.

สวัสดีจ๊ะ นุ่น

น้าจูนไม่ค่อยมีเวลาเขียนจดหมายถึงนุ่นเลยนะพักนี้
แม้ว่าเราจะได้พูดคุยกันนอกรอบบ้าง แต่ไม่รู้สิ น้าจูนว่าอารมณ์การพูดจาผ่านโปรแกรมสนทนานั้น
ไม่เหมือนกับการที่เรานั่งลงและค่อยๆเรียบเรียงความคิดถึงใครบางคน

น้าจูนไม่อยากใช้คำว่ายุ่ง สำหรับช่วงเวลาที่ห่างหาย
อาจจะให้คำว่า"มีเรื่องที่อยากทำเต็มไปหมด"มากกว่า
แล้วน้าจูนก็เริ่มลงมือทำมันเสียทุกอย่างที่ตั้งใจ
แม้ว่าจะเหนื่อย แต่น้าจูนก็มีความสุขดีที่ได้ทำ
หากเพียงแต่ว่ารู้สึกหมือนตัวเองพลัดตกลงไปในเครื่องซักผ้าที่กำลังทำงาน
มีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ของผงซักฟอกฟุ้งในอากาศ
ปั่นป่วน และไม่รู้จะหยิบคว้าที่ตรงไหนขึ้นมาทำก่อนหรือหลัง
ทำให้น้าจูนไม่สามารถทำอะไรให้เสร็จสักอย่างในขณะนี้

มันคงเป็นภาวะเหมือนเวลาที่เราตื่นนอนจากการหลับไหลเป็นเวลานาน
สิ่งที่ทิ้งร้างไปนานหลายอย่างกระโดดดึ๋งๆมาเสนอหน้าเชื้อเชิญให้เราไปทักทาย
จะไม่เข้าไปพูดคุยด้วยก็กระไรอยู่
โลกบางขณะนั้นจึงส่งเสียเซ็งแซ่จนน้าจูนแทบจะหูอื้อ

แต่บางเวลาน้าจูนก็อยากจะพูดคุยกับตัวเองบ้างเช่นกัน
น้าจูนจึงวางทุกอย่างลงและเริ่มต้นเขียนจดหมายถึงนุ่น
...มันอาจจะเป็นวิธีพูดคุยกับตัวเองที่ดีที่สุดกระมัง

สองสามวันก่อนน้าจูนมีโอกาสดูหนังเรื่องหนึ่งแล้วเกิดอยากเล่าให้ใครสักคนฟัง
อันที่จริงเป็นเรื่องที่เคยทำมาก่อน...ก่อนที่น้าจูนจะมีเปลือกหนาๆรอบตัว
น้าจูนรู้สึกว่าตัวเองพูดไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก จึงเลือกที่จะเขียนเสียมากกว่า
แต่มีเพื่อนคนหนึ่งที่เราสามารถคุยโทรศัพท์กันได้ครั้งนานๆ
เราคุยกันในทุกๆเรื่องมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนมัธยม ไปดูหนังด้วยกัน ไปร้านหนังสือด้วยกัน
เขียนจดหมายหากันเป็นร้อยๆฉบับ ช่วงหลังๆการติดต่อสื่อสารของเราบ่อยน้อยลง
ด้วยเหตุผลที่ว่า เราต่างคนต่างก็"ยุ่ง"

น้าจูนยุ่งอยู่กับการสร้างเปลือกแข็งๆหนาๆไม่ให้ใครเข้ามาใกล้
ส่วนเพื่อนของน้าจูนกำลังยุ่งกับการเล่นกายกรรมไต่ลวดบนสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก"

