สวัสดีจ้ะ นุ่น

น้าจูนอยากเขียนจดหมายถึงนุ่นมาสักพักใหญ่ๆแต่ก็จนใจที่ไม่มีเวลาเอาเสียเลย
เฮ้อ การที่เราต้องกลับมาเป็นนักเรียนใหม่หลังจากที่ร้างมือไปนานมันยากจริงๆนะนุ่น
....เผลอพริบตาเดียว น้าจูนก็ถูลู่ถูกังมาได้จนหมดหนึ่งเทอม

โรงเรียนใหม่สนุกจ้ะ เป็นโรงเรียนที่มีต้นไม้เยอะที่สุดตั้งแต่น้าจูนเคยเป็นนักเรียนมา
และห้องเรียนที่น้าจูนต้องไปเรียนบ่อยๆวางตัวเงียบเชียบเรียบร้อยอยู่ตรงมุมถนน
มีต้นไม้ขลิบระบายสีเขียวครึ้มรอบๆอาคารและบางครั้งเราก็อาจจะพบกระรอกวิ่งเล่นอยู่บนกิ่งไม้
อืม น้าจูนชอบที่นี่จ้ะ
ด้วยความที่มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ทางด้านการเกษตรจึงทำให้ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยเงาต้นไม้
และยังคงมีเด็กผู้หญิงหน้าตาขำๆแบบที่น้าจูนเคยเป็นสมัยเป็นนักศึกษาปริญญาตรี ขี่จักรยานที่ส่งเสียงดังออดแอดๆอยู่บนถนนสายเล็กๆ
แม้ว่าเคยประทับใจมหาวิทยาลัยมากหลังจากอ่านหนังสืออย่าง "จักรยานแดงในรั้วสีเขียว"จบ
...แต่การได้เดินช้าๆลัดเลาะชมนกชมไม้ไปตามทางเดินแคบๆในมหาวิทยาลัยก็ให้ความรู้สึกแสนวิเศษ

ตอนที่มาเรียนที่นี่ช่วงแรกๆ น้าจูนกังวลว่า เอ แล้วจะหาหนังสือที่ไหนมาเล่าให้หนูฟังกันนะ
เดิมทีน้าจูนตั้งใจจะขนหนังสือที่บ้านขึ้นมาด้วยบางส่วนเพื่อการนี้
แต่เมื่อได้ชมชั้นหนังสือของใครบางคนแล้ว น้าจูนก็วางใจได้ว่าจะมีหนังสือไว้เขียนถึงหนูแน่ๆ
ใครบางคนเคยบอกน้าจูนไว้ว่าคนที่มีความสนใจคล้ายกันมักจะดึงดูดกันและกัน
....น้าจูนก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างตามประสานักวิทยาศาสตร์ที่ดี

"ไหนล่ะคะ หลักฐาน"

หากตู้หนังสือสูงใหญ่ที่ตรงหน้าน้าจูนสามารถให้คำตอบกับคำถามนั้นได้เกือบทั้งหมด
แม้น้าจูนกับ "คุณตู้หนังสือ"จะพบกันเป็นครั้งแรกแค่ชั่วประเดี๋ยวเดียว เราก็คุยกันได้กระจุ๊กกระจิ๊กราวรู้จักกันมาเป็นปี
เกิดอาการอยากจะกรี๊ดอยู่ตลอดเวลายามเห็นหนังสือบรรจุแน่นที่ตรงนั้นตรงนี้บนชั้นวางของคุณตู้หนังสือ
และเผลอพาลทึกทักเอาว่าหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้เป็นหนังสือของตัวเองที่หายสาบสูญอยู่ตลอดเวลา

"โอ๊ะ โต๊ะโตะจังเล่มนี้ของหนูแน่ๆ"

น้าจูนพยายามมั่วนิ่มยึดครองหนังสือเล่มที่จะเอามาเขียนเล่าให้นุ่นฟังวันนี้ด้วยกิริยาตาใสแจ๋ว

"ไหนบอกว่าเล่มของตัวเองโดนปลวกกินไปแล้วไง"

"หนังสือมันกลับมาชาติมาเกิดใหม่เป็นเล่มนี้สิ ถามได้"

