Pick Yourself Up : ถนอมใจ

posted on 17 Nov 2008 16:29 by junnie in Pick-Urself-Up

 

 

.

 

 

"ไม่ได้เขียนหัวข้อ Pick Yourself Up มานานแค่ไหนแล้วนะนั่น"

 

"แฮ่ะ ๆ นานจ้านานอยู่"

 

"แล้วจะเขียนอีกเมื่อไหร่กันนี่"

 

"เค้าไม่ค่อยว่างนี่นา งุงิ จุจิ๊"

 

"รู้หรือเปล่าว่าเราชอบคอลัมภ์ช่วง Pick Yourself Up มากๆ
….อ่านครั้งไหนๆ ก็รู้สึกว่า เออ มันสมชื่อ มันสมชื่อ"

 

"สมชื่อแบบไหนกัน"

 

"ก็อ่านแล้วลุกขึ้นยืนได้อย่างไรเล่า"

 

ฉันอดยิ้มจนแก้มแทบปริไม่ได้หรอกนะ
เมื่อเพื่อนสมัยมัธยมปลายที่เป็นแฟนบล็อกเงียบๆคนหนึ่งบอกกับฉันแบบนั้น
...บนโต๊ะอาหารมื้อเย็นในวันที่เราห่างไกลชายฝั่งทะเลที่เราเรียกว่า "บ้าน"


คืนวันนี้ ฉันตั้งใจว่าจะกลับมาอ่านตัวหนังสือพวกนั้นสักนิดหน่อย
นิดเดียวจริงๆ
เพราะฉันคงจะเข้าใจตัวหนังสือทั้งหมดดจนจบเจนใจ
….ก็ฉันเขียนของฉันเองนี่นะ

แต่แล้วฉันก็นั่งอยู่ตรงนั้น อย่างนั้น
นั่งอ่านตัวหนังสือในโลกจำลองของตัวเองติดต่อกันโดยใช้เวลามากกว่าสามชั่วโมง

 

"นั่นฉันหรือนั่น"

 

ก่อนอื่นอาจจะเล่าซ้ำซากสักหน่อยว่า ชื่อ Pick yourself up มาจากชื่อเพลงๆหนึ่ง
นักร้องเสียงสวยแบบบึกบึนๆที่ร้องเพลงนี้ชื่อว่า Diane Reevs
เพลงที่ฉันรู้สึกไปว่าหากใครได้ฟังแล้ว
อย่างน้อยที่สุดก็จะสามารถเผยยิ้มที่มุมปากพร้อมขยับเท้าตามจังหวะเสียงเพลง
และอย่างมากอาจจะลุกขึ้นมาเต้นระบำแล้วร่ายตัวหนังสือได้เป็นวรรคเป็นเวร
....อย่างที่ฉันเป็น

 

เรื่องเศร้าในชีวิตมนุษย์เป็นของประหลาด
หากเราเปลี่ยนจุดที่ทอดสายตาไปมองแม้เพียงนิดเดียว
แค่นิดเดียว เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากสองมุมมองจะแตกต่างกันอย่างน่าอัศจรรย์
และในช่วงเวลาที่หัวใจท่วมจมหยดน้ำตา
มีทางเลือกสองทางว่าจะนั่งให้จมอยู่อย่างนั้น
...หรือลุกขึ้นยืนให้พ้นจากทะเลน้ำตานั่นเสียที
จากมุมนั่งนั้น น้ำตาท่วมสูงเสียจนจะมิดปลายจมูกอยู่รอมร่อ
แต่จากมุมคนยืนแล้ว น้ำตามันก็แค่น้ำที่ลึกแค่หัวเข่า
แค่รองเท้าแฉะ แค่ขากางเกงเปียก
แม้ว่าจะชวนให้ละเหี่ยใจเหมือนวันที่ฝนตกฉ่ำๆและพื้นแฉะๆ
แต่จากมุมมองนั้น เราก็สามารถเชื่อมั่นได้ว่าเราจะไม่เป็นไร


ในวันนั้นวันที่ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรก ฉันเลือกที่จะลุกขึ้นยืนเสียที
แม้ว่ายังอาวรณ์รสหวานๆเฝื่อนๆของความเศร้าในรักอยู่บ้าง
แต่แข้งขามันจะพาลเดินเหินไม่ได้เอาหากเอาแต่นั่งเศร้า
และหัวใจก็จะไม่มีวันได้แห้งสนิทจากคราบรอยน้ำตา
เสื้อผ้าชื้นๆมีกลิ่นอับหืนๆ หัวใจชื้นน้ำตาก็คงมีกลิ่นคล้ายๆแบบนั้น

