.

 

สวัสดีจ้ะนุ่น

ช่วงนี้น้าจูนชีพจรลงเท้าพิลึก
รีๆรอๆอยู่ว่า ไว้ให้ได้กลับมานั่งนิ่งๆอยู่บ้านนานๆก่อนถึงค่อยเขียนถึงหนู
ไว้ให้ชีวิตเป็นอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น แล้วค่อยเริ่มลงมือ
...บางครั้ง เราก็หาข้ออ้างต่างๆนาๆให้ความกลัวได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ

ช่วงนี้น้าจูนอ่านหนังสือไปเยอะเชียวนุ่น
ลังเลไปสามสิบรอบว่าจะเลือกเล่มไหนมาเขียนถึง
แต่มีเล่มหนึ่งที่น้าจูนว่าเหมาะเหม็ง
และเข้ากันได้อย่างดีเชียวกับช่วงเวลานี้ เวลาของการปิดเทอม
หนังสือชื่อ "หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"
หยิบมาดูวันนี้ก็ต้องอมยิ้มให้เสียทุกทีกับคำโปรยสีชมพูแจ่มที่หน้าปก

"สารคดีบ้างไม่ดีบ้าง"

"แล้วตกลงมันจะดีหรือไม่ดีกันนั่น"

ใครที่กวาดสายตาไปบรรจบกับตัวหนังสือยียวนแบบนั้นคงนึกถามขึ้นในใจ
โดยส่วนใหญ่การพบกันของหนังสือหลายเล่มในครอบครองกับน้าจูน
...มักจะเป็นรักแรกพบที่เกิดขึ้นโดยซื่อ
บางเล่มเกี่ยวแขนมาซบอกให้พออุ่นๆเพราะชอบคำโปรยเพียงสามคำที่หน้าปก
บางเล่มมาอยู่ด้วยกันเพราะ "สีปกสวย"
จ้ะ ฟังไม่ผิดหรอกนุ่น ซื้อมาเพราะสีของปกสวยนัก
เพราะจะบอกว่าปกสวยก็ไม่ถูกนัก ไม่ได้ชอบรูปหน้าปกแบบนั้น แต่ชอบสีฟ้าเฉดนั้นต่างหาก

แต่หนังสือเล่มนี้เพื่อนคนหนึ่งจูงมือมายื่นให้จับแล้วบอกกับน้าจูนว่า

"อ่านจบแล้วไปโบกรถกันเถอะ"

โบกรถ กิริยานั้นมันก็ฟังดูแสนง่าย แค่ยื่นมือออกไปแล้วโบกขึ้นโบกลง
น้าจูนโบกรถเมื่อยามรถรับจ้างผ่านมาแล้วต้องการขึ้นโดยสาร
หรือไม่ก็คือการโบกรถของเพื่อนที่กำลังจะขับเลยไปให้หยุดรอ
โบกรถ มันก็เรื่องง่ายๆ ทำไมต้องอ่านหนังสือและทำไมต้องชวนกันไปโบกรถกันเล่า

"เออ อ่านให้จบก่อนดิ"

น้าจูนรู้สึกเหมือนโดนบังคับให้อ่านหนังสือที่ไม่ได้รู้สึกพิเศษด้วยชอบกล
มันคือการแต่งงานแบบคลุมถุงชนนะนั่น ถึงกับเป็นอาชญากรรมทางวรรณกรรมเชียว

"พี่จุ้ย กับเพื่อนๆเขียนเชียวนะแก"
 
เพื่อนบอกแบบนั้นสำทับว่าเมื่อเห็นแววตาลังเลของน้าจูน
งานเขียนและงานเพลงของศุ บุญเลี้ยง เป็นหวานใจน้ำแข็งใสของน้าจูนมาแต่ไหนแต่ไร
เรื่องของเขาเป็นขนมชนิดที่ภายใต้น้ำแข็งใสราดน้ำแดงนั้นน่าเร้าใจเสมอ
เราอาจจะเจออาหารอะไรที่คนธรรมดาเขาไม่ใส่ลงไปในน้ำแข็งใสอย่างข้าวต้มมัดหรือบ๊วยเค็ม 
บางเรื่องดูเหมือนหวานแต่ก็ขำ บางเรื่องดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ก็มีอะไรซะงั้น