เรื่องเอาสีข้างเข้าถูพอให้เลือดซิบๆนี้น้าจูนถนัดนัก
อันที่จริง"โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง"เล่มที่น้าจูนเคยมีเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก
หน้าปกเป็นภาพวาดสีน้ำของนักวาดภาพที่กลายมาเป็น"คนในดวงใจ"ของน้าจูนในปัจจุบัน
จำได้แม่นยำว่าแม่ถือหนังสือปกเขียวๆที่ภาพหน้าปกสีอ่อนบางและหวานใสเล่มนั้นเข้ามาในบ้านเย็นวันหนึ่ง
ตรงหน้าแรกรองปกหนังสือมีลายมือหวัดๆของแม่เขียนไว้ว่า "ของหนูจูน"และลงวันเดือนปีกำกับ
หลังจากนั่งลงและทำความรู้จักกับตัวหนังสือเล็กๆที่เรียงรายเข้ามาทักทายเพื่อนวัยเดียวกัน
น้าจูนหลงรักโต๊ะโตะจังและภาพประกอบเล็กๆบนแผ่นกระดาษสีแปลกตาในหนังสือนั่นเข้าเต็มเปา

คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ เขียนเล่าเรื่องราวในโรงเรียนประถมโทโมเอผ่านสายตาของเด็กผู้หญิงช่างสงสัยอย่างโต๊ะโตะจังได้อย่างเป็นจริงที่สุด
น้าจูนในวัยนั้นเชื่ออย่างจริงๆจังๆว่า โต๊ะโตะจังคือหนังสือที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุเท่ากับน้าจูนเป็นคนเขียนขึ้น
เพราะ- - - เรา- - -  น้าจูนและโต๊ะโตะจังมักจะประสบปัญหาคล้ายๆกันเสมอ
ปัญหาอย่างเช่น การรู้สึกน้อยใจไปเองว่าหมาของตัวเองไม่รัก ,สนใจเรื่องราวที่เกิดที่นอกหน้า ก็เกิดขึ้นกับน้าจูนเช่นกันในวัยนั้น

กลวิธีการเขียนถ่ายทอดเรื่องราวด้วยสายตามุม"ย่อเข่า"ของผู้ใหญ่ปรากฏอยู่ในหนังสือหลายๆเล่ม
แต่ส่วนที่ยากที่สุดของการเขียนด้วยวิธีนี้ก็คือ

"บางทีพอเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่
......เราก็ลืม “ตัวเอง” ในตอนเป็นเด็กไปเสียแล้ว"

เท็ตสึโกะและผู้แปลอย่าง ผุสดี นาวาวิจิตร ก็ทำเอาน้าจูนเชื่อเป็นตุเป็นตะว่าโรงเรียนโทโมเอมีอยู่จริงๆในขณะนั้น
เฝ้าแต่ถามว่าแม่จะย้ายน้าจูนไปอยู่ได้ไหม ญี่ปุ่นไกลจากบ้านของเรามากหรือเปล่า
โชคดีที่แม่ของน้าจูนสนใจในทุกๆคำถามของลูก วันถัดมาเธอจึงกลับบ้านมาพร้อมกับแผนที่โลกขนาดใหญ่
ซึ่งนอกจากน้าจูนจะได้รู้ว่าญี่ปุ่นอยู่ห่างบ้านของเราออกไปไกลแค่ไหนแล้ว
แม่ยังสร้างสรรค์เกมส์ค้นหาประเทศให้น้องชายกับน้าจูนแข่งกันวิ่งหัวซุกหัวซุนกันไปเอามือจิ้มแผนที่
กว่าแผนที่ที่น้าจูนกับน้องชายขยันเอามือไปจิ้มแรงๆจะพัง แม่ของน้าจูนเธอก็ประหยัดเงินซื้อของเล่นใหม่ไปได้โข
ในตอนนั้น น้าจูนสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของการจากไปของยาสึอากิจังมากตามประสาเด็กประถมสอง 
มีเพื่อนที่แสนดีอย่างโต๊ะโตะจังและได้เรียนในโรงเรียนโทโมเอ ....แล้วยาสึอากิจังจะจากไปไหนอีกนะ
ภาพที่ตัวหนังสือวาดไว้ถึงเย็นวันนั้น เย็นวันที่โต๊ะโตะจังทุลักทุเลทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับยาสึอากิสำเร็จ
....คงยังติดอยู่ในใจใครหลายๆคนที่เคยอ่านและเด็กหญิงจูนในตอนนั้นราวภาพถ่าย

