จดหมายฉบับที่ 53 : หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น
posted on 12 Oct 2007 10:17 by junnie in Thai-books
.
สวัสดีจ้ะนุ่น
ช่วงนี้น้าจูนชีพจรลงเท้าพิลึก
รีๆรอๆอยู่ว่า ไว้ให้ได้กลับมานั่งนิ่งๆอยู่บ้านนานๆก่อนถึงค่อยเขียนถึงหนู
ไว้ให้ชีวิตเป็นอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น แล้วค่อยเริ่มลงมือ
...บางครั้ง เราก็หาข้ออ้างต่างๆนาๆให้ความกลัวได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ
ช่วงนี้น้าจูนอ่านหนังสือไปเยอะเชียวนุ่น
ลังเลไปสามสิบรอบว่าจะเลือกเล่มไหนมาเขียนถึง
แต่มีเล่มหนึ่งที่น้าจูนว่าเหมาะเหม็ง
และเข้ากันได้อย่างดีเชียวกับช่วงเวลานี้ เวลาของการปิดเทอม
หนังสือชื่อ "หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"
หยิบมาดูวันนี้ก็ต้องอมยิ้มให้เสียทุกทีกับคำโปรยสีชมพูแจ่มที่หน้าปก
"สารคดีบ้างไม่ดีบ้าง"
"แล้วตกลงมันจะดีหรือไม่ดีกันนั่น"
ใครที่กวาดสายตาไปบรรจบกับตัวหนังสือยียวนแบบนั้นคงนึกถามขึ้นในใจ
โดยส่วนใหญ่การพบกันของหนังสือหลายเล่มในครอบครองกับน้าจูน
...มักจะเป็นรักแรกพบที่เกิดขึ้นโดยซื่อ
บางเล่มเกี่ยวแขนมาซบอกให้พออุ่นๆเพราะชอบคำโปรยเพียงสามคำที่หน้าปก
บางเล่มมาอยู่ด้วยกันเพราะ "สีปกสวย"
จ้ะ ฟังไม่ผิดหรอกนุ่น ซื้อมาเพราะสีของปกสวยนัก
เพราะจะบอกว่าปกสวยก็ไม่ถูกนัก ไม่ได้ชอบรูปหน้าปกแบบนั้น แต่ชอบสีฟ้าเฉดนั้นต่างหาก
แต่หนังสือเล่มนี้เพื่อนคนหนึ่งจูงมือมายื่นให้จับแล้วบอกกับน้าจูนว่า
"อ่านจบแล้วไปโบกรถกันเถอะ"
โบกรถ กิริยานั้นมันก็ฟังดูแสนง่าย แค่ยื่นมือออกไปแล้วโบกขึ้นโบกลง
น้าจูนโบกรถเมื่อยามรถรับจ้างผ่านมาแล้วต้องการขึ้นโดยสาร
หรือไม่ก็คือการโบกรถของเพื่อนที่กำลังจะขับเลยไปให้หยุดรอ
โบกรถ มันก็เรื่องง่ายๆ ทำไมต้องอ่านหนังสือและทำไมต้องชวนกันไปโบกรถกันเล่า
"เออ อ่านให้จบก่อนดิ"
น้าจูนรู้สึกเหมือนโดนบังคับให้อ่านหนังสือที่ไม่ได้รู้สึกพิเศษด้วยชอบกล
มันคือการแต่งงานแบบคลุมถุงชนนะนั่น ถึงกับเป็นอาชญากรรมทางวรรณกรรมเชียว
"พี่จุ้ย กับเพื่อนๆเขียนเชียวนะแก"
เพื่อนบอกแบบนั้นสำทับว่าเมื่อเห็นแววตาลังเลของน้าจูน
งานเขียนและงานเพลงของศุ บุญเลี้ยง เป็นหวานใจน้ำแข็งใสของน้าจูนมาแต่ไหนแต่ไร
เรื่องของเขาเป็นขนมชนิดที่ภายใต้น้ำแข็งใสราดน้ำแดงนั้นน่าเร้าใจเสมอ
เราอาจจะเจออาหารอะไรที่คนธรรมดาเขาไม่ใส่ลงไปในน้ำแข็งใสอย่างข้าวต้มมัดหรือบ๊วยเค็ม
บางเรื่องดูเหมือนหวานแต่ก็ขำ บางเรื่องดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ก็มีอะไรซะงั้น
ถึงกระนั้นน้าจูนก็ยังไม่ชอบอารมณ์ที่แรกพบของตัวเอง