ถึงกระนั้นน้าจูนก็ยังไม่ชอบอารมณ์ที่แรกพบของตัวเอง
...กับตัวหนังสือของ สมจุ้ย เจตนาน่าสนุก,ตุ้มพุทราและวายร้ายสีแดง อยู่ดี
เมื่อหนังสือที่ทำหน้าเจียมตัวบีบตัวลีบเล็กตามน้าจูนกลับมาห้องพัก
จึงมันถูกทิ้งให้นอนนิ่งอยู่กับพวกพี่ๆตำราเรียนหน้าตาไม่ดีทั้งหลาย
เป็นวิธีขังเดี่ยวที่สาหัสสากรรพอควรสำหรับหนังสือรื่นรมณ์สักเล่ม
เพราะน้าจูนไม่ค่อยเฉียดเข้าไปใกล้หนังสือเรียนมากนักก่อนเวลาสอบ
"หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"จึงวางเหงาๆอยู่ตรงนั้นเสียเป็นนาน
 
จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง จำได้ว่ามันเป็นบ่ายวันว่างก่อนที่จะสอบวิชาที่หนักหนา
และน้าจูนกำลังเบื่อหน่ายสงครามวิชาการจนอยากจะอาเจียน
"หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"โบกปกสีขาวด่างๆของตัวเองออกมาจากกองหนังสือเรียนอยู่ไหวๆ
อารมณ์ในตอนนั้น แม้ที่ขาวๆแล่บๆตรงหน้าจะเป็นถุงกล้วยแขกหน้าบันเทิง น้าจูนก็ยินดีคว้า
วางหนังสือเรียนแล้วจับ "หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"มาอ่านด้วยความรู้สึกที่คล้ายๆกับหิว
และหลังจากเริ่มเปิดหน้าหนังสือแล้ว ก็ปิดวางหนังสือไปแค่ครั้งเดียวตอนลุกไปฉี่
ตุ้ม แดง จุ้ย จุ๊บ หัวเราะริกอยู่กลางแดดจ้าจัดของการเดินทาง
และเปี้ยม ในจินตนาการทำหน้าเฉยๆเอาผ้าพลาสติกลายดอกไม้สีชมพูกางกันแดด
 
อาจจะดูแปลกประหลาดและไร้เหตุผล
ที่เราจะอ่านหนังสือท่องเที่ยวระคนขำในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน
แต่ในครั้งนั้นน้าจูนมีกำลังใจฮึดอ่านหนังสือเรียนมากมายเพราะ"หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"
โธ่ ถ้าน้าจูนตกสอบวิชาโหดหินวิชานี้ น้าจูนต้องลงเรียนภาคฤดูร้อนเชียวนะ
นั่นหมายถึง ตลอดปิดเทอม น้าจูนก็ต้องจับเจ่าอยู่ในห้องเรียน
...แสงแดด สายลม กะบะท้ายรถ ก็จะยิ่งห่างไกลน้าจูนออกไปลิบๆเข้าไปอีก

หากให้เลือกตัวเองเป็นตัวละครใดสักคนในเรื่อง น้าจูนน่าจะเป็น"เปิ้ล"
...ที่โดนสกัดดาวรุ่งโดยผู้ปกครองเสียตั้งแต่ต้นเรื่อง
(อนึ่ง : แอบคิดนิดๆว่า เปิ้ล ควรจะเป็นนางเอกของหนังสือ
นักอ่านนวนิยายอย่างน้าจูนมักจะอดไม่ได้ที่จะพยายามหานางเอกและพระเอกจากเรื่องที่อ่าน
ทำไมเปิ้ลจะไม่ใช่นางเอกล่ะ ในเมื่อใครๆในหนังสือก็เขียนจดหมายถึงเธอ)

แม่กับพ่อร่วมกันตัดสินใจว่าแผนการท่องเที่ยวครั้งนั้นไม่ผ่านการอนุมัติ
อันที่จริงน้าจูนจะไม่บอกพ่อกับแม่เสียก่อนการเดินทางก็คงได้
แม่กับพ่อคงไม่ถึงกับลงโทษด้วยการเฆี่ยนน้าจูนแล้วกร้อนผมขังไว้ในบ้านหรอก
แต่น้าจูนบอกเพราะเชื่อว่าคนทั้งสองคนนั้นรู้จักน้าจูนดีที่สุดในโลก
บอกเพราะรู้ว่าเรื่องที่เล่าจะได้ถูกรับฟัง....ไม่ใช่เพียงได้ยิน
และน้าจูนเชื่อฟังเพราะไม่ใช่ตกเป็นผู้อยู่ใต้ปกครองโดยราบคาบ
แต่เพราะน้าจูนรู้ว่า เราทั้งสองฝ่ายจะรับฟังกันและกัน