แล้ววันหนึ่งที่เธอพลัดตกลงมา อืม แล้วเราก็ได้พูดคุยกันมากขึ้น
เปล่าหรอก น้าจูนไม่ได้ดีใจเลยที่เราได้ใช้เวลาร่วมกันในแบบนี้
...แบบที่เพื่อนของน้าจูนอยู่ในสภาพบุบพัง
เพราะถึงแม้น้าจูนจะอยู่ในเปลือกแข็งและเพื่อนของน้าจูนจะมีความรัก
น้าจูนก็รู้ดีว่าการเชื่อมต่อผ่านสายใยเล็กๆที่เรียกว่า "มิตรภาพ" ของเราสองคนไม่ได้ขาดหายไปไหน

มิตรภาพไม่ได้ขึ้นกับความถี่ของการติดต่อสื่อสาร
ไม่ได้ขึ้นกับความพะเน้าพนอเอาใจ คำยกยออ่อนหวาน
และไม่ได้ขึ้นกับผลตอบแทนที่ต่างคนต่างจะมีให้
เราแค่เป็นเพื่อนรักกัน นั่นคือทั้งหมดที่เราสองคนรู้ดี

บ่ายวันหนึ่งบนโต๊ะอาหาร หุ่นยนต์ที่ไม่สมบูรณ์แบบสองตัวเริ่มต้นบทสนทนาเรื่อง "ชายในฝัน"
ผู้ชายในหนัง ในหนังสือคนแล้วคนเล่าถูกยกมา"บ่น"ถึง

"ต้นจากเรื่องจดหมายรักไง คนดี ทำกับข้าวได้ซักผ้าได้"

"อืม คิดว่าถ้ายังไม่ตายอาจจะกลายเป็นผู้ชายไม่ดีก็ได้นะแก
...เรื่องเลยต้องแต่งให้ตายไง
โกโบริอีก ถ้าไม่ตายอาจจะกลายเป็นทหารผ่านศึกแก่โรคจิต"

"ประโยคสองประโยคนั้นชั้นไปจดลิขสิทธิ์ไว้แล้ว ชั้นคิดก่อน"

แล้วเราสองคน "หุ่นยนต์บุบๆ" ...ก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน

บทสนทนาในบ่ายนั้นทำให้น้าจูนคิดอยากหยิบหนังเรื่องหนึ่งมาดูซ้ำ
หนังชื่อ "Talk to her" อันที่จริงหนังเรื่องนี้ไม่ได้หวานซึ้งอะไรหรอก
แต่หนังเรื่องนี้ มีผู้ชายสองคนดำเนินเรื่องโดยพูดคุยกันเรื่องของผู้หญิง
หนังอาจจะพูดถึงเรื่องที่เข้าใจยากสักหน่อย
เอาตามความจริงเลยนะ น้าจูนก็ไม่อาจเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
แต่รู้สึกแปลกที่เรื่องในหนังยังคงติดอยู่ในใจ

ชอบคำหนึ่งจากบทสนทนาระหว่างผู้ชายสองคนนั้นที่ว่า

"ความรักเป็นเรื่องเศร้าที่สุดเมื่อมันจากไป"

รูปแบบความรักวางตัวอยู่ในแนวไหน
การที่มาโคและมาลิโน่อยู่เคียงข้างผู้หญิงที่พวกเขารักแม้ว่าเธอทั้งสองคนจะอยู่ในภาวะโคม่า
ลิเดียจากอุบัติเหตุในสนามสู้วัวกระทิงและอลิเซียจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
พวกเขาพูดคุยกับเธอ โดยที่เธอทั้งสองคนไม่อาจจะรับรู้เรื่องราวใดๆ
...เช่นนั้นคือความรักหรือเปล่า

ในหนังเรื่องนี้ซ่อนปมต่างๆไว้มากมาย
ชนิดที่ผู้คนที่ชอบศึกษาเรื่องทฤษฎีจิตวิทยาของฟรอยด์ จะวิเคราะห์ได้เป็นฉากๆ
หนังจะทิ้งให้เราอยู่กับข้อสงสัย ข้อกังขา มากมาย
แต่อะไรไม่เท่ากับความคิดที่ว่า "ผู้ชายก็รักเป็น" (กระมัง)
...เพียงแต่ว่ามันจะอยู่ในรูปแบบไหนหรือเช่นไรเท่านั้นเอง

