูคงเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแล้วกระมัง
น้าจูนสบายดีจ้ะ ทั้งเรียนปริญญาโทไปด้วยทำงานไปด้วย....วุ่นวายสบายดีพิลึก
แถมเมื่อต้นปีก็ได้รับเกียรติยกสถานะจากน้าจูนมาเป็นป้าจูนโดยอัตโนมัติ
....ด้วยหลานชายตัวเล็กๆผู้เป็นทารกที่มีจมูกโด่งสวยที่สุดในประเทศไทยและสหราชอาณาจักร
(แหง่ล่ะ จมูกโด่งที่สุด หล่อที่สุด นิ้วเท้ายาวเรียวสวยที่สุด ในสายตาของป้าขี้โกงอย่างน้าจูน)

ทารกเป็นสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์นัก นุ่น
เมื่อแรกที่เราได้สบตากัน ได้แตะต้องตัวกันและกัน
น้าจูนไม่เข้าใจเลยว่า สิ่งมีชีวิตตัวแดงๆที่ร้องแว้กๆตลอดเวลาแบบนั้น
...กลายมาเป็นคนที่เรารักมากๆอีกคนหนึ่งในชีวิตได้อย่างไร
คนที่มักจะตกหลุมรักใครสักคนในคำพูดคำจาขอเขา
จะไปรักผู้ชายที่ไม่สามารถพูดจาสื่อสารกันได้ และฉี่ใส่ตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ได้แต่ตอบตัวเองว่า นี่สินะ ที่คนเราจนด้วยเหตุผลและถ้อยคำว่า
....ที่รักนั้นรักเพราะอะไร

หลานของน้าจูนชื่อว่านะโมจ๊ะ คำว่านะโมที่แปลว่าผู้นอบน้อม
 ด้วยความที่เป็นเด็กที่เกิดในเมืองหนาวและเป็นช่วงที่หนาวที่สุดในรอบปี
เมื่อต้องกลับมาใช้ชีวิตในภูมิอากาศแบบไทยๆในตอนแรก
....นะโมจึงเอาแต่ร้องไห้โวยวาย เมื่อสัมผัสกับอากาศที่ไม่ผ่านเครื่องทำความเย็น
จนใครๆรอบข้างพยายามทำป้ายประจำให้ว่า “บูดที่อุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส”
ซึ่งกว่าคุณยายจะจับมาหัดให้ปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิห้องของชาวโลกประเทศไทยได้
....พี่เครื่องปรับอากาศที่ห้องก็แทบจะลางานกลับบ้านนอกไปเลยทีเดียว

น้าจูนคิดเสมอว่าตัวเองไม่น่าจะสามารถเป็นแม่ เป็นป้า เป็นน้าแบบจริงๆจังๆกับใครเขาได้หรอก
คนที่เป็นใครแบบนั้นของหลานๆได้ควรต้องมีประวัติขาวสะอาด ,เป็นแม่พระผู้ใจดี
แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ไม่เคยเต้นระบำบนลำโพงตามคอนเสิร์ตต่างๆ หรืออะไรทำนองนั้น
การมาถึงของนะโมจึงค่อนข้างสั่นคลอนความมั่นคงทางใจของน้าจูน
เราจะเอานิ้วจิ้มไมโลดิบๆแล้วดูดนิ้วกินได้อีกหรือเปล่า
แล้วจะกินมาม่าแบบไม่ผ่านการต้มได้อีกไหม
ตามหลักการทางจิตวิทยาแล้ว การสอนเด็กที่ดีที่สุดคือการปฏิบัติ
เด็กๆอยากจะทำตามอย่างตัวแบบมีชีวิตที่เขารัก ที่เขามองเห็นรอบๆตัวเขา
...แล้วน้าจูนจะทำตัวเพี้ยนๆแปลกๆแบบนั้นให้หลานเห็นได้อย่างไรกันเล่า
เมื่อแรกน้าจูนคิดไว้ว่าจะพยายามชี้แจงให้หลานเข้าใจว่าน้าจูนเป็นมนุษย์ต่างดาว
ฉะนั้นพฤติกรรมบางอย่างอาจจะไม่เหมือนมนุษย์โลก นะโมไม่ควรเอาเป็นตัวอย่าง
ก็กลัวว่านะโมจะเสียใจเมื่อค้นพบว่าป้าจูนของเขาขี่จักรยานผ่านดวงจันทร์ดวงโตไม่ได้อย่างอีที
น้าจูนเข้าใจหรอกนะนุ่นว่าคนเราสักวันต้องเติบโตไปวิถี
ก้าวบางก้าวในชีวิตมันก็ใหญ่โตจนกระทั่งหญิงสาวอายุสามกว่าอย่างน้าจูนหวาดหวั่นใจ
และตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเราจะกลายเป็นป้าแบบไหนกันนะ

