.

สวัสดีจ๊ะนุ่น

น้าจูนเขียนจดหมายฉบับนี้
...ขณะกำลังหักห้ามใจไม่ให้ลงไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรมา"รองท้อง"มื้อดึก
อาจจะโหดร้ายกับความรู้สึกอยู่สักหน่อย
...ที่ปล่อยให้สตอร์เบอรี่ชีสเค้กต้องนอนหนาวเดียวดายข้ามคืนในตู้เย็นแบบนั้น
อดทนหน่อยนะ แม่เค้กชุดสีชมพู พรุ่งนี้เช้าเจอกัน
น้าจูนได้แต่พึมพำบอกเธอไปในใจ ก็มื้อดึกนี่มันทำน้ำหนักเราทะลุเป้าชะงัดนักหล่ะ

เป็นผู้หญิงนี่นะนุ่น บางครั้งเราก็ออกจะลำบากกับความกังวลของตัวเองเรื่องรูปร่าง
อ้วนไปก็ไม่ดี ผอมไปก็ไม่เหมาะ
อันที่จริงน้าจูนก็อ้วนพอประมาณและถึงจะก้าวล่วงเข้าไปสู่อาณาเขตของคำว่าอ้วนไปแล้ว
...ก็ยังต้องคอยระวังไม่ให้อ้วนมากไปกว่าเดิม

นับประสาอะไรกับหญิงสาวหุ่นสะโอดสะองคนอื่นๆเล่า

เรารับรู้รูปแบบความงามผ่านสื่อหลายๆชนิด อย่างนั้นเรียกว่าสวยอย่างนี้เรียกว่าสวย
แต่ในความเป็นจริง นิยามของคำว่า "สวย" อยู่ที่ไหนกันหนอ น้าจูนยังฉงน
ในภาพวาดยุคเรเนซอง คนสวยในภาพวาดล้วนแก้มใสกลมและดูอวบอิ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัว
และเรอนัวร์ จิตกรเอกของโลกก็วาดภาพผู้หญิงเจ้าเนื้อได้น่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงนัก
บางทีพวกเธออาจจะคือเจ้าของนิยามแบบอย่างว่าสวยในบางยุคสมัย
แต่หากให้เปรียบเทียบกับเจ้าของนิยามความสวยในอีกยุคสมัย
พวกเธออาจจะถือว่า ไม่แตะตาเลย ตามกรอบของความงาม ณ ขณะนั้น

เชื่อเถอะว่า ตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาวจนเป็นผู้หญิงเต็มวัย
ผู้หญิงเกือบทุกคนอาจจะต้องสับสนกับการหาความพอดีของชีวิตในเรื่องรูปร่างกันคนละหลายครั้งหลายหน
น้าจูนเองก็เช่นกัน
เมื่อทดลองนับๆดู น้าจูนเคยเดินผ่านจุดแห่งการปรับสมดุลในชีวิตในเรื่องรูปร่างมามากกว่าหนึ่งครั้งแน่ๆ
น้าจูนเคยกังวลกับมัน จนไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากจับตาดูว่าตัวเองกินอะไรเข้าไปบ้างในแต่ละวัน
หงุดหงิดจิตตกเมื่อแม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวใส่น้ำมันกระเทียมเจียวมาในเกาเหลาทั้งๆที่สั่งเอาไว้แล้วว่าไม่ใส่
และน้าจูนก็บ้าพอที่จะเอาปลายทิชชู่ลงไปค่อยๆซับน้ำมันออกจากชามเกาหเหลาของตัวเอง
ฟังดูน่าอายนัก แต่บางครั้งเมื่อเรายังหาสมดุลของชีวิตไม่ได้
...อะไรๆก็เกิดขึ้นได้เสมอ

หนังสือเล่มที่หยิบมาเล่าให้นุ่นฟังวันนี้ ชื่อ "Stick figure อ้วนไปทำยังไงดีนะ"
เป็นหนังสือแปลในรูปแบบสมุดบันทึกจ้ะ

