จดหมายฉบับที่ 48 : talk to her
posted on 25 Feb 2007 14:16 by junnie in Much-More-Than-Movies
.
สวัสดีจ๊ะ นุ่น
น้าจูนไม่ค่อยมีเวลาเขียนจดหมายถึงนุ่นเลยนะพักนี้
แม้ว่าเราจะได้พูดคุยกันนอกรอบบ้าง แต่ไม่รู้สิ น้าจูนว่าอารมณ์การพูดจาผ่านโปรแกรมสนทนานั้น
ไม่เหมือนกับการที่เรานั่งลงและค่อยๆเรียบเรียงความคิดถึงใครบางคน
น้าจูนไม่อยากใช้คำว่ายุ่ง สำหรับช่วงเวลาที่ห่างหาย
อาจจะให้คำว่า"มีเรื่องที่อยากทำเต็มไปหมด"มากกว่า
แล้วน้าจูนก็เริ่มลงมือทำมันเสียทุกอย่างที่ตั้งใจ
แม้ว่าจะเหนื่อย แต่น้าจูนก็มีความสุขดีที่ได้ทำ
หากเพียงแต่ว่ารู้สึกหมือนตัวเองพลัดตกลงไปในเครื่องซักผ้าที่กำลังทำงาน
มีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ของผงซักฟอกฟุ้งในอากาศ
ปั่นป่วน และไม่รู้จะหยิบคว้าที่ตรงไหนขึ้นมาทำก่อนหรือหลัง
ทำให้น้าจูนไม่สามารถทำอะไรให้เสร็จสักอย่างในขณะนี้
มันคงเป็นภาวะเหมือนเวลาที่เราตื่นนอนจากการหลับไหลเป็นเวลานาน
สิ่งที่ทิ้งร้างไปนานหลายอย่างกระโดดดึ๋งๆมาเสนอหน้าเชื้อเชิญให้เราไปทักทาย
จะไม่เข้าไปพูดคุยด้วยก็กระไรอยู่
โลกบางขณะนั้นจึงส่งเสียเซ็งแซ่จนน้าจูนแทบจะหูอื้อ
แต่บางเวลาน้าจูนก็อยากจะพูดคุยกับตัวเองบ้างเช่นกัน
น้าจูนจึงวางทุกอย่างลงและเริ่มต้นเขียนจดหมายถึงนุ่น
...มันอาจจะเป็นวิธีพูดคุยกับตัวเองที่ดีที่สุดกระมัง
สองสามวันก่อนน้าจูนมีโอกาสดูหนังเรื่องหนึ่งแล้วเกิดอยากเล่าให้ใครสักคนฟัง
อันที่จริงเป็นเรื่องที่เคยทำมาก่อน...ก่อนที่น้าจูนจะมีเปลือกหนาๆรอบตัว
น้าจูนรู้สึกว่าตัวเองพูดไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก จึงเลือกที่จะเขียนเสียมากกว่า
แต่มีเพื่อนคนหนึ่งที่เราสามารถคุยโทรศัพท์กันได้ครั้งนานๆ
เราคุยกันในทุกๆเรื่องมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนมัธยม ไปดูหนังด้วยกัน ไปร้านหนังสือด้วยกัน
เขียนจดหมายหากันเป็นร้อยๆฉบับ ช่วงหลังๆการติดต่อสื่อสารของเราบ่อยน้อยลง
ด้วยเหตุผลที่ว่า เราต่างคนต่างก็"ยุ่ง"
น้าจูนยุ่งอยู่กับการสร้างเปลือกแข็งๆหนาๆไม่ให้ใครเข้ามาใกล้
ส่วนเพื่อนของน้าจูนกำลังยุ่งกับการเล่นกายกรรมไต่ลวดบนสิ่งที่เรียกว่า "ความรัก"
แล้ววันหนึ่งที่เธอพลัดตกลงมา อืม แล้วเราก็ได้พูดคุยกันมากขึ้น
เปล่าหรอก น้าจูนไม่ได้ดีใจเลยที่เราได้ใช้เวลาร่วมกันในแบบนี้
...แบบที่เพื่อนของน้าจูนอยู่ในสภาพบุบพัง
เพราะถึงแม้น้าจูนจะอยู่ในเปลือกแข็งและเพื่อนของน้าจูนจะมีความรัก
น้าจูนก็รู้ดีว่าการเชื่อมต่อผ่านสายใยเล็กๆที่เรียกว่า "มิตรภาพ" ของเราสองคนไม่ได้ขาดหายไปไหน
มิตรภาพไม่ได้ขึ้นกับความถี่ของการติดต่อสื่อสาร
ไม่ได้ขึ้นกับความพะเน้าพนอเอาใจ คำยกยออ่อนหวาน
และไม่ได้ขึ้นกับผลตอบแทนที่ต่างคนต่างจะมีให้
เราแค่เป็นเพื่อนรักกัน นั่นคือทั้งหมดที่เราสองคนรู้ดี
บ่ายวันหนึ่งบนโต๊ะอาหาร หุ่นยนต์ที่ไม่สมบูรณ์แบบสองตัวเริ่มต้นบทสนทนาเรื่อง "ชายในฝัน"
ผู้ชายในหนัง ในหนังสือคนแล้วคนเล่าถูกยกมา"บ่น"ถึง
"ต้นจากเรื่องจดหมายรักไง คนดี ทำกับข้าวได้ซักผ้าได้"
"อืม คิดว่าถ้ายังไม่ตายอาจจะกลายเป็นผู้ชายไม่ดีก็ได้นะแก
...เรื่องเลยต้องแต่งให้ตายไง