...กับตัวหนังสือของ สมจุ้ย เจตนาน่าสนุก,ตุ้มพุทราและวายร้ายสีแดง อยู่ดี
เมื่อหนังสือที่ทำหน้าเจียมตัวบีบตัวลีบเล็กตามน้าจูนกลับมาห้องพัก
จึงมันถูกทิ้งให้นอนนิ่งอยู่กับพวกพี่ๆตำราเรียนหน้าตาไม่ดีทั้งหลาย
เป็นวิธีขังเดี่ยวที่สาหัสสากรรพอควรสำหรับหนังสือรื่นรมณ์สักเล่ม
เพราะน้าจูนไม่ค่อยเฉียดเข้าไปใกล้หนังสือเรียนมากนักก่อนเวลาสอบ
"หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"จึงวางเหงาๆอยู่ตรงนั้นเสียเป็นนาน
จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง จำได้ว่ามันเป็นบ่ายวันว่างก่อนที่จะสอบวิชาที่หนักหนา
และน้าจูนกำลังเบื่อหน่ายสงครามวิชาการจนอยากจะอาเจียน
"หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"โบกปกสีขาวด่างๆของตัวเองออกมาจากกองหนังสือเรียนอยู่ไหวๆ
อารมณ์ในตอนนั้น แม้ที่ขาวๆแล่บๆตรงหน้าจะเป็นถุงกล้วยแขกหน้าบันเทิง น้าจูนก็ยินดีคว้า
วางหนังสือเรียนแล้วจับ "หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"มาอ่านด้วยความรู้สึกที่คล้ายๆกับหิว
และหลังจากเริ่มเปิดหน้าหนังสือแล้ว ก็ปิดวางหนังสือไปแค่ครั้งเดียวตอนลุกไปฉี่
ตุ้ม แดง จุ้ย จุ๊บ หัวเราะริกอยู่กลางแดดจ้าจัดของการเดินทาง
และเปี้ยม ในจินตนาการทำหน้าเฉยๆเอาผ้าพลาสติกลายดอกไม้สีชมพูกางกันแดด
อาจจะดูแปลกประหลาดและไร้เหตุผล
ที่เราจะอ่านหนังสือท่องเที่ยวระคนขำในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน
แต่ในครั้งนั้นน้าจูนมีกำลังใจฮึดอ่านหนังสือเรียนมากมายเพราะ"หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"
โธ่ ถ้าน้าจูนตกสอบวิชาโหดหินวิชานี้ น้าจูนต้องลงเรียนภาคฤดูร้อนเชียวนะ
นั่นหมายถึง ตลอดปิดเทอม น้าจูนก็ต้องจับเจ่าอยู่ในห้องเรียน
...แสงแดด สายลม กะบะท้ายรถ ก็จะยิ่งห่างไกลน้าจูนออกไปลิบๆเข้าไปอีก
หากให้เลือกตัวเองเป็นตัวละครใดสักคนในเรื่อง น้าจูนน่าจะเป็น"เปิ้ล"
...ที่โดนสกัดดาวรุ่งโดยผู้ปกครองเสียตั้งแต่ต้นเรื่อง
(อนึ่ง : แอบคิดนิดๆว่า เปิ้ล ควรจะเป็นนางเอกของหนังสือ
นักอ่านนวนิยายอย่างน้าจูนมักจะอดไม่ได้ที่จะพยายามหานางเอกและพระเอกจากเรื่องที่อ่าน
ทำไมเปิ้ลจะไม่ใช่นางเอกล่ะ ในเมื่อใครๆในหนังสือก็เขียนจดหมายถึงเธอ)
แม่กับพ่อร่วมกันตัดสินใจว่าแผนการท่องเที่ยวครั้งนั้นไม่ผ่านการอนุมัติ
อันที่จริงน้าจูนจะไม่บอกพ่อกับแม่เสียก่อนการเดินทางก็คงได้
แม่กับพ่อคงไม่ถึงกับลงโทษด้วยการเฆี่ยนน้าจูนแล้วกร้อนผมขังไว้ในบ้านหรอก
แต่น้าจูนบอกเพราะเชื่อว่าคนทั้งสองคนนั้นรู้จักน้าจูนดีที่สุดในโลก
บอกเพราะรู้ว่าเรื่องที่เล่าจะได้ถูกรับฟัง....ไม่ใช่เพียงได้ยิน
และน้าจูนเชื่อฟังเพราะไม่ใช่ตกเป็นผู้อยู่ใต้ปกครองโดยราบคาบ