หนังหวานเรื่องหนึ่งที่น้าจูนรักอย่าง "While you were sleeping"
นางเอกรับสมอ้างว่าเป็นคู่หมั้นของคนที่กำลังโคม่า
คนที่เธอเฝ้ามองเขาอยู่เสมอๆ หากเพียงแต่เขาและเธอก็แค่คนที่เฉียดกันไปมาเท่านั้น
เธอรู้สึก"อุ่น"ท่ามกลางวงล้อมของญาติพี่น้อง
มันยากเกินกว่าที่จะปฎิเสธสิ่งที่พวกเขาเข้าใจผิดว่า"ไม่ใช่"

ผู้คนมากมายลังเลที่จะเอ่ยคำว่ารักและรู้สึกว่ามันง่ายกว่าที่จะพูดถึงมันลับหลัง

ผู้ชายสองคนนั้นก็เช่นกัน

"Talk to her" จะเป็นอย่างไรหากเรื่องดำเนินไปแบบหนังหวาน
แบบที่เธอทั้งสองคนฟื้น ซาบซึ้งกับความรักที่ชายหนุ่มทั้งสองมีให้
...รักกันและแต่งงานกันในที่สุด

คนสองคนจะเกลียดกันเมื่อเดินทางชีวิตต่อไปจากนั้นไหม

หรือจริงๆสิ่งที่เราควรสนใจคือเรื่องราวระหว่างทาง

ชีวิตจริงยากกว่านั้นนัก นุ่น
ไม่มีใครสมบูรณ์แบบและจะต่อกันลงตัวพอดิบพอดีตรงที่ช่องว่างของใครอีกคน
น้าจูนคงต้องเรียนรู้อีกเยอะเชียวเกี่ยวกับชีวิต
แต่มันจะไม่เป็นไรหรอก เราจะไม่เป็นไร
...น้าจูนบอกในนามของผู้หญิงที่อายุปูนนี้

และสิ่งกีดขวางต่างๆในชีวิตอาจจะเป็นเพียงเครื่องมือที่โลกบ่งบอกเราว่า
มนุษย์ต่างเป็นมีความสามารถในการเยียวยา

....เงียบเชียบ และแช่มชื่นด้วยตัวของเราเองเฉกเช่นต้นไม้

สุขสันต์วันอาทิตย์ที่ท้องฟ้างามจนต้องฮัมเพลงออกมาเบาๆ

น้าจูน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คนสองคนที่รับช่องสัญญานตรงกัน
หาได้ไม่ง่ายเลย ความลงตัว ความพอดี
ถ้าเราเจอคนนั้นแล้ว ก็ควรจะรักษาความสัมพันธ์ไว้ใช่มั้ย ...
บทสนทนาของหญิงสาวสองคนคงไม่หนีพ้นเรื่องความรัก
ปล.ดีใจที่น้าจูนกลับมาขัดถูเปลือกเบาๆในนี้อีกครั้ง
เป็นทางการจังเลยนะ วันนี้55

#1 By walk my own way ^^ on 2007-02-25 14:49

ชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ
เป็นหนังเศร้า ๆ ที่มีความรักอยู่เต็มไปหมด เป็นหนังเศร้า ๆ ที่ทำให้เราอบอุ่นหัวใจ
...
อืม
เพิ่งไปดูหนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับคนนี้มา หนังคนละแนวแต่ดีเหมือนกัน

#2 By ระหว่างทาง on 2007-02-25 22:42

นั่นสิคุณน้ำ
ดูหนังเรื่องนี้เสร็จแล้วพล่านๆ
...อาการคล้ายตอนดู Me and you and everyone we know จบ

ฉันรู้สึกแบบคุณบอก มันเศร้าแต่อุ่นหัวใจเนอะ
ความรักมีความเศร้าก็จริงอยู่ แต่มันสวยจัง
เมื่อก่อนฉันเป็นนักหรี่ตาดู ฉันชอบเรื่องหวาน
และชอบทำเป็นไม่เข้าใจความจริงของชีวิต
ทั้งที่จริงๆอาจจะเข้าใจมันได้และเข้าใจมันมานานแล้ว