เราพบหนังสือหลายเล่มในโลกวรรณกรรม ถูกเขียนขึ้นมาในรูปแบบของบันทึก
บางเล่มเป็นเรื่องแต่ง อย่างไดอารี่ของแม่สาวอวบอย่าง บริเจ็ดโจนส์ ไดอารี่
และบางเล่มเป็นบันทึกจริงๆของคนที่มีเลือดเนื้อ อย่างบันทึกของแอน แฟรงค์
...ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องราวความยากลำเค็ญของเด็กผู้หญิงชาวยิวระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง

ส่วนเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ มาจากบันทึกจริงๆของเด็กผู้หญิงชาวอเมริกันคนหนึ่ง
เธอเขียนบันทึกเล่มนี้เมื่ออายุ 11 ปี ขณะกำลังป่วยด้วยโรคปฎิเสธอาหาร
ชื่อของโรคที่เรามักจะได้ยินเสมอๆตามสื่อชนิดต่างๆของโรคปฎิเสธอาหาร คือ อะนอร์เร็กเซีย โนโวซ่า
ไม่ใช่ความกลัวอ้วนแบบธรรมดาๆ หากแต่คือการพยายามให้ตัวเองผอมที่สุด


ขอบเขตของคำว่า "เกินไป"ของทุกๆอย่าง กำหนดได้ยากเย็นนัก
คำว่า"ผอมเกินไป"ก็เช่นกัน
ลอรี่ ก็อทท์เลียบ ผู้เขียนบันทึกพยายามพูดถึงเรื่องนี้ซ้ำๆในหนังสือ
เมื่อเธอเริ่มอดอาหารทีละน้อย ทีละน้อย จนกระทั่งเริ่มแสดงอาการป่วย

ไม่ต้องกังวลว่าหนังสือเล่มนี้จะมีเรื่องน่ากลัว เรื่องยา และเรื่องโรคเต็มไปหมดหรอกนะจ๊ะนุ่น
เพราะลอรี่ ก็อทท์เลียบในวัยเด็กนั้นเป็นเด็กสาวที่มีอารมณ์ขันอันร้ายกาจ
เราจะอดอมยิ้มปนหัวเราะไปกับเรื่องต่างๆในชีวิตเธอไม่ได้
แม้ว่าบางทีเราจะพบแววเศร้าของความไม่นับถือตัวเองในตัวอักษรของเธอที่วัยนั้นบางๆ

และ เครือแข โพธิ์ทองก็แปลออกมาได้รสพอเหมาะ เป็น"รส"ที่ไม่ห่างไกลจากวัยที่เป็นจริงของผู้เขียนขณะนั้น
ลอรี่ ก้อทท์เลียบพบบันทึกฉบับเก่าของตัวเองขณะรื้อข้าวของส่วนตัวในตอนอายุ 30 ปี
เธอใช้เวลาราวๆหนึ่งสัปดาห์ย้อนอ่านบันทึกของตัวเองอย่างช้าๆด้วยความตื่นใจ
สำหรับน้าจูนแล้วการเอาหน้าจดหมายและสมุดบันทึกจริงๆมาเปิดเผยเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความกล้าหาญมากมาย

แต่เมื่อ ลอรี่ ก็อทเลียบอ่านทบทวนบันทึกเล่มเก่า เธอก็เห็นว่า เธอควรแบ่งมันออกไปในที่สาธารณะให้บรรดาเด็กสาวได้อ่าน
การที่โลกเราเต็มไปด้วยเด็กผู้หญิง ที่บ่นกับตัวเองหน้ากระจกในทุกๆเช้าที่ตื่นนอนว่า

"ฉันช่างอ้วนน่าเกลียดอะไรอย่างนี้"

...คงจะเป็นโลกของคนที่ไม่ค่อยมีความสุขนัก
และเมื่อไหร่ที่เธอพวกนั้นกังวลเรื่องรูปร่างไปกว่าทุกๆสิ่งในชีวิต
เมื่อนั้นเธอจะไม่รู้ตัวเองเลยว่า
ตัวเองได้ก้าวผ่านจากการรบกวนจิตใจจากที่สิ่งมองเห็นได้ไปสู่ความป่วยไข้ภายใน