 

แล้วฉันก็เขียน และเขียน และเขียน อะไรๆมากมาย
ขนาดว่าต้องขี้โกงออกลูกออกหลานเป็นบล็อกอย่างจดหมายรักหรือยายสีส้มในสถานที่อุดมคติ
...จึงจะใส่อะไรๆที่ฉันเขียนไว้ได้หมด

หากให้ฉันแปลคำว่า Pick yourself up
ฉันคงแปลได้เหมือนเดิมทุกครั้งไปว่า “ล้มเองลุกเอง”
และหากมีใครถามฉันต่อกลับว่า ลุกขึ้นมาได้แล้ว ....แล้วไง


ขยับเข้ามาใกล้ๆสิคะ แม้จะไม่ใช่พุ่มพวง ฉันมีอะไรจะกระซิบบอกคุณเบาๆ


ฉันไม่ชอบหนังสือฮาวทูประเภท "ฉันบอกว่าดีเธอจงทำตาม"เอามากๆ          
อาจจะเพราะฉันเป็นคนดื้อดึงจึงไม่ชอบถูกออกคำสั่ง
หรืออาจจะเพราะฉันรู้สึกเสมอว่า ผู้คนจะค้นพบหนทางภายในได้ด้วยตัวของตัวเอง
เอาเป็นว่าถ้ามีหนังสือฮาวทูฟีลิ่งกู๊ดกับนิตยสารมวยรายสัปดาห์ให้เลือกแค่สองเล่ม
...ฉันจะเลือกอ่านนิตยสารมวยสิเอ้า    

ขณะพิมพ์เรื่องนี้ไป ฉันแทะเล็บกุดๆของฉันไปอย่างเมามัน
รู้สึกขัดเขินเหมือนต้องมาสาธิตการขายสินค้าขายตรงอย่างไรอย่างนั้น
....โอ้ว นี่ฉันกำลังจะเขียนเรื่องฮาวทูหรือนี่
จนแล้วจนรอดฉันก็ใช้วลี ดีๆ สองสามวลี มาบอกให้ใครทำอะไรไม่ได้อยู่ดี


ขยับเข้ามาแล้ว คุณคงต้องพิงหลังให้สบายๆ
อืม เรื่องมันเป็นฮาวทูแบบยาวๆค่ะ
.....และถ้าอยากจะนอนฟังก็ตามสบายเถอะนะคะ

 

 "ถนอมใจ"


ฉันคิดคำคำนี้ออกมาได้ขณะนั่งฟังเพลงๆหนึ่ง
เคยเป็นบ้างไหมคะ เพลงเพลงเดียวกัน ต่างสถานที่ต่างเวลา
...เรากลับซึมซับเนื้อความจากเพลงนั้นได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เดิมที "รักเป็นดั่งต้นไม้"เคยเป็นเพลงที่ชอบอันดับที่โหล่เห็นจะได้จากชาร์ตเพลงเฉลียงในดวงใจ

ฉันเคยไม่ชอบเพลงนี้เลย
ไม่ชอบที่เพลงเอาแต่พร่ำบอกว่า เราสามารถทำให้คนที่รักเสียใจได้บ่อยๆ
เพราะอย่างไรเสียรักจะเป็นอย่างต้นไม้...เสียใจอย่างไรก็หายได้ สบายดี
ถ้าบอกตามประสาฉัน ประสาหญิงไทยใจหาญ ก็คงบอกได้ว่าไม่แฟร์นี่หว่า
งั้นคนรักกันก็ทำให้ต่างคนต่างเสียใจได้ตามชอบใจสินะ เพราะไม่ต้องกังวลรอยแตกร้าวในหัวใจ
อืม "เพราะรักเป็นดั่งต้นไม้" อะไรแบบนั้นหน่ะหรือ


นิทานบางเรื่องเกี่ยวกับความรักบอกไว้ว่า เดิมทีมนุษย์เป็นคนโง่งม
....จวบจนพวกเขาได้พบกับความรัก
แล้วพวกเขาก็เริ่มมีระดับไอคิวลดต่ำลงไปอีกอย่างน่าใจหาย