ชอบฉากหนึ่ง ฉากที่ลิเดียกลัวงู
เพื่อนที่เชี่ยวชาญเรื่องทฤษฎีฟรอยด์ตีความถึงนัยแฝงทางเพศ
แต่สำหรับเราแล้ว อ่า ต้องจำไว้
เราต้องทำเป็นกลัวอะไรสักอย่างแบบนั้น

มันน่าเอ็นดูดี

(ออ แต่เรื่องผีนี่กลัวแต่เราจะไม่เอามาทำเป็นล้อเล่นว่าเจอ
...เขาว่าพอคนึงถึงผีผีก็มา โอ โน)


เราชอบเรื่องนี้ล่ะจูน--

อ่ะ แล้วก็ชอบ while you were sleeping เช่นกัน

และชอบบางประโยคของจูนที่ว่า

"มิตรภาพไม่ได้ขึ้นกับความถี่ของการสื่อสาร ไม่ได้ขึ้นกับความพะเน้าพะนอเอาใจ คำยกยออ่นหวาน..."

มันเป็นเช่นนั้นจริงนะ

จูนสบายดีนะ หลายวันนี้ไม่ได้ออนเอ็มเลย สายตาเราแย่แล้ว จ้องหน้าจอนานาแล้วปวดหนึบ ต้องเอาสายตาไปทอดไกลไกล ชมนกชมไม้บ้าง

จูนล่ะ อย่าจ้องหน้าจอนานเกินไปนะ

ป.ล. ตอนนี้มีหนังใหม่ของ เปรโดมาฉายที่ลิโด้ เรื่อง volver อ่ะจ้า ถ้าที่สงขลาไม่ฉาย เดี๋ยวจูนก็คงได้นั่งดูโรงหนังชั้นหนึ่งที่บ้านล่ะเนาะ

ป.ล.(อีกที) ดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงแข็งแรงนะจ๊ะ
(รออ่านเรื่องหวานหวานที่ว่านั่นด้วย...)

#4 By jOylUckClUb on 2007-02-26 16:57

อยากดู Volter

#5 By Platonic place on 2007-02-26 17:16

คุณจูน
เรายังไม่เคยดูme and you ฯ เลยอะ
ไว้ต้องหามาดูมั่งแล้ว

เราก็เป็นนักดูหนังแบบเอาอารมณ์เป็นที่ตั้งน่ะ จับทฤษฎีอะไรไม่ค่อยได้
ฉากงูไหนหนังก็ไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะนี่

#6 By ระหว่างทาง on 2007-02-26 21:20

ที่บ้านมีแต่ดีวีดีซับอังกฤษได้มาจากชายแดนมาเลย์จ่ะ
ถ้าไม่รังเกียจจะส่งไปให้ชมนะ
ดูแล้วอย่าหนีแก็งส์สาวโสดไปมีแฟนหล่ะ
(ข่มขู่เห็นๆ)
ดิฉันดูแล้วอยากมีใครสักคนชะมัด

เพิ่งดู duck season จบเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ
เป็นหนังเม็กซิโกที่ จะชมว่าอย่างไรดีนะ เลือกคำไม่ถูก
น่ารักก็ไม่ใช่ ซาบซึ้งก็ไม่เชิง
แสบสันต์อย่างสวยงาม หน่ะ คำนี้เหมาะกว่า
เป็นหนังที่พูดเรื่องความสัมพันธ์ได้ดีมากเรื่องหนึ่ง

มีคนบอกว่ายายเด็กผู้หญิงที่ชื่อริต้า ท่าทางจะเหมือนดิฉัน
อืมม เรื่องร้ายกาจหน้าตายแบบนั้นเหมือนอยู่
ไม่เหมือนอยู่สองอย่าง
คิดเอาเองว่าท่าทางเราจะทำขนมเก่งกว่ายายคนนั้น
เพี้ยนไม่เท่าด้วยเอา
(และคิดเอาเองว่าความสวยอาจจะใกล้เคียง เอิ๊กๆ)