ท่ามกลางภาพโฆษณาเครื่องสำอางค์ที่น่าขยะแขยงบางชิ้น
...ผู้หญิงบางคนในภาพเคลื่อนไหวพวกนั้น รู้สึกว่าตัวเองช่างด้อยค่าเมื่อไม่ได้มีใบหน้าขาวกระจ่าง
ไม่มีใครในทำงานยอมรับและทำงานผิดพลาดเพราะไม่มีใบหน้าขาว
จริงอยู่ว่าบุคลิกภาพที่ดี ย่อมส่งเสริมให้เราทำอะไรด้วยความมั่นใจ
แต่คงไม่ถึงกับไร้ค่าหมดสิ้นทุกๆสิ่งทุกอย่าง
เพียงเพราะเราอ้วน เราผอม เราดำ หรือเราขาว ไปกว่าบรรทัดฐานที่สิ่งรอบๆตัวบอกว่า"ควรเป็น"

จนทุกวันนี้ น้าจูนยังคงชอบดูหนังสือผู้หญิงภาพสวยๆ ที่เต็มไปด้วยคนผอมๆยุบยับในหน้ากระดาษ
ยังคงมองหาลิปสติกสีใหม่ๆยามไปเดินจับจ่ายในห้างสรรพสินค้า
หรือออกจะมีรองเท้าในครอบครองเกินกว่าความจำเป็นของมนุษย์ไปหลายคู่สักหน่อย
และยังพยายามพัฒนาฝีมือการปัดมัสคาร่าของตัวเองอย่างขมั่กเขม้น
แต่น้าจูนก็รู้ว่าแม้จะมีหรือไม่มีข้าวของตกแต่งภายนอก
หรือน้าจูนจะสูงต่ำดำขาวหรืออ้วนผอมแค่ไหน
น้าจูนก็มีค่าและเป็นคนสำคัญของคนรอบๆตัวเสมอ

แม้ว่าโลกจะหมุนไปไกลสักแค่ไหน
คนผอมจะสวย หรือคนอ้วนจะงามในนิยาม ณ ช่วงเวลานั้น
แต่ความสวยงามที่ไม่เคยแปรผันไปตามเวลาและดวงตา
คือความงามนั้นมาจากหัวใจที่มีความสุขและตระหนักรู้ถึงคุณค่าของตัวเอง

อ่ะ เขียนเหตุผลมายืดยาว
คนสวยที่มีจิตใจดีงามไม่ควรจะปล่อยให้แม่เค้กสาวชุดสีชมพูหนาวเหน็บข้ามคืน
น้าจูนขอตัวไปปลอบใจเธอสักคำสองคำเถอะนะนุ่นนะ เอิ๊กๆ

คิดถึงจ๊ะ

น้าจูน

ยังอ้วนไปทำไงดีนะ บันทึกประจำวันเมื่อฉันอยากผอม(Stick Figure)
แต่งโดย ลอรี่ ก็อทท์เลียบ แปลโดย เครือแข โพธิ์ทอง พิมพ์ครั้งที่ 1 สนพ.โพเอม่า ,2543

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

พยายาม มั่นใจกับสิ่งที่เป็น
แต่ก็หนี กระแสไม่พ้น
บางทีก็ยอมไหลไปตามกระแสบ้าง ฝืนบ้าง
เหนื่อยๆ ก็ไหลๆ


พี่จูนเขียนอะไรเช่นนี้ ชอบจริง
โชคดีมั้ยนะที่เกิดมาเป็นคนผอม เลยไม่ต้องกังวลกับการกินอาหาร
แต่แก่ไปก็ไม่แน่ อาจจะอ้วนขึ้นก็ได้

#2 By *บลาสต์ on 2007-05-31 20:14

จริงคะ.. ความงามในหัวใจคน สวยและน่ามองกว่ารูปร่างเยอะ เพียงแต่ว่าสิ่งพิเศษๆแบบนี้จะมองเห็นได้ด้วยสายตาที่พิเศษของคนที่พิเศษเท่านั้น คนธรรมดาไม่อาจมองเห็นความงามในหัวใจนี้ได้

เพราะคนธรรมดาลืมตาแล้วใช้สายตามอง

แต่คนพิเศษหลับตาแล้วใช้หัวใจมอง...