ปิดเทอมหน้าร้อนนั้น เพื่อนของน้าจูนกับเพื่อนของเธออีกสองคน...หญิงสองชายหนึ่ง
ก็เริ่มต้นโบกรถโดยตั้ง
ต้นจากจังหวัดสตูล
และไปจบที่จังหวัดเลยทางภาคอีสานตอนเหนือ
เรื่องราวที่เพื่อนเล่าช่างน่าทึ่ง เพื่อนๆคนอื่นๆได้แต่ส่งเสียงฮือฮากับเรื่องที่เธอเล่า
เรื่องรถสิบล้อน้ำใจงามที่พัทลุง คนขับรถกะบะหน้าดุที่โคราช
หลายคนหมายมั่นปั้นมือว่า ปิดเทอมคราวหน้าต้องหาโอกาสโบกรถเที่ยวกันบ้าง
...อย่างน้อยก็สักระยะทางสั้นๆ 
 
โลกมีหลายแง่มุมและหนังสือเล่มนี้ก็เล่ามุมมนๆของการเดินทางไว้อย่างสนุกและฉลาด
บางครั้งในการเดินทางก็มีบางวันที่ร้อนอ้าวและต้องใช้เวลารอรถที่โบกแสนนาน
แต่คนขี้เที่ยว คนช่างเที่ยวก็สามารถมองมันในมุมประชดประชันปนขบขันได้ไม่ยาก

"เขาขับไปไม่จอดก็ช่างเขา
เขาทำเป็นไม่เห็นเราก็มีหลาย
เขาไม่หยุดเราก็ไม่เห็นตาย
มีแต่คนใจร้าย ก็รู้ไป"(1)

การเดินทางเป็นโรงเรียนของชีวิตที่สอนในเรามีใจกว้างขวาง
รู้จักยอมรับ เข้าใจ และประนีประนอมกับทั้งตัวเราเองและคนอื่น

แม้"หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"ไม่ใช่สารคดีท่องเที่ยว
ชนิดที่มีหนังสือเล่มนี้เล่มเดียวก็สามารถทำตามไปทุกขั้นตอนก็ตามเที่ยวได้
แต่ตัวหนังสือที่มีกลิ่นแสงแดดและฝุ่นดินแดงพวกนั้น
เหมือนก้อนถ่านไม้ที่คุแสงเพียงวาบวาม
ไม่มีไฟลุกท่วมและไม่สว่างจ้าจัดอย่างให้เรารู้ว่ามีดวงไฟโชนอยู่
หากเมื่อไหร่โยนลงไปบนหัวใจที่มีเชื้อไฟคนช่างฝันก็คงเกิดการใหญ่ได้เดินทาง

"เป้ที่สะพายหลังทุกคนคงไม่ได้สวยหรูหรือยิ่งใหญ่
เหมือนเป้นักท่องเที่ยวผู้พิชิตหิมาลัย
แต่ไอ้ร่องรอยถูกเกี่ยว รอยด่างซีด รอยหนุนต่างหมอนนั่นแหล่ะ
ที่พร้อมจะเรียกให้คนแถวนี้ให้ล้อมวงนั่งฟังเรื่องราวด้วยความเพลิดเพลินราวต้องมนต์สะกด
หัสนิยายบนทางหลวงเกือบ 2000 กิโลเมตร ตลอด 720 ชั่วโมง จะหลั่งไหลออกมา
...เป็นร้อยเท่าของที่เคยเล่าให้ เปิ้ล ฟังผ่านบริการการสื่อสารแห่งประเทศไทย"(2)

วายร้ายสีแดงเค้าบอกไว้อย่างนี้ในตอนท้ายเล่ม
และเป็นอีกถ้อยหนึ่งที่ยืนยันความเชื่อของน้าจูนที่ว่า

"เรื่องนี้ เปิ้ลเป็นนางเอก"

น้าจูน

 

หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น แต่งโดย สมจุ้ย เจตนาน่าสนุก ,วายร้ายสีแดง,ตุ้มพุทรา
พิมพ์ครั้งที่ 8 สนพ.ไปยาลน้อย กรุงเทพฯ ,2541
(1) หน้า 201
(2) หน้า 196

 

Comment

Comment:

Tweet

ถามนิดนึงครับ
เล่มนี้ภาพปก โดย โน้ต อุดม แต้พานิชหรือเปล่าครับ

#42 By julluj on 2008-11-26 12:55

อ่านมา 3-4 ฉบับแล้ว อยากถามว่าอยู่สงขลาเหรอครับ..