เมื่อฉันเปิดบล็อกของเพื่อนในโลกของจอแสง
เพลงรักเป็นดั่งต้นไม้ดังแว่วมาอีกครั้ง
ฉันขยับมือจะกดปิดเสียงหากแต่ชะงักเสียกลางคัน
และนั่งนิ่งๆเพื่อฟังเพลงนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีกจนขึ้นใจ จนเข้าใจ
ใช่แล้ว เป็นแบบนี้นี่เอง พร้อมทำหน้าตาเหมือนซีเอสไอตอนหาหลักฐานที่ไขคดีได้

 

สิ่งหนึ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากความรัก...คือความรัก
มากไปกว่าแค่ได้รักใครสักคน
...ฉันเรียนรู้ที่จะรักและชื่นชมตัวของฉันเอง
นั่นเป็นเหมือนการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต

 

"รักเป็นดั่งต้นไม้"เป็นอย่างนั้นนั่นเองสินะ

 

เรามักจะเรียกร้องเอาจากคนรักเสมอให้รู้จักถนอมน้ำใจในความรัก
หากแต่เรากลับหลงลืมที่จะถนอมน้ำใจตัวของตัวเราเองบ่อยกว่าบ่อย
เรามักจะร้องไห้และบอกว่า "เขาทำให้ฉันร้องไห้"
แต่เรากลับลืมคิดไปว่า "เราต่างหากที่ร้องไห้"

"รักเป็นดั่งต้นไม้" สำหรับฉันในตอนนี้แล้ว
เพลงรักเพลงนั้นกำลังสอนให้เรารู้จักรักและถนอมน้ำใจของเรา
…เหมือนที่ต้นไม้รู้สึกชื่นชม ทนุถนอมและรักษาตัวเอง   
แน่นอนว่าบางทีเราอาจจะจะต้องเผชิญวันที่ทำให้รู้สึกยุ่งยากในใจบ้าง
และอาจจะมีบางวันที่เราไม่เข้าใจกัน ขัดใจกัน
เหมือนต้นไม้ในวันที่ต้องเผชิญกับแดดร้อน ลมแรง 
แต่  "ความรัก" สอนให้ฉันรู้ว่า ในวันเหล่านั้นเราต่างไม่ได้ตั้งใจทำร้ายกันและกันเลย
การถนอมใจทำให้เราต่างก็ไม่มองกันและกันในทางร้าย
และมันจะทำให้การเปิดใจเพื่อจะแบ่งปันมุมมองกันและกันในเวลาต่อไปไม่ยากเย็น


นี่เป็นเรื่องราวฮาว์ทูเรื่องแรกในชีวิตฉัน มันอาจจะประดักประเดิดไปบ้าง
อาจจะออกแนวรายงานการทดลองนิดหน่อย
ประเภทมีสมมติฐานการทดลอง วิธีการทดลอง สรุปผลอะไรทำนองนั้น
เอาเป็นว่ามันคือฮาว์ทูเชิงการทดลองก็แล้วกันค่ะ


อ๋อ เพราะอะไรหน่ะหรือคะ
...ที่ฉันต้องใช้เวลาหนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวันเขียนฮาว์ทูขำๆยาวๆเรื่องนี้


เข้ามาใกล้อีกนิดสิค่ะ...ฉันมีอะไรจะบอกคุณ

 

"ฉันรักคุณค่ะ"

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณนะครับ ที่แวะมาแบ่งปันสูตรรัก...
สูตรโบราณของคุณแม่ ที่คงความกลมกล่อมมายาวนาน
แม้คนเราจะชอบ และเชื่อต่างกันเป็นธรรมชาติ แต่การเรียนได้เรียนรู้จากประสพการณ์ของผู้ผ่านโลกมากกว่า นั้นก็ยังมีค่าเสมอ
รับ..และเอามาปรับให้เข้ากับใจตน
ผสม..และคนให้ลงตัวเป็นเนื้อเดียวกัน

"แม่บอกว่ามันต้องมีมิตรภาพแบบเพื่อนผสมอยู่ด้วยในโครงสร้าง
เคียงข้างกัน เตือนกันได้ ยอมรับฟังกัน แล้วก็ให้อภัยกัน"
และ "บะหมี่ห่อเดียวก็งอนไปสามวันได้ "

ทุกครั้งที่ได้อ่านข้อความยาว ๆ ของคุณ
มันก็เห็นถึงความใส่ใจ ความปรารถนาดี และความสุข
ที่อยู่ในตัวหนังสือของคุณด้วยเสมอ