ดีใจจังที่วันนี้มีคนพิเศษอยู่ข้างๆหลายคน

#3 By พี่พลอยจ๋า on 2007-05-31 20:53


โอย . . . เรื่องมื้อดึกนี่เป็นปัญหามาตลอดครับ
ห่วงยางก็พองลมมากขึ้นเรื่อยๆ

ความงามจากข้างในนั้นดีนักหนาครับ
แต่กว่าที่ใครสักคนจะเข้ามาทำความรู้จักเราจากภายใน
ก็ต้องรอแล้ว รอเล่า เฝ้าแต่รออยู่นานเหมือนกันแฮะครับ

#4 By AkE on 2007-06-01 09:14

คุณพี่พิกกี้จูนนี่เคอะ ..
ดิชั้นมั่นใจ สู้ๆ สวยๆ ขำๆไปวันๆ
ถ้าไม่กินดิชั้นจะไปหาความสุขมาได้จากที่ไหน
ดิชั้นต้องตายไปทั้งๆที่ไม่ได้ลิ้มรสชีสเค้กแสนอร่อยจากสถานที่ต่างๆ
.
ผลลัพธ์จึงเป็นดังนี้แล จบข่าว...
เมื่อกี้ยังไม่ทันพิพม์เสร็จก็เดินไปจกไส้กรอกกะน้ำส้มมากินก่อน 55

ปล.กะลังจะปรึกษาเรื่องยาลดรอยดำจากสิวอยู่พอดี
แล้วก็กะลังสับสนว่าต่อไปจะกินอาหารเสริมพวกวิตามินหรือว่าพวกวีต้าดี ...
ตกลงจะมั่นใจมั้ยคะหนู อุ้ย หมู

#5 By walk my own way ^^ on 2007-06-01 09:36

น้าจูนรู้ได้ยังไงว่า นู๋ใส่กระโปรงนักเรียนตัวใหม่เอียม ไม่ได้
นู๋รู้สึกไม่ค่อยดีมากๆเลยค่ะ
แต่ก็อย่างที่น้าจูนบอก มันเป็นสิ่งนอกกายค่ะ ถึงตายเราก้ยังเอาไปไม่ได้แม้แต่กระดุกของเราเอง ใช่ไมค่ะ
คิดถึงเช่นกันค่ะ
นุ่น
นุ่น

เอิ๊กๆ ไม่เอาน่า กระโปรงมันหด
ผ้าใหม่ๆมันก็งี้ เดี๋ยวก็ยืด
เปิดเทอมกิจกรรมเยอะ เดี๋ยวก็ผอมลง

หนูยังโตได้อีกเยอะเลย นุ่น
พอเด็กผู้หญิงกลายเป็นหญิงสาว
เจ้า baby fat ตรงแก้มก็จะค่อยยุบไป
หน้ากลมๆก็จะดูเรียวขึ้น
และเท่าที่น้าจูนเห็นนุ่นในรูปนี่ ไม่อ้วนเลย จริงๆนะ

อันที่จริง น้าจูนพิมพ์ไว้ยาวกว่านี้เยอะเลย
ในยุคหนึ่งที่คนหนุ่มสาวยังคงเป็นแกนของความคิด
จิตร ภูมิศักดิ์ เคยพูดถึงนิยามของความสวยไว้ในบางบทกวี
ตอนนั้นเขาใช้ชื่อนามปากกาว่า ศรีนาคร
อ่ะ ยกมาให้ฟัง

"สหายเอย
วานเฉลยว่าสตรีสวยที่ไหน
สวยที่ตาซึ้งงามหวามหัวใจ
สวยที่แก้มอำไพผ่องชมพู

สวยที่โอษฐ์เต็มอิ่มยิ้มน่าจูบ
สวยที่รูปร่างระหงทรงเพรียวหรู
สวยที่อกอันชายต้องร้องอู้ฮู้
สวยตะโพกชวนดูเดินแนบเนียน

บ้างว่าสวยพร้อมพรายยามอายเหนียม
บ้างว่าเยี่ยมตรงตอนงอนปวดเศียร
บ้างว่าสวยพร้อมสรรพเมื่อดับเทียน
บ้างว่าสวยเพราะเธอเพียรให้ชมเชย