น้าจูนควักกระเป๋าจ่ายค่าตัว “โทรล”เล่มบางมาจากงานหนังสืออินดี้เมื่อนานมาแล้ว
มันเป็นบ่ายวันอาทิตย์ที่น้าจูนมีนัดกับมิตรรักนักจดหมายอีกคนเพื่อดูหนังสือและคอนเสิร์ตเล็กๆ
เหมือนว่ากลิ่นละไอแดดองบ่ายนั้นยังอวลอยู่ในอากาศขณะนั่งเขียนจดหมายฉบับนี้ที่หน้าจอ
เพื่อนใหม่(ในตอนนั้น)เธอน่ารัก และหนังสือก็แสนจะน่าซื้อ
และเมื่อหนังสือเล่มบางปกสีเหลืองจางๆเล่มนั้นมาอยู่ในมือแล้ว
....น้าจูนก็อ่านค้างไว้ครึ่งๆกลางๆ เสียอย่างนั้น
นานมาก นานเสียจนจำไม่ได้เลยทีเดียวว่าเคยมีหนังสือเล่มนี้มาก่อน
คิดอยู่นิดๆว่า ที่ครั้งนั้นยังอ่านไม่เข้าใจเพราะคงรู้สึกว่าการเป็นป้าใครสักคนนี่มันไกลตัวเหลือเกิน
เมื่อหยิบมาอ่านอีกครั้งจำแทบไม่ได้ว่าเคยหยิบจับมาหนังสือเล่มนี้มาก่อน

คำว่า"โทรล"ซึ่งเป็นที่มาของชื่อหนังสือนั้นเป็นชื่อของสัตว์ประหลาดในนิทานของชาวตะวันตก
สิ่งมีชีวิตตัวใหญ่โต มีกลิ่นเหมือนถุงเท้าเน่า หน้าตาน่าเหลียดน่ากลัวและแข็งแรงเหมือนหินผา
สารภาพตามตรงว่าน้าจูนมีความรู้เกี่ยวกับเจ้าสัตว์ประหลาดนี่น้อยมาก
ยิ่งถ้าเมื่อครั้งเป็นเด็กเล็กๆ
หากมีใครหากมีใครมาขู่ตอนกำลังเล่นซนเพลินๆว่าเดี๋ยวโทรลจะมาจับตัวไปหรอก
น้าจูนคงแค่แยกเขี้ยวยิงฟันใส่แล้วกระโดดแด๋วๆไปเล่นต่ออย่างสบายใจเฉิบ
การที่เด็กชาวตะวันตกบางถิ่นบางที่กลัวโทรลจนตัวสั่น
ก็คงเหมือนที่เด็กหญิงน้าจูนร้องวี๊ดแล้วรีบเข้าบ้านอาบน้ำประแป้งขึ้นเตียงอย่างด่วน
ในตอนที่พี่เอี้ยงพี่เลี้ยงชาวภาคกลางมาทำท่ากระซิบกระซาบเล่าว่าเห็นผีขโมดเดินอยู่ใกล้ๆรั้ว
(แน่นอนว่าผีขโมดที่พี่เอี้ยงเล่าให้ฟังจะไม่จับเด็กที่อาบน้ำสะอาดและประแป้งหอมๆไปกินเป็นอาหาร) 
พี่เอี้ยงเองก็โดนกำชับอย่างดีจากแม่และยายของน้าจูนว่าอย่าเล่าเรื่องผีให้น้าจูนฟัง
แต่พอเผลอสายตาแม่สายตายายเมื่อไหร่
น้าจูนก็จะเดินตามพี่เอี้ยงต้อยๆขอให้เล่าเรื่องผีสางนางไม้ให้ฟังไม่เลิกรา

ป้าแซลลี่ของหลานๆทั้งสามคนในเรื่องโทรลเองก็ช่างเล่าไม่แพ้พี่เอี้ยงของน้าจูนนัก
เธอจีงสามารถผูกใจหลานที่เพิ่งเจอหน้ากันเป็นครั้งแรกในชีวิตได้อย่างอยู่หมัด
และป้าแซลลี่นี่เองที่เอาตัวหนังสือแตะหลังแตะไหล่ปลอบน้าจูนว่า
...เป็นป้ามันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเย็นเกินความสามารถมนุษย์สักคนหรอก
อย่างน้อยที่สุดก็สามารถทำผมทรงประหลาดๆ, ใสเครื่องประดับกรุ๋งกริ๋ง
และไม่ต้องสมบูรณ์แบบอะไรมากมายอย่างที่น้าจูนเคยเข้าใจ

พอลลี่ ฮอร์วอสผู้เขียนหนังสือเล่มนี้มีกลวิธีการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจ
โดยการเล่าเรื่องในปัจจุบันควบคู่ปับเรื่องในอดีต
อืม เรื่องในอดีตที่มันฟังดูมหัศจรรย์เกินกว่าจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงได้
การใช้กลวิธีนี้เพื่อการถ่ายทอดเรื่องอะไรสักเรื่องค่อนข้างยากในความคิดเห็นของน้าจูน
เพราะหากเราปล่อยให้ตัวละครในปัจจุบันเล่าเรื่องในอดีตยืดยาวเกินไป
ทิ้งตัวละครในปัจจุบันนานเกินไป
....ตัวละครนั้นก็จะให้ความรู้สึกแห้งแล้งและไม่มีชีวิต
ในขณะเดียวกัน ถ้าการดำเนินเรื่องตัดสลับกันไปมามากเกินไป
ก็จะให้ผู้อ่านสับสนและให้ความรู้สึกตะกุกตะกักไปทั้งเรื่อง
การหาสมดุลระหว่างสองจังหวะนี้ได้ 
จึงเป็นข้อดีเด่นชัดในการถ่ายทอดวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้