เพิ่งย้อนหลังเพื่อเก็บคำบางคำที่ชอบมา
มีอยู่ตอนหนึ่งที่คนส่งพิซซ่าเล่าเรื่องการบินของเป็ดไว้
(มันใช้คำว่า duck ) อันที่จริงเราว่าคงจะเป็นนกเป็ดน้ำ

"Do you know why duck fly in a V"

คุณรู้ไหมว่าทำไมเป็ดถึงบินเป็นรูปตัววี

"The first duck takes off, clear the way for the second one"

เมื่อเป็ดตัวแรกบินขึ้น มันจะเปิดทางให้นกตัวที่สอง

"The second one clears the air for the third one"

นกตัวที่สองเปิดทางให้นกตัวที่สาม

"The third one's energy impels the forth and then ...
the fifth and the sixth."

นกตัวที่สาม เปิดทางให้นกตัวที่สี่ นกตัวที่สี่เปิดทางให้นกตัวที่ห้า
เป็นแบบนี้เรื่อยไป..

"And so all ducks go together with the force of their."

Share flight. Together they rise.

เป็ดทั้งหมดเดินทางไปด้วยกัน ด้วยพลังรวมกัน
แบ่งกันบิน สูงขึ้นไปๆพร้อมๆกัน

and sail through the high heavens.

สูงขึ้นไปสูงขึ้นไปจนเกือบเอื้อมคว้าห้วงสวรรค์

"And when a duck tired ,
the point duck goes to the end of the flock
and another duck takes its plase."

เละเมื่อเป็ดตัวนำเหนื่อย มันก็จะชะลอไปอยู่ท้ายฝูง
เป็ดตัวอื่นก็จะมาแทนที่ในตำแหน่งนั้น

"And they take turn like that up front,in the back"

สลับสับเปลี่ยน หน้า หลัง หน้า หลัง

"and when a duck become exhausted,
two ducks leave the group
and fly within untill he reverse or falls."

และเมื่อเป็ดเหนื่อย เป็ดสองตัวจะออกมาจากฝูง
บินประคับประคองกันไปจนกว่าจะดีขึ้นหรือพลัดตกลงไป

...........................
บางทีนะ การที่เราได้รับรู้ว่าเราจะมีเพื่อน
..จะมีใครสักคนจะอยู่ข้างเราและไม่ทอดทิ้งเสมอ

คนพวกนั้นไม่ได้บอกเราหรอกว่าเรื่องเดิมมันจะไม่เกิดขึ้นอีก
แต่การเคียงข้างแบบนั้น แบบเพื่อนในชีวิตของเราบอกเราว่า

ถึงมันจะเกิดขึ้นอีกซ้ำๆกี่ครั้ง เราก็จะมีเพื่อนอยู่เคียงข้างเสมอ



เพื่อน...

มิตรภาพดี ๆ ที่ไม่ขึ้นอยู่กับความถี่..

ระหว่างทางที่เราก้าวเดิน..
แม้เพื่อนไม่ได้ร่วมเดินเคียงข้าง
แต่กำลังใจยังคงส่งมาไม่ขาดสาย..

#8 By 1411 on 2007-02-27 16:16


อ่านแล้ว
ทั้งอยากดูหนัง
และคิดถึงเพื่อน
รู้สึกดีจังค่ะ

#9 By friday on 2007-02-27 19:43

วันนี้ช่วงเช้าว่างนิดหน่อย เลยได้มีเวลามาท่องบล็อก--

จูนได้ดู duck season แล้ว ดีจัง

เราว่ายัยเด็กผู้หญิงคนนั้น แก่นเซี้ยวเปรี้ยวซนได้แบบน่ารักน่าหยิกดีออกนะ แล้วก็อืมมม... อ่ะ หน้าตาพอสูสีกันล่ะ ตาคมกลมโต ผมยาวเนาะ

อ้อ ชอบฉากที่ปุ๊นกันด้วยน่ะ ดูแล้วแบบว่าอยากลองมั่งจัง ฮี่ฮี่ฮี่

#10 By jOylUckClUb on 2007-02-28 11:54

ชอบหนังเรื่องนี้....
เศร้าเหลือเกิน

#11 By alienboon on 2007-03-04 11:19

มีเพื่อนเคยบอกแก้วว่าดูแล้วเศร้าเหลือเกิน



. . ..
แก้วดูแล้ว
.. . .. .