ขอบคุณนะครับ

open-mounthed smile

#18 By เขียนเอง on 2009-04-26 17:09

"ความรัก" สอนให้ฉันรู้ว่า ในวันเหล่านั้นเราต่างไม่ได้ตั้งใจทำร้ายกันและกันเลย
การถนอมใจทำให้เราต่างก็ไม่มองกันและกันในทางร้าย
และมันจะทำให้การเปิดใจเพื่อจะแบ่งปันมุมมองกันและกันในเวลาต่อไปไม่ยากเย็น

มาอ่านอีกที แล้วก็ทำให้คิดดี ๆ ได้มากขึ้น
ช่วงนี้ผมใจคอไม่ค่อยปกติเรื่องความรักครับ
มีเรื่องพบพราก จากลามาเยือนชีวิตตอนนี้

วันนี้ก็ให้บังเอิญ เริ่มต้นเขียนจดหมายถึงหญิงสาวอีกครั้งในวัยขึ้นเลขสาม...
คงต้องเข้ามาหาแรงบันดาลใจจากจดหมายของคุณจูน
ย้อนหลังแล้วล่ะ...

ว่าแต่ชีวิตรักคุณเป็นไงบ้างครับตอนนี้...

#17 By เขียนเอง on 2009-04-19 03:52

หายไปนานมาก ๆ

เป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย ส่งข่าวคราวมาบ้างสิครับ

#16 By Highwind on 2009-03-29 00:07

สอบเสร็จหรือยังยะ

#15 By ดาวถัดมา on 2009-03-14 09:45

ฉัน..คิดถึงคุณค่ะ

#14 By D'Day* on 2009-03-09 16:55

จะมีใครส่งผ่าน"ไขมันทางความสุข"ได้ทางตัวหนังสือสักกี่คนกันนะ
อ่านตัวหนังสือที่อุดมด้วยไขมันเหล่านี้ทีไร
สุข อุ่น เข้าไปถึงหัวใจทุกทีสิน่า cry

ขอบคุณพี่สาวที่เป็นกำลังใจให้เสมอ
รักนะ จุ๊บุ จุ๊บุ
ไม่ได้มาเที่ยว..นาน
ดีใจครับที่ยังไปเยี่ยมหากัน

ที่สำคัญ ยังบอกลู่ทางทำกินอีก

ผมเข้าไปดูแล้วแวบหนึ่ง น่าสนใจมาก ๆ

มีเรียนให้เราได้เรียนรู้อีกเยอะเลย

มหาลัย'ทำแบบนี้..ดีจริง

ขอบคุณนะครับ

ปล. เออ ตอนนี้ผมจะมีงานแสดงภาพถ่ายครั้งแรกน่ะครับ ขอรวดมาชวนคุณจูนไปเที่ยวชมนะครับถ้าว่าง
มีงานเปิดตัววันที่ 1 มีค.ผมเขียนรายละเอียดไว้คร่าว ๆ ในบล็อกอีกอันหนึ่ง ถ้าสนใจลองกดดูนะครับ

http://www.oknation.net/blog/kienfoto
สำนวนคุณยังอบอุ่น นุ่มสบายอยู่เช่นเคยเลยนะครับ

#12 By เขียนเอง on 2009-02-23 13:24

จูนใช้ ie ใช้มั้ย

ลองไปที่ View -> Text Size แล้วคลิกที่ medium นะคะ ตัวหนังสือน่าจะไม่ซ้อนกันแล้ว

big smile

#11 By Mrs. Holmes on 2009-02-20 16:06

อ้าว ลืมบอกไปเลยจ้ะ มัวแต่อิน "ถนอมใจ" question

"ฉันรักคุณค่ะ"

เอ๊ย... --ม่ายช่าย-- question

"คิดถึงนะจ๊ะ คิดถึง" big smile

#10 By Mrs. Holmes on 2009-02-15 01:15

เพิ่งกรี๊ดเสียลั่นไปไม่กี่วันก่อน

หากรักกันแต่ไม่รู้จักถนอมใจ
อนาคตจะเป็นอย่างไรน่าจะรู้
สำหรับคนผู้ฉลาดซะเหลือเกินสองคนเนี่ย

กรี๊ดทีก็ดีไปหลายเดือน
นี่แหละความรักแนว ๆ พี่ sad smile

#9 By Mrs. Holmes on 2009-02-15 01:13

คิดถึงเรื่องหวานถึงหวานเจี๊ยบจากหน้าจอนี้
จะว่าไป จริงๆ คิดถึงอีกหน้าจอนึงมากกว่านะคะ
ฉันรักจดหมายรักน่ะค่ะ ^^

สบายดีนะคะ

#8 By moodee on 2009-02-12 19:11

ปล.2 น่าจะกินข้าวกันสักวันน้า...


