.

 

 

สวัสดีนุ่น

ฤดูร้อนใส่กระโปรงย้วยๆสีแดงอมส้มเดินส่ายอาดๆเข้ามาพร้อมกับตัวเลขสี่บนปฏิทิน
น้าจูนเพิ่งรู้สึกตัวถึงการมาเยือนของเธอเมื่อตอนที่เห็นต้นหางนกยูงตรงริมรั้วผลัดเสื้อผ้าชุดใหม่
เธอมีวิธีเปลื้องชุดผ้าโปร่งเนื้อบางๆสีเขียวอมฟ้าชุดนั้นได้อย่างน่าชม
เหมือนว่าน้าจูนจะได้เห็นแผ่นหลัง เห็นหัวไหล่ เห็นปลีน่องของเธอแว่บๆตรงปลายตา
แล้วพอหันไปตั้งอกตั้งใจดูเธอให้เต็มตาอีกครั้ง เธอผลัดเสื้อผ้ากลายเป็นดอกไม้กลีบส้มแดงเนียนละเอียดเสียแล้ว

ช่วงเวลานี้ของปีเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้สวยที่สุด  สวนเล็กๆที่หน้าบ้านของน้าจูนมีดอกไม้เบียดเสียดกันบานสะพรั่ง
พ่อน้าจูนเป็นคนมือเย็นที่ขยันขันแข็งในการปลูกต้นไม้มาก
บางครั้งเพียงแค่พ่อหักกิ่งต้นไม้มาจิ้มลงดินไว้เฉยๆ
....มันก็โตพรวดๆออกดอกออกผลสวยงามราวกับเป็นต้นไม้พิเศษที่ทะนุถนอมให้เติบโตในตู้กระจก
แม้ในคาบเรียนวิชาเภสัชวิทยา น้าจูนได้เรียนของเรื่องพืชพรรณอย่างละเอียด
แต่กระนั้นความสามารถในการแยกแยะชนิดของต้นไม้ของน้าจูนยังคงเท่ากับศูนย์
ครั้งหนึ่งที่มีโอกาสชวนกันกับเพื่อนขับรถลัดเลาะท่องเที่ยวไปถึงทางแถบเชียงราย
น้าจูนเห็นต้นไม้ถูกระบายด้วยดอกไม้สีเหลืองสว่างไสวเรียงรายอยู่สองข้างทาง
ก็อดที่จะถามเพื่อนไม่ได้ว่า นั่น ดอกอะไร

"ดอกขี้เหล็ก" เพื่อนตอบ

"อ๋อ ขี้เหล็กของไข่ย้อยนั่นเอง"

แล้วเราสองคนก็ผลัดกันเล่าเรื่องราวที่ประทับใจของตัวเองเกี่ยวกับตัวหนังสือที่เดินทางด้านหลังแผ่นกระดาษไปจนตลอดเส้นทาง

ในทางเภสัชศาสตร์ วิชาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้ คือ เภสัชพฤษศาสตร์
ต้นไม้ก็คล้ายมนุษย์ พวกเธอมีชื่อจริง มีนามสกุล มีชื่อเล่น มีวิธีการเขียนที่เป็นสากลเพื่อให้คนที่อ่านชื่อสามารถเข้าใจได้เหมือนกันทั่วโลก
ชื่อจริง นามสกุลจริง ของต้นไม้เรียกว่าชื่อวิทยาศาสตร์ โดยชื่อวิทยาศาสตร์จะสามารถบอกเกี่ยวกับพืชนั้นได้อย่างคร่าวๆอีกด้วย
น้าจูนความจำสั้นนัก การจำชื่อวิทยาศาสตร์ของต้นไม้จึงต้องมีกลโกงเล็กน้อย
ขี้เหล็ก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia siamea 
การจดจำในแบบ ขี้เหล็กไทย กลุ่ม cassia พบในประเทศไทย Siam มันยากเกินไปสำหรับน้าจูน
อย่ากระนั้นเลย Cassia siamea  อ่านว่า แคสเซีย เสียเมีย(ซึ่งอันที่จริงควรอ่าน ไซเอมเมีย)
ขี้เหล็ก ....เอ่อ อุจจาระเป็นเหล็กเมียเลยทิ้ง เสียเมีย
เท่านั้นน้าจูนก็สามารถจดจำชื่อวิทยาศาสตร์ของขี้เหล็กได้ขึ้นใจจวบจนทุกวันนี้

ดอกหางนกยูงในเดือนเมษาทำให้น้าจูนระลึกถึงต้นขี้เหล็กและหนังสือปกขาวๆแดงๆเล่มที่มีคนให้รูมเมทน้าจูนยืมมาอ่านอีกต่อหนึ่ง
ในครั้งแรกที่อ่านนั้น ไม่นึกนิยมในรสของตัวหนังสือเลยสักนิด
แม้ว่าเป็นมนุษย์ที่พิสมัยตัวหนังสือหลังแผ่นกระดาษและตู้เหล็กสีแดงที่ยืมยิ้มๆอยู่ประปรายข้างถนน 
และนายไข่ย้อยเองก็เขียนโปสการ์ดหาดากานดาได้น่ารักน่าหยิกไม่หยอก
ในตอนนั้น น้าจูนรู้สึกไปเองตามประสาสตรีผู้ไม่แนวและนิยมนวนิยายตาม