#41 By you'll never walk alone (202.60.199.126) on 2008-07-05 21:24

มดอีกตัวนำทางมา question

#40 By Mrs. Holmes on 2008-02-23 10:32

big smile ตามรอยมดมา อิอิ

#39 By ดาวถัดมา on 2008-02-22 16:43

จูนที่คิดถึง...

เห็นจูนเขียนเล่าอะไรมากกว่าคำทักทายแล้ว คิดถึงเรื่องราวของจูนมาก ๆ คิดถึงหนังสือที่จูนอ่าน เพลงที่จูนฟัง ที่ ๆ จูนไป งานฝีมือของจูน ผู้คนรอบข้างจูนและความรักของจูน

แต่ยังไงก็ต้องรับผิดชอบเรื่องเรียนนี่นา

#38 By Mrs. Holmes on 2008-02-22 15:16


ก็เค้าคิดถึงจริงๆนี่นา ..
ตอนนี้กะลังอยู่ในช่วงโลวซีซั่นของชีวิต
แต่ว่า ว่า สมุย โลวไม่นาน 2 เดือนเอง

เฮ้อ ...ไม่รู้จะเรียบเรียงยังไง
ถ้าเท้าเหยียบถึงพื้นเมื่อไหร่จะมาเล่าให้ฟัง

...




#37 By walk my own way ^^ on 2008-02-20 16:50

สวัสดีจูนที่คิดถึง...

เหมือนจะจับใจความผ่าน ๆ ได้ว่า จูนในช่วงนี้นอกจากจะ ว้าน...หวานแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องเรียนด้วย

จูนเรียนต่อโท ใช่มั้ยจ๊ะ เวลาถึงหายไปมากมายขนาดนั้น

บางครั้งพอจูนหรือใครต่อใครที่พี่รู้จักที่นี่ พูดถึงหนังสือของพี่จุ้ย พี่ต้องแปลกใจตัวเองทุกครั้งเลยค่ะ เพราะพี่มั่นอกมั่นใจในตัวเองนักหนาว่า อ่านหนังสือเป็นตัน อ่านเป็นงานหลัก

แต่พี่กลับไม่อ่านงานของพี่จุ้ย

ราวกับว่าพี่ทำเวลาตกหายไปช่วงหนึ่งยังไงไม่รู้ เพราะพี่คุ้น ๆ ว่า ในวันหนึ่งซึ่งชีวิตยังยุ่งเหยิงอยู่กับงานเช่นเดิม ๆ ทุกวัน น้องสาวคนหนึ่งที่ทำงาน ทักว่า พี่อ่านงานของพี่จุ้ยบ้างไหม พี่จะเอาหนังสือพี่จุ้ย (ที่เขามี) ไปอ่านหรือเปล่า

และยังไงต่อก็ไม่รู้นะ รู้แต่ว่า พี่เอาหนังสือของธราธิปไปอ่านแทน

จำไม่ได้จริง ๆ ว่าทำไมถึงไม่อ่าน sad smile

#36 By Mrs. Holmes on 2008-02-20 16:29

สวัสดีจ้ะ surprised smile

#35 By ดาวถัดมา on 2008-01-07 01:21

มีคนฝากมาบอกว่ากำลังสอบ
และความรักไม่ได้ทำให้คนเปลี่ยนไปหรอก จริงจริ๊ง

#34 By : ) (158.108.18.119) on 2007-12-25 13:03

ทำไมหายไปได้นานขนาดนี้
ความรักทำให้คนเปลี๋ยนไป๋ question
คิดถึงตัวหนังสือที่หน้าบลอคนี้อะค่ะ
ไม่ว่างเลยหรอคะ เงียบไปจริงๆ นะ
คิดถึงอ่ะค่ะ

#33 By moodee on 2007-12-16 10:16

ว่าง ๆ จะเขียนหนุ่มนักรัก สาวขี้หื่น ให้อ่านดีมั้ยจูน

ฮี่ ๆ ๆ ๆ

#32 By อีแมะจิ๊ on 2007-12-04 10:33

หล่อนหายไปเลย ชีวิตเฟรชชี่ที่มีความรักคงสดใสปิ๊งปั๊งน้ะสิจ๊ะ คริ ๆ คิดถึงหล่อนนะ แต่ก็ดีใจที่เห็นหล่อนมีความสุข อิชั้นก็มีความสุขตามอัตคัต เอ๊ย อัตถภาพ (สะกดไม่ถูก อิอิ) ไม่จมในความทุกข์เหมือนก่อนหน้านี้ แต่มีบ้างที่จมกับความคิดถึงและเสียดาย (อ้อ ไม่ใช่คนเดิมด้วยนะ ดูซิ เปรี้ยวมะ 55) รักหรือไม่รัก ก็ยังอกหักเหมือนเดิมว่ะหล่อน