ผู้เขียน เขียนถึงวัตถุประสงค์ในการบันทึกเรื่องราวของตนเองในวัยเด็กในชื่อโต๊ะโตะจังไว้ว่า

"เมื่อเขียนจบใหม่ๆ ดิฉันเพียงแต่คิดว่าอยากให้ครูและแม่ที่ยังมีอายุน้อยได้อ่าน
และรับรู้ว่าเคยมีนักการศึกษาที่รักเด็ก เชื่อมั่นในตัวเด็ก และมีไฟ อย่างคุณครูโคบายาชิ อยู่ในโลกนี้
แต่อีกใจหนึ่งก็นึกไปว่า คงมีครูบางคนไม่เห็นด้วย
....เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันสำหรับสังคมที่ต้องแก่งแย่งกันอย่างทุกวันนี้"

ชั้นเรียนของน้าจูนในตอนนี้เองก็น่าสนใจเสียจนอดที่จะป้องปากกระซิบกระซาบเล่าให้ใครต่อใครฟังไม่ได้
เพื่อนร่วมห้องเรียนของน้าจูนไม่ใช่ใครที่เพิ่งผ่านชั้นเรียนมาหมาดๆอย่างสมัยเรียนปริญญาตรี
แต่เป็นเพื่อนที่มาจากต่างอายุ ต่างสาขาอาชีพ และต่างสถาบันการศึกษาอย่างสิ้นเชิง
น้าจูนชื่นชอบเสน่ห์ของห้องเรียนยามเย็นแบบนี้ชนิดที่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
มุมมองของพี่พยาบาลจิตเวชกับคุณตำรวจหญิงที่มีต่อเรื่องเดียวกันอาจจะแตกต่างกันคนละขั้ว
หากแต่ไม่มีใครถูกใครผิด
เราสามารถเรียนรู้และสร้างสิ่งใหม่ๆได้จากการใช้ความแตกต่างนั้นให้เป็นประโยชน์
น้าจูนมีความสุขนักที่ได้เฝ้ามองวิธีที่ความคิดแลกเปลี่ยนและถ่ายเทกันในอากาศ ผ่านคำพูด ผ่านหน้าตาท่าทางของผู้คน

ครูโคบายาชิ ผู้ที่คิดว่าไม่ควรตีกรอบให้กับเด็ก และการเรียนรู้ควรเป็นไปตามธรรมชาติ เคยพูดกับโต๊ะโตะจังไว้ว่า

"สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลก
คือการมีตา แต่ไม่รู้จักมองดูสิ่งสวยงาม
มีหูแต่ไม่ฟังเพลง   มีหัวใจแต่ไม่รู้ความจริง ไร้ความรู้สึก
และไม่มีความกระตือรือร้น"

หวังว่าหนูนุ่นของน้าจูนจะมีดวงตาและดวงใจ
....ที่กว้างขวางมากพอ สำหรับความงดงามของโลกนะจ๊ะ

น้าจูน

 

โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง เขียนโดย คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ แปลโดย ผุวดี นาวาวิจิตร สนพ.ผีเสื้อ พิมพ์ครั้งที่ 14 พ.ศ.2541

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบเล่มนี้จังเลยยย..big smile
คิดถึงช่องหน้าต่างที่บ้านนี้จริงๆ ค่ะ big smile

หนังสือเล่มน่ารัก เคยอ่านเมื่อนานแล้ว
ตอนนี้กำลังนึกว่า โต๊ะโต๊ะจัง ของเราไปไหนหว่า double wink