--- ผู้ใหญ่ทุกๆคนในโลกใบนี้ล้วนต่างเคยเป็นเด็กมาก่อนทั้งสิ้น ---
สิ่งนี้เป็นความจริงที่เด็กๆทุกคนควรตระหนัก
ก่อนที่จะคิดไปเองเมื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตว่า
....ไม่เล่าให้ผู้ใหญ่ฟังหรอกเพราะอย่างไรเสียผู้ใหญ่ก็จะไม่เข้าใจเด็กๆอย่างเรา

เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ  น้าจูนถอนหายใจได้เฮือกใหญ่ราวได้ยกภูเขาออกไปจากอก
แม้ว่าน้าจูนจะไม่ใช่ป้าที่สวยที่สุด  รวยที่สุด หรือทำกับข้าวเก่งที่สุดก็ตามที
แต่น้าจูนก็รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญหรอกสำหรับการเป็น “ป้า”
และเมื่อไหร่ก็ตามที่นะโมเติบโตพอที่จะเข้าใจ
เราทุกคนในครอบครัวจะบอกนะโมไว้ว่าเขาสามารถเล่าให้เราฟังได้ทุกเรื่อง
....ทุกเรื่องจริงๆตราบเท่าที่เขาอยากแบ่งปันให้เรารู้
จะอยู่ข้างๆกันเสมอ ในทุกๆเวลา ตราบเท่าที่นะโมอยากให้อยู่
และเราจะเชื่อใจกันและกันเสมอ
.....ในนามของครอบครัว


น้าจูน

ป.ล.

พร้อมกันนี้ขออนุญาตฝากฝังบล็อกน้อยของนะโมไว้ในอ้อมใจพี่ป้าน้าอานะจ๊ะ

http://namo-nemo.exteen.com

 

ภาพปกจาก http://www.kidsquare.com

โทรลแปลจาก The Trolls

เขียนโดย พอลลี่ ฮอร์วอธ แปลโดย วิลาวัณย์ ฤดีศานติ์

พิมพ์ครั้งที่ 2 สำนักพิมพ์มติชน ,2547  

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ยังเขียนเรื่องใหม่ไม่จบค่ะ
เดี๋ยวมาๆ
ไว้พี่ต้องหามาดูแน่นอน

ว่าแต่ รู้วิธีให้ต้นไม้โต เสียด้วยนะเดี๋ยวนี้

question

#10 By Mrs. Holmes on 2009-06-13 00:43

เดี๋ยวสิยะ
ของวันนี้ยังนั้งเขียนอยู่เลยเนี่ย
จะทันวันนี้มั้ยเนี่ย
นี่กะว่าเขียนเอนทรีส์เดียว ยาวเผื่ออีก 2 วันถัดไปด้วยป่ะ 5555 เลยหายไป 2 วันแล้ว question

#8 By ดาวถัดมา on 2009-06-12 22:47

แวะมารดน้ำค่ะconfused smile confused smile

#7 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-06-12 10:58

อุ๊ย ลืมตอบคำถาม
ป.ณ.เดิมค่า
สวัสดีค่ะทุกๆคน

อ่า แวะมารอบดึก
อยากจะถามคนอ่านนะเนี่ยว่าเหนื่อยไหม
ใจจริงก็อยากเขียนสั้นๆ แต่มันสั้นไม่ได้สักที

นี่ยังสงสัยตัวเองเลยว่าจะเขียนไปได้อีกสักกี่น้ำ

ขออนุญาตยังไม่อ่านเอนทรี่นี้นะ

แวะมารดน้ำ และบอกว่ายังอยู่ที่เดิมค่ะ

คุณจูนปณ.เดิมรึเปล่า

ขอชะแว้บไปทำงานก่อน

big smile

#4 By มโนภาพ on 2009-06-11 22:55

อืม น่าสนใจจัง พี่ชอบอ่านวรรณกรรมเด็ก big smile
มีจูนมาแนะนำหนังสือก็ดีนะ

หลังจากที่พี่เจอวิกฤตการณ์บางประการเกี่ยวกับหนังสือ
ทำให้รู้สึกอิ่ม ๆ

ก็ประมาณ ไม่ต้องเข้าร้านหนังสือสักหลายปี sad smile

จูนเขียนเรื่องดีจัง big smile

เมื่อไหร่จะเรียนจบเนี่ย
มันเอาเวลาเขียนเรื่องราวดี ๆ ของจูนไป

question

#3 By Mrs. Holmes on 2009-06-11 18:29

ว้าย

ว่องไวมาก ยัยคนข้างบน
big smile

#1 By walk my own way ^^ on 2009-06-11 16:52