สวยเพราะแสนรักผัวจนกลัวหงอ
สวยเพราะรอเป็นเท้าหลังฟังเฉยเฉย
สวยเพราะผัวมีเมียน้อยปล่อยตามเคย
สวยเพราะเป็นทาสเชลยเสมอไป

สหายเอย
คำเฉลยต่อไปนี้เข้าทีไหม
สวยเพราะทำงานแข็งกร้านแกร่งไกร
เพื่อช่วยมวลชนไทยที่มืดมน

เพื่อช่วยให้เขาได้มีที่เรียนร่ำ
มีงานทำมีเงินจ่ายหายขัดสน
มีบ้านอยู่อย่างเป็นสุขทั่วทุกคน
งานเพื่อชนทั้งสิ้นอยู่กินดี

สวยเพราะเป็นเท้าหน้าขวาหรือซ้าย
เทียมเท่าชายเชิดความรักในศักดิ์ศรี
ใช่แขวนชีพไว้กับผัวชั่วตาปี
ใช้ความสามารถที่มีกอบกิจกรรม

จงตื่นเถิดรู้ตนว่าตนสามารถ
จงองอาจอย่ายอมให้ใครเหยียบย่ำ
แม่แห่งลูก แม่แห่งโลก แม่แห่งธรรม
สองมือแม้นแม่แรงค้ำโลกและคน

เธอจักสวยเพราะคำนึงซึ่งในสิทธิ์
ที่ควรมีเสมอมิตรทุกแห่งหน
สิทธิ์หะหาจงเธอปองสิทธิ์ของตน
สวยด้วยศักดิ์"เสรีชน"ใช่เชลย"


อิชั้นยังอยากจะผอมอีกสัก 5 กิโล... แต่ทำยังไงก็ไม่ลงซักที...

เข้าข่ายตามหนังสือเล่มนี้หรือเปล่าเนี่ย???

#8 By 1411 on 2007-06-02 11:19

จูนเขียนดีจังเลย



ปกติพี่ไม่ค่อยได้หยิบหนังสือแบบนี้ขึ้นมาอ่านเลย

แต่ฟังจูนเล่าให้นุ่นฟังแล้วก็อยากอ่าน

ถ้าเป็นเรื่องห่วงหุ่นห่วงสวยก็คงเป็นสมัยอยู่วอ. นั่นแหละจ้ะ

เพราะพี่กินข้าวหมดทุกเม็ด
แล้วป้าคนขายบะหมี่เป็นเพื่อนกะแม่
เขาก็เลยให้เยอะเกินไปทุกที
แต่พี่ก็กินจนหมด

ทำเอาจ้ำม่ำไปเหมือนกัน

แต่พอยิ่งโต หุ่นมันก็ยิ่งเข้าที่เข้าทางแหละนะจ๊ะ

ช่วยเลย 15 ไปจึงเป็นช่วงที่พี่น่ารักสุด ๆ เลยละจูน
แก้คำผิด "ช่วงเลย..."
^^ แวะมาเยี่ยมค่ะ

อ่านแล้ว....ไม่กล้าวิจารณ์อย่างเต็มปากเต็มคำสักเท่าไหร่

เพราะเป็นอีกคนที่กังวลในความอ้วนสูงถึงขึ้นสูงมาก

ทั้งๆที่บอกตัวเองว่าไม่มีอะไรสำคัญกว่าจิตใจภายใน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะห่วงน้ำหนักของตัวเองของตัวเองอยู่ดี



แต่ต่อไปนี้คงต้องรู้จักความ"พอดี" บ้างแล้วล่ะนะ


ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ

#11 By pure art on 2007-06-02 16:53

โฮะๆ เราว่าสาวๆในโลกล้วนกังวลกับมันนะคะ
เป็นเรื่องธรรมดาและไม่ผิดปกติเลย
ตราบใดที่เรื่องของน้ำหนักตัวไม่รบกวนจิตใจจนทำให้รู้สึกหดหู่
และแม้ว่าเราไม่อาจมีรูปร่างอย่างที่อยากให้เป็น
แต่นั่นไม่ได้ทำให้เรารู้สึกด้อยค่า อันนั้นเรียกว่ากำลังพอดีจ้ะ