#3 By moodee on 2008-03-29 21:52

เรื่องนี้นีี่เป็นหนังสือเล่มโปรดเลย อ่านแ้ล้วชอบมากๆ big smile
คิดถึงหนังสือเล่มนี้พอๆกับคิดถึงพี่สาวเลยหละ cry
เป็นหนังสือที่อ่านไปอมยิ้มไป เหมือนตัวหนังสือพี่จูนเลยนะ
จะแวะแอบเนียนทำตัวเป็นหนูนุ่นบ่อยๆ cry

คิดถึงคิดถึง big smile Hot!
จะว่าไปแล้ว อ่านนานนนนนนนน
นานจนลืมเนื้อเรื่องไปหมดเลยนะนี่
แต่ยังจำคร่าวๆ เรื่องนางสาวโต๊ะ โตะได้



ปล.ช่างเป็นหม่อมแม่นี่คูลเสียนี่กระไร
ฝากกราบสวัสดีเจ้าค่ะ

confused smile

#6 By walk my own way ^^ on 2008-03-30 08:53

confused smile

#7 By neverbeen kiss* on 2008-03-30 12:11

เป็นหนังสือที่เคยอ่านสมัยเกือบยี่สิบปีที่แล้ว(โหหห)อีกเช่นกัน

หายไปนานเลย ที่แท้ไปเรียนอยู่นี่เอง --- confused smile เราก็เรียนใกล้จบแล้ว มีหลายย่างที่เปลี่ยนแปลงไปเหมือนกัน

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงรอคอยอ่านจดหมายของหนูนุ่นอย่างสม่ำเสมอนะ (เหมือนเป็นหนูนุ่นเองก็ไม่ปาน)

รักษาสุขภาพกายและใจนะคะ surprised smile

#8 By ~ :: SuPer M i l K y :: ~ on 2008-03-31 07:53

big smile big smile


เพื่อนเก่าที่หายไปนาน คิดถึงจัง..

Hot!

#9 By 1411 on 2008-03-31 08:11

ชอบเล่มนี้มากเลยจ้า
อ่านบทสัมภาษณ์คุณมกุฏหรือลุงหมู แกบอกว่าหลังจากอ่านโต๊ะโตะจัง แกก็เลิกทำนิตยสารไปเลย หันมาจับงานหนังสือเล่มแบบเต็มตัวเพราะหนังสือเล่มนี้แหละ
อิจฉาโต๊ะโตะ อยากมีครูใหญ่และโรงเรียนแบบนั้นบ้าง big smile

#10 By Sunday Syndrome on 2008-03-31 08:20

big smile

รักโต๊ะโตะจัง กับ รร.โทโมเอ มาก ๆ ค่ะ
รร.เราสมัยเด็ก ๆ โหดมาก เป็น รร.ที่สุดเกลียดฝังใจ
ตอนนั้น อิจฉาโต๊ะโตะ มาก ๆ

big smile

#11 By friday on 2008-03-31 14:32

ตอนเด็กเตรียมอนุบาลเราเรียนโรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูสงขลาค่ะ
อันที่จริงเรียนหลายโรงเรียน แม่เป็นคนจัดการให้ซ้ำชั้น
เธอสงสัยว่ามีลูกสาวที่ออกจะ"ช้า"ไปกว่าคนอื่นๆ
ขนาดถึงกับเดินทางพามาตรวจที่โรงพยาบาลเด็กตอนอายุสองขวบ
หมอที่เป้นเพื่อนแม่บอกว่าลูกไม่เป็ฯอะไร แต่แม่เป็นบ้า

เอิ๊กๆ

โรงเรียนสาธิตคล้ายกับโรงเรียนโทโมเอมาก
เราจะเลือกชั่วโฒงเรียนกันด้วยการโหวต
เช่น คาบเรียนการเลี้ยงกระต่าย คาบเรียนหุ่นมือคาบเรียนทำอาหาร
ในคาบเรียนทำอาหาร เราจะได้ทำอะไรเล็กๆน้อยๆที่ไม่ใช้ไฟไม่ใช้มีด
แต่อารมณ์ที่ว่า อาหารนั้น(เหมือนว่า)ทำเอง เราจึงมีความเจริญอาหารเป้นพิเศษ