อิชั้นมีชุดขาวแล้ว รอเวลาเข้าวัด sad smile วันนี้ตั้งท่าจะโดดงานไปวัดอัมพวัน แต่เกรง ๆ อยู่ว่าจะตื่นตอนตี 3 ครึ่งไม่ไหว หนาวอิ๊บเลยเนอะ

#31 By ดาวถัดมา on 2007-11-30 10:17

แวะมาแอบอ่านจดหมายของหนูนุ่น...
open-mounthed smile

#30 By กันเอง on 2007-11-17 22:19

เคยอ่านนานมากกกกก....ไม่ได้เห็นนานแล้ว ทำเอาอยากย้อนกลับไปอ่านอีกที บางครั้งเวลาได้อ่านหนังสือสมัยที่เราเคยอ่านตอนยังเด็กหรือวัยรุ่น ก็ทำให้อดนึกย้อนไปถึงอดีตในช่วงนั้นไม่ได้เนอะ

#29 By prim (203.156.22.52) on 2007-11-09 12:12

โอ้โฮ
ไม่ได้เห็นหนังสือเล่มนี้นานมาก
คุณจูนทำให้ระลึกชาติได้อีกรอบค่ะ
confused smile

#28 By 'ปราย (58.8.76.134) on 2007-11-08 23:40

จูนนนน...

เป็นไงมั่งแล้วจ๊ะ
อ่ะ ท่าทางจะเพลิดเพลินเป็นการใหญ่เชียว ^^

อากาศกรุงเทพฯ ก็สามวันดีสี่วันร้อนนะ...เมื่อไหร่จะหนาวจริงจังซ้ากทีก็ม่ายรุ - -\'

เราเพิ่งไปผ่าฟันคุดมาสองซี่เมื่อวันก่อน
ยังเจ็บอยู่เลย...เข้าใจแล้วว่าหยอดน้ำข้าวต้มน่ะเป็นไง

ไม่รู้จูนยังอยู่ กทม. หรือกลับสงขลาแล้ว
ยังไงก็ตามมีความสุขกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวอย่างเคยนะจ๊ะ

see ya big smile

#27 By จ๋อยเอ๊ง!! (203.113.35.9) on 2007-11-03 09:52

อยากฟังเพลง "ยังมี" จากจูนบ้างจังbig smile

#26 By 12345 on 2007-11-02 12:55

หวัดดีจ้า...จูน

เป็นไงมั่งแล้ว
อ่ะ...ได้ข่าวว่ามีความสุขมาก แหะๆ ก็จากคำตอบข้างบนน่านแหละ sad smile

กรุงเทพฯ ลมฉิวๆ แล้วจ้า
แถวบ้านเราอากาศช่วงเช้าและกลางคืนดีมาก
บางคืนแอบไม่อาบน้ำด้วย...ก็มันเย็นจัดเลย

ขึ้น ก.ท.ม. คราวนี้ อยู่นานมั้ยเอ่ย
คงได้เจอกันบ้าง เกะอ่ะเกะ อย่างที่คุยกันไว้ question

ไอ วอนนา ซิง อะ ซอง...ฮี่ๆๆๆๆ

#25 By jOylUckClUb on 2007-10-22 12:11

รับทราบจ้า ซ่อนให้แล้ว
ไปกินข้าวมา เพื่อนเธอเลี้ยงส่งดิฉันค่ะ
ได้ข่าวว่าอีกสองสัปดาห์ดิฉันก็กลับมา
แล้วจะไปๆมาๆแบบนี้ไปเรื่อย

เอิ๊กๆ มีความสุขมาก


เจ้ คะ เจ้คะ
นี่ก็ผ่านมาราว 48 ชม แล้ว
ยังรบไม่ชนะอีกรึ
สู้ๆนะ ไปล่ะ
แถวนี้ฝนตก หนักมาก
อากาศเป็นบ้ามากๆเลย

#22 By walk my own way ^^ on 2007-10-20 14:36

ป.ล. โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะหนู ไว้คอมเม้นใหม่นะ
นั่นสิ เอ็กทีนใหม่นี่ ดิฉันปรับแต่งหน้าจอลำบาก
อยากทำบล็อกสีขาวๆ ใสๆ เอาไว้วาดไดอารี่สีน้ำ