เดือนนี้เราจะไม่อยู่หลายวันเลย


เอาเป็นฤกษ์งามยามดี ของเดือนหน้าก็ดีนะ เดือนนี้เศรษฐกิจแย่มากๆ


เอาใจช่วยเหลือเกินเรื่องสอบ เพราะรู้ว่าหม่ะม้าซะอย่าง คงจบมาด้วย GPA 4.00 เหมือนเคยแน่ๆ


เหลืออีกกี่เทอมจะจบเหรอ


อืม... รู้สึกว่าตัวเองต้องการการพักผ่อนจังเลยง่ะ


หม่ะเองก็รักษาสุขภาพนะ เราเพิ่งโทรหาแม่ตอนหลังปีใหม่สองวัน น้ำเสียงสดชื่นเหลือเกิน


ฝากบอกด้วยนะ ว่าคิดถึงน่ะsurprised smile

#7 By เบน on 2009-01-08 11:16

สวัสดีปีใหม่

เป็นเพื่อนกันอีกร้อยปียังสั้นไป


ขอตามไปทุกๆ ชาติดีกว่า


วันก่อนโทรหาแม่



คิดถึงจัง



คิดถึงแม่ คิดถึงหม่ะ คิดถึงหนุงหนิง


และขอให้มีความสุขกับพี่คนนั้นมากๆ ยาวนาน แค่ตลอดไปก็พอนะ


question

#6 By เบน on 2009-01-04 07:48

ถนอมใจ..
ชอบคำนี้จัง..

แต่ก็วิงเวียนอยู่ในทีว่า ถนอมใจใครดี??

ปล. ขอพารา 1 เม็ด ด่วนเลยจ่ะ..เอิ๊ก ๆcry

#5 By 12345 on 2008-11-18 08:58

:)

ขอพารา

วิงเวียน

แต่ก็รู้สึกดี

ชอบหลายประโยค
เราว่า เวลามีรักความรัก ไอคิวเท่าเดิม แต่อีคิวต่ำแทน ๕๕



แต่ว่า เจ๊เภสัชคะ

ชั้นโปกฮา ติดเชื้อแบคทีเรียทางอากาศอะไรบ๊รุ

ตอนแรกนึกว่าแพ้ยุง
สองอาทิตย์แล้วชักลามไปเรื่อยๆ
ไปหาหมอ ละ หมอบอกว่าถ้ามาตั้งแต่แรก
อาทิตย์นึงก็หาย
แต่ชั้น โอ้ ไม่นะ คันมาก แถมไข้อีกตะหาก

ต่อไปคงต้องขอปรึกเรื่องรอยแผลเป็นวาระถัดไป



รักษาสุขภาพค่ะ



sad smile

ปล เจ้าเม่นดูสบายๆขึ้นนะ ๕๕

#4 By walk my own way ^^ on 2008-11-18 07:33

อืม ต้องรู้จักถนอมใจตัวเองbig smile
งืมงำๆ
ดิฉันว่าเริ่มต้นเขียนใหม่ๆมันวกไปวนมา
เขียนได้ไม่ดี แต่รู้สึกดีที่ได้เขียน

แต่ก็นั่นแหล่ะเบน
การเริ่มต้นอะไรใหม่อีกครั้งอาจจะยากอยู่สักหน่อย
ค่อยๆเป็นค่อยๆไป
เชื่อว่าผลที่ตามมาจะดี

พี่คนนั้นถึงกับปรารภว่า หนูต้องแจกพาราในบล็อกหรือเปล่า
เขียนได้วิงหัวนะเนี่ย


เอิ๊กๆ

เรารักหม่ะ


อ่านแล้วดีแล้วนะ


พอบรรจงและตั้งใจ


ผลตอบแทนที่ได้รับก็คุ้มค่าจริงๆ นั่นแหละ


อืม...เรื่องที่ปรึกษา ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดหรอกนะ


เข้าใจกันด้วยดี


ขอบคุณที่คอยให้คำแนะนำที่ดี



ขอบคุณที่อยู่ตรงนั้นเสมอ


big smile big smile

#1 By เบน on 2008-11-17 18:34