ในโรงเรียนมีรูปปั้นสัตว์ประปราย ฉันเป็นเด็กขี้ขลาดจึงเลือกเต่ายักษ์
เป็นตัวปูนปั้นที่ไม่ค่อยมีใครชอบ เพราะมันไม่ค่อยเร้าใจ สีเขียวๆ
แถมยังไม่ท้าทายเพราะปีนขึ้นหลังง่าย
เพื่อนคนที่แก่นๆหน่อยจะชอบตัวสูงๆ ขึ้นยากๆ อย่างยีราฟ
บางทีก็แอบเอาของว่างตอนบ่ายใส่กระเป๋าหน้าเสื้อเอี๋ยมกลับมาบ้าน
เอามาฝากหมาที่บ้านทุกวัน
ตอนนั้น รู้สึกว่าอยากให้หมารักตัวเองคนเดียว
อิจฉาน้องชายเพราะได้อยู่กับหมาทั้งวัน
พ่อสงสัยว่าขนมที่โณงเรียนไม่อร่อยมากหรืออย่างไร
ลูกสาวถึงต้องเอามาฝากหมาทุกวัน
แล้วขนมที่เอามาฝาก หมาก็ไม่ค่อยชอบ อย่างข้าวเหนียวไส้กล้วย
พอหมาไม่กิน ก็น้อยใจมากมาย เอากับดิฉันสิ

คิดถึงตอนนั้นแล้วมีความสุขจัง

สวัสดีค่ะทุกๆคน คิดถึงจริง

ฉันมีปัญหาเรื่องกล่องคอมเม้นต์
เขียนแล้วก็เหมือนตัวหนังสือมันซ้อนๆกัน
ต้องคอยก๊อปปี้ไปเพส ดูความถูกต้อง
บ้างว่าฉันควรไปหาจิ้งจอกไฟมาใช้
แต่ฉันไม่อชบอะไรที่ไม่คุ้นชินเอาเสียเลยนี่ดิ

เฮ้อ



^-^ คิดถึงน้าจูนด้วยคน
หวังว่าคงสบายดีนะแก

ปล.คนแก่มักพูดถึงวัยเด็กนะ เคยได้ยินไหม อิอิ
เรื่องนี้มีความหลังเยอะเลย ไม่อยากอ่านให้ตัวเองรู้สึกเสียใจ ไม่เป็นไรนะจูน

แต่ก็คิดถึงจูนจริง ๆ เลยนะ คิดถึงตัวหนังสือของจูนนะ

big smile
big smile มาปรบมือให้กลคำ สำหรับ Just The Way You Are ค่ะ

แปะๆๆๆๆๆๆ

#15 By neverbeen kiss* on 2008-04-02 16:51

สวัสดีค่ะหนูนุ่น
โต๊ะโตะจัง
เคยอ่านตอนเป็นสาวๆน่ะค่ะ
น่ารักมาก(ชอบครูใหญ่)

เพลงของอารักษ์ อาภากาศ
อยู่ในหัวใจเสมอเลยค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปฟังเพลง
และทักทายกัน
surprised smile

#16 By แก้วตา on 2008-04-03 10:38

เป็นหนังสือในดวงใจ
และโทโมเอก็เป็นโรงเรียนในดวงใจ
เวลาได้ไปสอนเด็ก ๆ ในค่าย(เล็กๆ) ก็นึกถึงโรงเรียนในเรื่องนี้บ่อย ๆ (อยากเป็นอย่างคุณครูในเรื่องที่เข้าใจเด็ก ๆ แม้เอาเข้าจริงจะทำได้บ้างไม่ได้บ้าง)

หนังสือเราเป็นปกนั้นเหมือนกันค่ะ สีเขียวกับภาพสวย ๆ นั่น

อ้อ เห็นพูดถึงหนังเรื่องโจเซ่ไว้ในบล็อกคุณหมูดี เป็นไงบ้าง พักนี้อยู่ ๆ เราก็อยากหยิบเรื่องนี้มาดูอีกแฮะ

อ้อ(อีกแล้ว) อีกไม่กี่วันจะลงใต้ไปหลีเป๊ะค่ะ ได้แวะหาดใหญ่แป๊บนึงด้วย open-mounthed smile