จินตนาการกว้างไกลมาก แต่ทำไม่เป็น

งืมๆ เดี๋ยวไปลองที่ใหม่ๆหน่อย

ภาพโบกรถที่ประทับใจที่สุดน่าจะมาจากหนังฝรั่งเศสชื่อ Blue
มันเป็นตอนย่ำเย็นที่พระเอกเพิ่งรู้ว่านางเอกท้อง
โบกรถบรรทุกกลับบ้าน คนในรถร้องเพลงภาษาฝรั่งเศสที่ฟังไม่เข้าใจ
แต่มันเพราะมากๆในความรู้สึก
ภาพสีฟ้าเข้มของถนน สีเขียวของต้นไม้ สีส้มพระอาทิตย์

ไปเอามาดูซ้ำดีกว่าวันนี้
แง้ เมื่อกี้คอมเม้นยาวมาก
ทำไมมันเออเร่อเล่า

เสียใจอะ.......

confused smile
วันนี้เปิดมาเห็นธีมใหม่ รูปเฮดบลอคใหม่ด้วย
ฝีมือเจ้าของบลอควาดเองแน่ๆ เลย big smile

#17 By moodee on 2007-10-19 01:01

big smile big smile

#16 By 12345 on 2007-10-16 15:54

โอ้! หนังสือเล่มนี้นี่เอง
ที่หายไปจากกองหนังสือ (รกๆ)ของเรา
ดีใจจังมาเจอ blog นี้
ทำให้นึกถึงหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจ
ให้เราได้ลองทำอะไรสนุกๆ ดูบ้าง
ถึงแม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ ก็ตาม

ปล. ขอ add big smile

#15 By dasaifu on 2007-10-16 01:17

ไปสมุยมาไม่คล้ายในหนังสือเท่าไหร่จ้ะ
แต่ยังมีกลิ่นนิดๆ

#14 By แมงปอ on 2007-10-15 15:15

หนังสือเล่มนี้เคยอ่านสมัยโน้น (นานมากๆ ) ครั้งแรกที่ได้
อ่านเพราะไปบ้านเพื่อน เห็นหนังสือใหม่วางอยู่หลายเล่ม
เลือกเล่มนี้มาอ่านเพราะ 1 ในชื่อคนเขียนเล่มนี้คือ สมจุ้ย
เจตนาน่าสนุก .. ชอบพี่จุ้ยเหมือนกันค่ะ ชอบชื่อนามสกุลที่
พี่จุ้ยใช้เขียนหนังสือด้วยนะคะ เจตนาน่าสนุก (แน่ๆ ) และ
เชื่อว่าไม่แค่สนุกเฉยๆ ด้วยสิค่ะ

เราจำเรื่องราวในหนังสือไม่ค่อยได้แล้วค่ะ เรื่องราวเลือนๆ ไป
พร้อมกับเวลาเยอะเลย .. ชวนคุยเรื่องการโบก พาให้นึกถึง
บรรยากาศการโบกรถอันน้อยนิดของเรากับเพื่อนๆ และรุ่นพี่
ช่วงหนึ่งของชีวิตวัยรุ่น เอิ๊กกก สนุกดีค่ะ

หนังสือเก่าๆ ที่คุณจูนเลือกมาเขียนเล่าให้หนูนุ่นฟังอีกครั้งนี่
คุณจูนอ่านทั้งเล่มอีกรอบไหมคะ มีหลายเล่มที่เราเคยอ่านไป
นานนนนแล้ว พอเห็นคุณจูนเล่าให้หนูนุ่นฟัง อยากจะกลับไปหา
อ่านใหม่อีกรอบเลยค่ะ .. เล่มนี้ก็เหมือนกัน อ่านแล้วรู้สึกคิดถึง
คิดถึงหลายอย่างเลย ..

#13 By moodee on 2007-10-14 12:18

หวัดดีเช้าวันอาทิตย์จ้าจูน--

จำได้ว่า...ตอนเรียนภาษาฝรั่งเศสมัธยมปลาย
อาจารย์เคยเล่าให้ฟังเรื่องการโบกรถในฝรั่งเศส
ว่ามันเป็นคล้ายวัฒนธรรม...ใครโบกต้องรับทุกราย
ถือเป็นมารยาท และเป็นเรื่องปกติธรรมดามากสำหรับที่นั่น...

นั่นเองจุดประกายให้เราอยากลองโบกดูสักครั้ง
แล้วก็มีโอกาสจริงๆ ...ตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
สนุกดี แต่รู้สึกว่าการโบกรถที่ประเทศเรานี้น่าจะยากลำบากกว่าในฝรั่งเศสมากๆ เลยนะ

อืม...ในประเทศ และในยุคสมัยที่เราต่างก็มีแต่ความหวาดระแวงกันและกันเช่นนี้...