ฟุ้ง

เธอตัวเท่าลูกแมวเห็นจะได้นะนั่น
ได้โปรดอย่าผอมไปกว่านั้น
เพราะดิฉันจะดูตัวโต๊โตเมื่อไปเดินข้างๆ

อยากหาดใหญ่ อยากกินอะไรๆหลายอย่าง
แต่เว่ แต่ว่าแม่ห้ามไปเด็ดๆ
ไว้สถานการณ์ดีขึ้นหน่อย ดิฉันจะไปหา อยากกินฟูจิ

พี่โฮห์มคะ

สมัยอยู่วอนี่เราหน้าตาดูไม่ได้เลยค่ะ
อ้วนๆ ดำๆ หน้าโหดๆ เอิ๊กๆ อันที่จริงหน้าตาตอนนี้ก็แนวเดิม

แม่กับเราชอบคุยเรื่องชีวิตกันเนอะ
สมัยเด็กๆเราก็ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลยค่ะ
รู้สึกว่า เอ๊ะ ใครจะอยากคุยด้วยกับยายผู้หญิงอ้วนดำๆ
แม่เราสอนอย่างหนึ่งว่า ให้คิดแต่เรื่องดีๆ
ไม่โกรธ ไม่โมโห แล้วเราจะมีความสุข
และเจ้าความสุขมันจะล้นออกมาให้คนรอบๆตัวอยากเข้าใกล้

พอโตมาหน่อยเราก็ค้นพบว่า
คนไม่ได้สวยที่หน้าตาและรูปร่างอย่างเดียว
หลายๆคนที่เรารู้จักและถูกดึงดูดให้อยากเข้าใกล้
ไม่ใช่คนสวยอะไรเลย ปากไม่สวย ตาไม่สวย หุ่นไม่ดี
แต่กระแสบางอย่างในตัวคนพวกนั้นดต่างหากดึงดูด
และความน่ามอง บางครั้งมาจากกิริยา การพูดการจา
การรู้ว่าที่เวลาไหน ควรทำอะไร
ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ต้องเสแสร้งทำ
แต่เป็นไปตามธรรมชาติด้วยความรู้สึกดีต่อโลกที่อยู่ภายใน
และมันจะเป็นไปโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ

สูดลมหายใจลึกๆ ท่องไว้ว่า
เราสวย เราสวย เราสวย

หมอก็บอกอยู่ทุกปีว่าโคเรสเตอรอลสูง
ห้ามกินปลาหมึก
แต่พอเห็นก็หยุดตามใจปากไม่ได้ซะที

อยากอดกลั้นหยั่งงี้ได้มั่ง

งือ.. คุณปลาหมึกจ๋า
อย่าหอมยั่วยวนนักจะได้มั้ย

#13 By スニーカース on 2007-06-03 13:42

หึ หึ
นึกถึงรอบเอวเราเลย และไม่อยากทานอาหารเย้นแล้ว ไม่ได้ ๆ หายใจเข้าลึก ๆ
ไม่อ้วน ไม่อ้วน ไม่อ้วน เพี้ยง...

#14 By ปอน ปอน (125.24.39.77) on 2007-06-04 11:54

หุหุ ... บางครั้งก็หงุดหงิดกับรูปร่างของตัวเองเวลามองกระจก
ก็คนมันอยากผอม สวย ใส ฉลาด แสนซน ปราดเปรียว ให้ได้อย่างนางเอกในละคร

เฮ่อ .. พอมีสติก็คิดได้ว่าช่างมันเถอะ .. ทุกคนสวยในแบบของตัวเองทั้งนั้น

-_-"

ปลอบใจตัวเองได้ดีมากมั้ยล่ะ

#15 By PeAcH_a_Ja on 2007-06-05 15:53

อืม...เป็นอีกหนึ่งคนที่กังวลกับความอ้วนบ้างจ้ะ

กังวลพอให้มีสติห้ามปรามตัวเองได้ว่า เออ ถ้ากินมากกว่านี้จะไม่มีกางเกงใส่แล้วนะ
อะไรแบบนั้น...