#17 By ระหว่างทาง on 2008-04-05 22:04

คิดถึงหนังสือเรื่องนี้จัง
นานนานนานนานมากจนหลงลืมมันไปแล้วbig smile question

#18 By *~kirmkan~* on 2008-04-11 17:21

แวะมาอาบน้ำ เอ๊ย มาสาดน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

mali] จะได้ขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ด้วย อิอิ ดอกมะลิ
อีลิง เดี๋ยวปั๋ดกินตับ
เค้าลดโลกร้อน ใช้น้ำเยอะเกินไปย่ะ

ใครสูงอายุ ชริๆ
เคี้ยว เคี้ยว เคี้ยว เคี้ยวให้ละเอียด เคี้ยว เคี้ยว เคี้ยว เคี้ยว ของทุกอย่างที่กิน
มีหลายอย่างในโต๊ะ โต๊ะ จัง ให้นึกถึง แต่คิดถึงเพลงนี้แว้บแรกเลย บางครั้งเวลากินข้าว ยังคิดถึงเพลงนี้อยู่เลย ไม่ว่าจะผ่านไปนานม๊ากๆแล้ว
สุขสันต์วันสงกรานต์ ค่ะ เจ๊จูน ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ

#21 By หมีพูห์ on 2008-04-13 21:12

สวัสดีคุณหมีพูห์

จำได้ว่าทำนองเพลงเคี้ยวมากจากเพลง

Row row row your boat

ว่าแล้วก็ซ้อมร้องเพลง
หวัดดีจ้าจูน
ชอบๆหนังสืออ่ะ
ขอบคุณมากน๊าขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
ขอสาดน้ำหน่อยจิ

#23 By นาฬิกาทราย on 2008-04-14 12:53

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ
สนุกสนานกับสงกรานต์ดีไหมคะ
ได้เปียกจริงๆ รึยังคะ ^^
ขอสาดน้ำหน่อยน๊า สาดกันในบลอคนี้แหละ
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
5 ขันเลย จะได้เย็นชุ่มฉ่ำใจ ขอให้เย็นกาย สบายใจนะคะ
ดอกมะลิ

#24 By moodee on 2008-04-14 17:37

เจ๊ ขา ไวรัส จริงๆ ด้วย
หน่าโง่ว เลยตู55
ช่างเต๊อะ
แต่ว่า ตรง นั้น มัน คือ wait ล่ะ
อะไรของ แก ตรงพาสเวริดน่ะเค่อะ
.
.
คิดถึง ๆ
วันนี้จะไปภูเก็ตแล้วเด้อ
นั่งเรือไป ต้อง แวะ พี พี ก่อนด้วย
จากนั้นก็ ไอ ดอนท์ โนววว
โย่ว โย่ว
confused smile sad smile
ดอกมะลิ

#25 By Qwan (118.173.58.201) on 2008-04-17 12:13

เดินทางดีๆ

รู้สึกชอบกลว่าสมขวัญอาจจะสละเสียกลางทาง
แล้วใช้ชีวิตรื่นเริง ณ เกาะใดเกาะหนึ่ง

เอาเชือกมันตัวเองไว้กับเรือดีๆหล่ะ
อย่าเพิ่งแกะออกก่อนถึงภูเก็ต
เคยอ่านแล้ว ชอบครับ เดี๋ยวกลับไปหามาอ่านอีกรอบดีกว่าquestion

#27 By Krai on 2008-04-17 21:21

confused smile

#28 By neverbeen kiss* on 2008-04-18 08:22

big smile เคยอ่านเรื่องนี้ ตอนที่หยุดเรียน เพราะไม่สบาย

จำได้ว่าอ่านตอนหน้าฝน ที่บ้านจะแขวนเปลไว้ นอนอ่านบนเปลแกว่งไป-มา

อ่านสนุกจนวางไม่ลงเลยล่ะค่ะ เหมือนได้เพื่อนในวัยเด็กกลับคืนมา



big smile


ขอโทษเจ้าของ blog (น้าจูน)ด้วยนะคะ ที่มาแอบอ่านจดหมาย โดยไม่ได้ขออนุญาต open-mounthed smile

#29 By vanilla_sky on 2008-05-11 15:20