อ๊ะ กลายเป็นเรื่องซีเรียสไปเสียshipเลย
โทษทีจ้า sad smile

...

ป.ล.คิดถึงนะจ๊า big smile

#12 By jOylUckClUb on 2007-10-14 09:54

ช่วงยังเรียนหนังสือฉันโบกรถเที่ยวอยู๋หลายครั้ง
เพราะทุนทรัพย์น้อย แต่อยากเที่ยวไกล
โบกจากเชียงใหม่ลงใต้ เด็กดอยต้องโบกรถไปทะเล
ไม่รู้อะไรทำให้คิดแบบนั้น

เชื่อไหม ฉันไม่เคยอ่านหนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่นเลยแฮะ ตามประสาคนใจแคบเห็นเพื่อนๆ อ่านกันเยอะแล้วแอนตี้ มาเสียดายเอาก็หลังหายขาดจากโรคแอนตี้หนังสือที่เป็นที่นิยม

ฉันเคยนั่งรถขนถังน้ำมันที่แม่สอด รถขนส้มที่แพร่ รถขนปลาที่สิงห์บุรี รถขนปูนที่กำแพงเพชร

รถที่โบกแล้วปลอดภัยที่สุด กลับกลายเป็นรถบรรทุกสิบล้อเหล่านี้แหละ ลุงๆ คนขับชอบให้มีเด็กๆ มานั่งด้วย ชวนคุย จะได้ไม่ง่วง บางทีดึกมาก ก็จอดนอนหลับทั้งคนขับคนโบก

คิดถึงช่วงชีวิตวัยนั้นจัง (โอ๊ะ แสดงความแก่โดยไม่ได้ตั้งใจ) sad smile
เราก็ชอบเล่มนี้มากเหมือนกัน
อ่านกี่ครั้งก็ยังสนุก
ถ้าได้มีชีวิตที่สนุกแบบนี้บ้าง ก็คงจะดี

#10 By หมวยเล็ก (203.118.101.240) on 2007-10-14 00:00

ฟรีโพล ไม่ว่าจะเป็นหัวข้ออะไรก็ได้ และสามารถใช้รูปภาพเป็นตัวเลือกสำหรับธหวตได้ด้วย แล้วยังสามารถสร้างแล้วนำไปติดตั้งบนเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดของท่านได้ ไม่ต้องลงทะเบียนใช้งาน ติดตั้งง่าย พร้อมแสดงกราฟผลการโหวต ด้วยเทคโนโลยีที่ทันทสมัยที่สุด พร้อมระบบป้องกันการโหวตซ้ำ

http://www.thailandinone.com/dotcom/servlet/poll/?lc=th

#9 By pkerror on 2007-10-13 03:02

ตอนมหาลัย เพื่อนๆ ก็มีทริปโบกรถจากกรุงเทพฯไปจันทบุรีกัน น่าสนุกมากๆ
แต่... มันเป็นทริปชายล้วน
เสียดายมาก
เสียดายอะไรน้อ sad smileเอิ่มม ความเห็นนี้ไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน

#8 By Sunday Syndrome on 2007-10-12 22:59

big smile หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มโปรด อีกเล่มหนึง
สนุกสนาน เฮฮา น่ารักดี
อ่านแล้วเกิดแรงบันดาลใจ อยากไปเที่ยวแบบโบกรถขึ้นมาทันที
แต่ยุคสมัยนี้ มันอันตราย
ไว้ใจใครไม่ค่อยได้
ก็เลยต้องอด ไปเที่ยวกันเองกับเพื่อนๆเป็นกลุ่ม
ก็สนุกสุดๆละsurprised smile

#7 By cha_ame on 2007-10-12 22:55

เราได้อ่านเรื่องนี้ตอนมอห้า อินกันมาก
เหมือนอยู่อย่างก็ใครๆก้อชวนกันไปโบกรถ

#6 By N.P on 2007-10-12 22:35

เคยโบกแค่ไม่กี่ครั้ง ครั้งละสั้นๆ

ครั้งหนึ่งเป็นการกลับจาก ไทรงาม ที่พิมาย
ตอนไปนะ ขอบอก อีเพื่อนบอกว่าไม่ไกล
เดินไปถึงได้จากปราสาทหินพิมาย