โกโบริอีก ถ้าไม่ตายอาจจะกลายเป็นทหารผ่านศึกแก่โรคจิต"
"ประโยคสองประโยคนั้นชั้นไปจดลิขสิทธิ์ไว้แล้ว ชั้นคิดก่อน"
แล้วเราสองคน "หุ่นยนต์บุบๆ" ...ก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
บทสนทนาในบ่ายนั้นทำให้น้าจูนคิดอยากหยิบหนังเรื่องหนึ่งมาดูซ้ำ
หนังชื่อ "Talk to her" อันที่จริงหนังเรื่องนี้ไม่ได้หวานซึ้งอะไรหรอก
แต่หนังเรื่องนี้ มีผู้ชายสองคนดำเนินเรื่องโดยพูดคุยกันเรื่องของผู้หญิง
หนังอาจจะพูดถึงเรื่องที่เข้าใจยากสักหน่อย
เอาตามความจริงเลยนะ น้าจูนก็ไม่อาจเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
แต่รู้สึกแปลกที่เรื่องในหนังยังคงติดอยู่ในใจ
ชอบคำหนึ่งจากบทสนทนาระหว่างผู้ชายสองคนนั้นที่ว่า
"ความรักเป็นเรื่องเศร้าที่สุดเมื่อมันจากไป"
รูปแบบความรักวางตัวอยู่ในแนวไหน
การที่มาโคและมาลิโน่อยู่เคียงข้างผู้หญิงที่พวกเขารักแม้ว่าเธอทั้งสองคนจะอยู่ในภาวะโคม่า
ลิเดียจากอุบัติเหตุในสนามสู้วัวกระทิงและอลิเซียจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
พวกเขาพูดคุยกับเธอ โดยที่เธอทั้งสองคนไม่อาจจะรับรู้เรื่องราวใดๆ
...เช่นนั้นคือความรักหรือเปล่า
ในหนังเรื่องนี้ซ่อนปมต่างๆไว้มากมาย
ชนิดที่ผู้คนที่ชอบศึกษาเรื่องทฤษฎีจิตวิทยาของฟรอยด์ จะวิเคราะห์ได้เป็นฉากๆ
หนังจะทิ้งให้เราอยู่กับข้อสงสัย ข้อกังขา มากมาย
แต่อะไรไม่เท่ากับความคิดที่ว่า "ผู้ชายก็รักเป็น" (กระมัง)
...เพียงแต่ว่ามันจะอยู่ในรูปแบบไหนหรือเช่นไรเท่านั้นเอง
หนังหวานเรื่องหนึ่งที่น้าจูนรักอย่าง "While you were sleeping"
นางเอกรับสมอ้างว่าเป็นคู่หมั้นของคนที่กำลังโคม่า
คนที่เธอเฝ้ามองเขาอยู่เสมอๆ หากเพียงแต่เขาและเธอก็แค่คนที่เฉียดกันไปมาเท่านั้น
เธอรู้สึก"อุ่น"ท่ามกลางวงล้อมของญาติพี่น้อง
มันยากเกินกว่าที่จะปฎิเสธสิ่งที่พวกเขาเข้าใจผิดว่า"ไม่ใช่"
ผู้คนมากมายลังเลที่จะเอ่ยคำว่ารักและรู้สึกว่ามันง่ายกว่าที่จะพูดถึงมันลับหลัง
ผู้ชายสองคนนั้นก็เช่นกัน
"Talk to her" จะเป็นอย่างไรหากเรื่องดำเนินไปแบบหนังหวาน
แบบที่เธอทั้งสองคนฟื้น ซาบซึ้งกับความรักที่ชายหนุ่มทั้งสองมีให้
...รักกันและแต่งงานกันในที่สุด
คนสองคนจะเกลียดกันเมื่อเดินทางชีวิตต่อไปจากนั้นไหม
หรือจริงๆสิ่งที่เราควรสนใจคือเรื่องราวระหว่างทาง
ชีวิตจริงยากกว่านั้นนัก นุ่น
ไม่มีใครสมบูรณ์แบบและจะต่อกันลงตัวพอดิบพอดีตรงที่ช่องว่างของใครอีกคน
น้าจูนคงต้องเรียนรู้อีกเยอะเชียวเกี่ยวกับชีวิต
แต่มันจะไม่เป็นไรหรอก เราจะไม่เป็นไร
...น้าจูนบอกในนามของผู้หญิงที่อายุปูนนี้
และสิ่งกีดขวางต่างๆในชีวิตอาจจะเป็นเพียงเครื่องมือที่โลกบ่งบอกเราว่า
มนุษย์ต่างเป็นมีความสามารถในการเยียวยา
....เงียบเชียบ และแช่มชื่นด้วยตัวของเราเองเฉกเช่นต้นไม้
สุขสันต์วันอาทิตย์ที่ท้องฟ้างามจนต้องฮัมเพลงออกมาเบาๆ
น้าจูน
หาได้ไม่ง่ายเลย ความลงตัว ความพอดี
ถ้าเราเจอคนนั้นแล้ว ก็ควรจะรักษาความสัมพันธ์ไว้ใช่มั้ย ...
บทสนทนาของหญิงสาวสองคนคงไม่หนีพ้นเรื่องความรัก
ปล.ดีใจที่น้าจูนกลับมาขัดถูเปลือกเบาๆในนี้อีกครั้ง
เป็นทางการจังเลยนะ วันนี้55
#1 By walk my own way ^^ on 2007-02-25 14:49