พอดี พอดีอ่ะเนอะ

ยังไงก็ได้ให้สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ
และไม่เป็นพิษเป็นภัยทั้งกับตัวเองและคนอื่นอื่น

สุขอะไรจะมาเท่า สุขที่เรารู้จักตัวเราเองอ่ะเนอะ

ว่าแต่...

วันนี้จูนกินเค้ก และจิบชารึยังเอ่ย

#16 By jOylUckClUb on 2007-06-08 12:19

อ้วนทำไมเธอจะไม่หล่อ
ผอมก็ดูไม่น่ารัก...
.....
....
อ่ะ ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนเหรอ???


ไปดีก่า

#17 By ยีน (161.200.255.162) on 2007-06-12 08:57

น้ำหนักลง 5 กิโลแล้วละพี่จูน

แต่ พุงพลุ้ยๆๆๆ นี่สิปัญหา มันไม่ยอมหายไปไหนเลย

นับตั้งแต่กางเกงซิบแตกไป 2 ตัว (หน้าขายหน้า)
ก็ทำการลดเป็นการยกใหญ่

(ตรอมใจด้วยเหอๆๆถึงได้ลดเร็ว)
สวัสดีค่ะพี่จูน

พี่เป็นคนที่เขียนหนังสือได้น่าอ่านมากค่ะ

ดีใจที่ได้พบได้อ่านข้อความดีๆ

ด้วยปรีดา

#19 By ตอง (203.170.231.232 /10.239.37.83) on 2007-06-18 11:44

เที่ยวให้สนุก ลุกนั่งให้สบายค่า
Have a really nice trip !!!!!!

#20 By walk my own way ^^ on 2007-06-18 16:52

พี่สาวว สุขสันต์วันเกิดค่า
เข้ามาสุขสันต์วันเกิด หลังจากไปอ่านบล็อกของนุช

ฉันไม่เคยจินตนาการเลยนะเนี่ย ว่าจูนจะอ้วนจะผอม จะดำจะขาว

แค่อ่านตัวหนังสือของจูนก็รู้แล้วว่าคนเขียนนั้นสวยจนเกินพอทีเดียวล่ะ

ขอให้แสนสวยแบบนี้ไปอีกนานๆๆๆๆๆๆ

สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งจ้ะ

ลืมเล่าไปหน่อย
เมื่อก่อนฉันผอมแห้งเป็นไม้เสียบผี
กินจุมากๆๆ เพื่อให้อ้วน ทำยังไงก็ไม่อ้วน กลุ้มใจ กังวลมากๆ
อยากเปิดชายเสื้อโชว์พุงยื่นเหมือน เพื่อนๆ คนอื่นๆ บ้าง

วันหนึ่งพระเจ้าก็ประทานพุงให้จริงๆ ตามปรารถนา

ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้จะกำจัดมันออกไปได้ยังไง เหอๆๆๆ
เคยมีช่วงนึงเหมือนกันค่ะ ที่บ้าขนาดนั่งคิดแคลอรี่เชียว
แต่ก็คิดได้แค่2มื้อล่ะค่ะ และถึงคิดไป ก้กินอยู่ดี เลยไม่คิดมันละ
สรุปสุดท้าย กินอย่างที่อยาก ขอแค่ตัวเรามีความสุข สุขภาพแข็งแรง พอแล้วค่ะ
คนอื่นจะมองยังไง เรื่องของเค้า เราบังคับความคิดใครไม่ได้อยู่แล้ว
ตอนนี้ มีความสุขกับการหม่ำไอติม เค้ก ช็อคโกแลต มากเลยค่ะ แต่ก็นานๆที เนื่องจากว่า "แพง" ค่ะ
นิยามของความงาม
ไม่ใช่แค่ผอมซักกะหน่อยจ้า
สวย....อย่างที่เราเป็นต่างหาก

#25 By นาฬิกาทราย on 2007-07-09 07:56

หนูนุ่นครับ
รออ่านจดหมายฉบับที่ ๕๓ ครับ
ลดน้ำหนักขมักเขม้นอยู่หรือ
หรือว่า ไม่มีเวลาว่างเลย
หรือว่า...หัวใจไม่สบาย
สาย บ่ หยุด เสน่ห์หาย ห่างเศร้า
......