จำได้ว่าตอนขาไปไม่เท่าไหร่เพราะมันคือหน้าหนาว
เป็นการเดินพร้อมกำลังใจที่ว่า "มีหมอดูที่ดูแม่นมากที่ไทรงาม"
เหนื่อยมากเมื่อไปถึง ทางไกลมากกก ยิ่งขากลับเป็นบ่ายแดดร้อน
บอกเพื่อนว่าขึ้นรถประจำทางเถอะ อ่ะ มีที่ไหน รถประจำทาง
เลยตัดสินใจโบกรถกันค่ะ 7-8 คน
อารมณ์เดียวกับขวัญคือ เขิน
ทำเป็นเดินเกร่ๆ พอเห็นรถก็ทำมือยื่นนิดหน่อย
คือ ทำมือแผล่บๆชนิดที่โบกกลัวคนขับเห็น แต่ก็ยังมีคนเห็นจนได้นะนั่น

ได้นั่งท้ายกะบะขาวมาลงตรงที่ที่ขึ้นรถโดยสารประจำทางได้
ตอนลงจากรถ ตั้งใจมากว่า
ถ้ามีรถเป็นของตัวเองจะรับเด็กๆที่โบกรถไปด้วย
แต่ แต่ รถเก๋งมักจะถูกรังเกียจ เห็นยืนโบกอยู่ดีๆ
พอเราเริ่มชลอ มันทำหันหลังให้ถนนกันซะงั้น

จริงด้วยขวัญ ท้ายกะบะ นี่มันมีมนต์

#5 By Platonic place on 2007-10-12 14:27

เคยเห็น แต่ไม่เคยหยิบอ่าน
.
.
ตั้งแต่เกิดมาเคยโบกรถ ที่เขาเรียกว่าโบกแบบโดยสาร
ไปไกลๆนั่นอยู่ครั้งหนึ่ง

ตื่นเต้นชะมัด เพราะไปกันแค่ 2 คน ผู้หญิง

#4 By ฟ้าบ่กั้น on 2007-10-12 13:00

อ๊ะ มาอัพบล้อคพร้อมกันทำไมค๊า
โฮะ โฮะ
อ่านเรื่องนี้แล้วอยากโบกรถ
เอิมม เราเคยโบกรถด้วยนะ
หลายครั้งทีเดียว
มันต้องใช้ความกล้าอย่างมากในการจะยกแขนออกไป
จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ยกหรอกนะ
พยายามจะยกประมาณทีนึง
ต้องแกล้งเปลี่ยนเป็นท่าโบกมือบ๊ายบายให้ใครก็ไม่รู้แทน
ก็มันตลกง่า
(ฮา)
การโบกรถของเราก็แค่ ยืนริมถนนส่งยิ้มแหะๆ
มีคนจอดถามก็เป็นอันว่าได้ไป แค่นั้นจริงๆ

เออเคยโบกได้ฟอร์จูนเนอร์ กับ วอลโว่หรูหรา
ยังขำกันกับเพื่อนที่ไปด้วย
เฮ้ย โบกรถมันต้องลำบากๆ นั่งกระบะไม่ใช่เหรอ
แต่ในรถอึดอัดนะ ไม่รู้จะเมาท์อะไร

#3 By walk my own way ^^ on 2007-10-12 12:34

หวัดดีค่ะ

คัมภีร์ในดวงใจเลยนะ หนุ่มนักโบกฯ เนี่ย
อ่านไปไม่รู้กี่รอบ (สมัยสาว ๆ)
แล้วก็ใฝ่ฝันมาก วันนึงจะต้องโบกรถให้ได้

ฟ้าดินเป็นใจ
ให้ได้ไปเรียนหนังสือในแดนไกล ที่เค้านิยมโบกรถ กันเป็นประเพณี
ห่างจากบ้านคุณจูน อีก 100 กม.

มีเรื่องสนุก ๆ จากการโบกรถมากมาย ตลอด 4 ปี ที่อยู่ที่นั่น
ทั้งเจอเอง ทั้งที่เพื่อน ๆ เอามาเล่าให้ฟัง

เสียดายที่สถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้หลายอย่างเปลี่ยนไปมากมาย
เสียดาย เสียดายจริง ๆ ค่ะ

แต่ในความทรงจำ ที่อย่างยังแจ่มชัด สนุกสนาน สวยงามเสมอค่ะ

confused smile

#2 By friday on 2007-10-12 12:00

เออ ใครคอมเม้นแล้วหายหรืออะไร
ความผิดดิฉันเองค่า
ยังไม่ชินกับเวอร์ชั่นใหม่ของเอ็กทีน
อ่ะ แต่ก็พอไหว