แต่เพราะน้าจูนรู้ว่า เราทั้งสองฝ่ายจะรับฟังกันและกัน
ปิดเทอมหน้าร้อนนั้น เพื่อนของน้าจูนกับเพื่อนของเธออีกสองคน...หญิงสองชายหนึ่ง
ก็เริ่มต้นโบกรถโดยตั้งต้นจากจังหวัดสตูล
และไปจบที่จังหวัดเลยทางภาคอีสานตอนเหนือ
เรื่องราวที่เพื่อนเล่าช่างน่าทึ่ง เพื่อนๆคนอื่นๆได้แต่ส่งเสียงฮือฮากับเรื่องที่เธอเล่า
เรื่องรถสิบล้อน้ำใจงามที่พัทลุง คนขับรถกะบะหน้าดุที่โคราช
หลายคนหมายมั่นปั้นมือว่า ปิดเทอมคราวหน้าต้องหาโอกาสโบกรถเที่ยวกันบ้าง
...อย่างน้อยก็สักระยะทางสั้นๆ
โลกมีหลายแง่มุมและหนังสือเล่มนี้ก็เล่ามุมมนๆของการเดินทางไว้อย่างสนุกและฉลาด
บางครั้งในการเดินทางก็มีบางวันที่ร้อนอ้าวและต้องใช้เวลารอรถที่โบกแสนนาน
แต่คนขี้เที่ยว คนช่างเที่ยวก็สามารถมองมันในมุมประชดประชันปนขบขันได้ไม่ยาก
"เขาขับไปไม่จอดก็ช่างเขา
เขาทำเป็นไม่เห็นเราก็มีหลาย
เขาไม่หยุดเราก็ไม่เห็นตาย
มีแต่คนใจร้าย ก็รู้ไป"(1)
การเดินทางเป็นโรงเรียนของชีวิตที่สอนในเรามีใจกว้างขวาง
รู้จักยอมรับ เข้าใจ และประนีประนอมกับทั้งตัวเราเองและคนอื่น
แม้"หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น"ไม่ใช่สารคดีท่องเที่ยว
ชนิดที่มีหนังสือเล่มนี้เล่มเดียวก็สามารถทำตามไปทุกขั้นตอนก็ตามเที่ยวได้
แต่ตัวหนังสือที่มีกลิ่นแสงแดดและฝุ่นดินแดงพวกนั้น
เหมือนก้อนถ่านไม้ที่คุแสงเพียงวาบวาม
ไม่มีไฟลุกท่วมและไม่สว่างจ้าจัดอย่างให้เรารู้ว่ามีดวงไฟโชนอยู่
หากเมื่อไหร่โยนลงไปบนหัวใจที่มีเชื้อไฟคนช่างฝันก็คงเกิดการใหญ่ได้เดินทาง
"เป้ที่สะพายหลังทุกคนคงไม่ได้สวยหรูหรือยิ่งใหญ่
เหมือนเป้นักท่องเที่ยวผู้พิชิตหิมาลัย
แต่ไอ้ร่องรอยถูกเกี่ยว รอยด่างซีด รอยหนุนต่างหมอนนั่นแหล่ะ
ที่พร้อมจะเรียกให้คนแถวนี้ให้ล้อมวงนั่งฟังเรื่องราวด้วยความเพลิดเพลินราวต้องมนต์สะกด
หัสนิยายบนทางหลวงเกือบ 2000 กิโลเมตร ตลอด 720 ชั่วโมง จะหลั่งไหลออกมา
...เป็นร้อยเท่าของที่เคยเล่าให้ เปิ้ล ฟังผ่านบริการการสื่อสารแห่งประเทศไทย"(2)
วายร้ายสีแดงเค้าบอกไว้อย่างนี้ในตอนท้ายเล่ม
และเป็นอีกถ้อยหนึ่งที่ยืนยันความเชื่อของน้าจูนที่ว่า
"เรื่องนี้ เปิ้ลเป็นนางเอก"
น้าจูน
หนุ่มนักโบกกับสาวขี้บ่น แต่งโดย สมจุ้ย เจตนาน่าสนุก ,วายร้ายสีแดง,ตุ้มพุทรา
พิมพ์ครั้งที่ 8 สนพ.ไปยาลน้อย กรุงเทพฯ ,2541
(1) หน้า 201
(2) หน้า 196
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มโปรด อีกเล่มหนึง
เอิ่มม ความเห็นนี้ไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน
ความผิดดิฉันเองค่า
ยังไม่ชินกับเวอร์ชั่นใหม่ของเอ็กทีน
อ่ะ แต่ก็พอไหว
#1 By จดหมายถึงหนูนุ่น on 2007-10-12 11:02