#26 By สัญจร ดาวส่องทาง (125.24.38.27) on 2007-07-13 22:13

กึ๋ยๆๆกิ๋วๆๆ
สบายดีคะพี่จูน
มีเรื่องวุ่นๆวายๆ เกิดขึ้นก็มากอยู่
แต่ก็ยังพอสู้ไหวละคะ


ความรัก มันยังไม่ได้มากทักมาทายหรอกคะ

แค่เช้านี้ มันอารมณ์ดีแปลกๆๆ
เหมือนจะได้กลิ่นความรัก ลอยมาจากที่ไหนเท่านั้นเองละคะ


คิดถึงนะคะ
จุ๊บบบบบบบบบ
น้าจูนหายไปเลย

ไปเปิดบลอคใหม่ที่ไหนรึเปล่า หรือว่า กิจการยพุ่งพรวด จนไม่มีเวลามาเขียนอะไรๆ ให้ชาว exteen ได้ขบคิดกัน


คิดถึงนะคะ

ฉันอยู่บ้านนี้มาครบปีหนึ่งแล้ว

เร็วเนอะ

แวะมาทักทายกัน กลัวจะลืมค่ะ เพราะเอนทรีล่าสุด ฉันแอบเขียนถึงคุณอยู่หลายบรรทัดทีเดียว

#28 By ~ :: SuPer M i l K y :: ~ on 2007-08-29 17:10

อ่ะ กลับมาแระ เสร็จสิ้นภาระกิจนางงาม
เขียนเรื่องใหม่สักหน่อยดีกว่าเนอะ

โปรดรอสักครู่หนึ่งจ่ะ

คิดถึงทุกคนเลยยย
พักนี้น้าจูนยุ่งเหรอจ๊ะ เลยไม่ได้เขียนอะไรมาให้เพื่อนๆอ่านเลยอ่ะ

#30 By นาฬิกาทราย on 2007-08-31 22:34

นั่นซินะ นานแล้วนิ

แต่เราก็ไม่ค่อยได้แวะ

พยายามเข้า ผลข้างเคียงของ

ความอ้วนมีผลต่อ อารมณ์และ

ความรู้สึกด้วย นะเรื่องจริง

แมะก็เริ่มน้ำหนักลดลงแล้ว

และจะพยายามต่อไป

#31 By แมะ (124.120.199.161) on 2007-09-11 09:14

กลับไปอ่านคำตอบของอิชั้นที่บล็อกด้วยนะยะ พิมพ์ 2 รอบ ไม่เหมือนกันเลย 5555

#32 By b613 on 2007-09-18 13:39

จิงๆเรื่องอ้วนแก้ไม่อยากเลย ตัดนิสัยความยากออกไป และก้อนนิสัยขี้เกียดออกกำลังกายอีกอย่าง แต่ ทำไม่ได้เลยทั้ง 2 อย่าง เอิ้กๆ (สำหรับตัวเอง) เฮ่อ

#33 By ยูกิจัง on 2007-09-21 18:39

เป็นผู้หญิง(ตามระบบระเบียบ)เนี่ยท่าทางลำบาก
อ่านแล้วนึกถึงเพื่อนสมัยมัธยม สองสาวที่ชอบกินแต่ผลไม้

อืม ไม่อ้วนเอาเท่าไร
เผยวิธีลดน้ำหนักง่ายๆ ไม่กลับมาอ้วนอีก
ถ้าคุณคือหนึ่งในหลายหมื่นคนที่เคยใช้วิธีต่าง ๆแล้วไม่ได้ผล เช่น อดอาหาร ยาลดน้ำหนัก ฯลฯ คลิ๊ก!!!!!
ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องนวด ไม่ต้องพัน

http://www.thaislimlikeme.com/250
(หากคลิ๊กแล้ว Webไม่โชว์สามารถCopy URLไปเปิดได้)

****ลงทะเบียนรับชุดทองลองใช้ ผ่านทาง Web Site****

#35 By ka (58.8.16.166) on 2008-08-05 21:10