เกิดความเงียบแทรกแทรกซึมเข้าไปให้ความดึงดันของความรู้สึก


เงียบเฉียบเสียจน
น้ำตาไหล

#12 By Ku'Keaw* on 2007-03-05 11:06

ชอบคำเปรียบเทียบ
ความรักเหมือนเล่นกายกรรมไต่ลวด
เออ นะ ใช่ๆ
ถึงไม่ตกลงมา
ก็ยังน่าหวาดเสียวอยู่ดี

#13 By 'ปราย (58.8.69.13) on 2007-03-06 04:22

ผมก็ซื้อซีดี เรื่องนี้มาดูจากกระบะลดราคาของห้าง เพราะชอบเพียงปก

แต่ดูจบ ก็ชอบหนังเรื่องนี้มาก ตรงที่ว่า ความรักนี่มันทำได้ขนาดนี้เลยหรือ

#14 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-03-06 11:39

เย้ๆๆๆๆ
จะรอดูเป๋าพี่จูน
แล้ว พี่จูนอัพบลอคไหนง่ะ
สงสัยจะเพราะโดนแดด เพราะเราตั้งกระถางไว้ตรงระเบียงด้านนอกนะสิคะพี่จูน
แต่จะย้ายก็คงลำบากเพราะไม่ได้พักคนเดียว เกรงใจเมท คงต้องอดทนรอบ้านใหม่ หวังว่ามันคงจะอยู่ทนถึงตอนนั้น
ครั้งก่อนก่อนจะย้ายห้องก็ตัดกิ่งเขา เฉาเลยนึกว่าจะไม่รอด แต่ก็อยู่มาจาถึงวันนี้ มันต้องรอดสิเนาะ

คิดถึงงับ
เราก็พูดจาแปลกๆบางครั้งคุยกับคนอื่นไม่ค่อยจะรู้เรื่องออพูดเสร็จ ต้องมานั่งเรียบเรียงแล้วแปลใหม่อีกรอบ

โดนดุเรื่องนี้ประจำ
บางคนว่าเราแนวจัด ไม่รู้แนวอะไร

น่าจะออกแนวติงต๊อง

เมื่อไรเปลืองหนาๆๆของพี่จูนจะโดนกระเทาะน้อ
สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ คิดถึงเลยแวะมาหาค่ะ

#18 By ปิ่น khunpin@hotmail.com (211.17.91.101) on 2007-03-13 21:59

สวัสดีครับบบ
หวังวาคงสบายดีนะครับ
นัทไม่ได้เค้าห้องนี้นานเพราะมีงาน
กลับมาอีกครั้ง....
.
.
หาเพลงโปรดไม่เจอ
ไม่รู้ชื่อเพลงด้วยครับ
ขอล Lisa Ono
เพลงจังหวะมนส์ ๆ สบาย ๆ นะครับ
นัทเคยเข้ามาฟัง แต่หาไม่เจอ
รบกวนพี่ช่วยลิ้งไปได้ไหมครับ
ขอบคุณมากกครับบบบ

#19 By นัท (58.9.185.217) on 2007-03-14 00:47

เจ๊ งั้นหมายความว่า หมายความว่า อาทิตย์หน้า เราจะได้อ่านแล้วหรือ ...
จะเคาท์ดาวน์ล่ะนะ วะ ฮะ ฮะ

#20 By walk my own way ^^ on 2007-03-20 08:47