สวัสดีนุ่น

หลังจากไม่สบาย น้าจูนก็ไม่ค่อยว่างเอาเสียเลย
ช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆนั้น เป็นห้วงเวลาแห่งการรำลึกอดีต
เพื่อนสมัยมัธยมของน้าจูนคบหากันเหนียวแน่น มักจะเดินทางกลับมาเมืองใหญ่
ยิ่งปีนี้มีงานแต่งงานของเพื่อนสนิทในกลุ่มช่วงวันหยุดยาว
เพื่อนก็ยิ่งพากันมาชุมนุมกันเยอะกว่างานเลี้ยงทุกๆครั้ง

กลุ่มเพื่อนสมัยมัธยมของน้าจูนเป็นผู้หญิง 7 คน
อันที่จริงอยากจะตั้งชื่อกลุ่มตัวเองว่าเจ็ดนางฟ้า

แต่ในความเป็นจริงแล้วน่าจะเป็นเจ็ดนางมารมากกว่า เอิ๊กๆ
เพราะน้าจูนกับเพื่อนๆอาจจะไม่เรียบร้อยนัก ติดจะเกเรและชวนกันสร้างความปั่นป่วนให้เพื่อนร่วมห้องมากกว่า

ในงานวันนี้ พวกเรามาชุมนุมกันไม่ครบเจ็ดนางมารแล้ว
เพื่อนคนหนึ่งใช้ชีวิตครอบครัวอยู่ที่อังกฤษกับสามีและลูกๆสองคน
เพื่อนอีกคนเป็นเภสัชกรเหมือนน้าจูน ติดเวรในช่วงวันหยุดยาว
เธอเป็นแบบนี้เสมอ ไม่พูดมากและมักจะรับผิดชอบการงานอย่างแข็งขัน เช่นไรก็เช่นนั้น
มีเรื่องตลกเรื่องหนึ่งที่น้าจูนมักจะยกขึ้นมาเล่าให้เพื่อนๆฟังเสมอว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
เพื่อนๆที่แยกย้ายไปเรียนในคณะต่างๆ ล้วนแต่มีคะแนนเป็นอันดับหนึ่งของคณะเสมอ
ในขณะที่น้าจูนง่วนอยู่กับการเฝ้าชมพู่มะเหมี่ยวที่สุกแดงในบ้านพักอาจารย์ประจำหอพัก
เพื่อนเภสัชคนนี้ก็ทำคะแนนได้ในระดับต้นๆของคณะเช่นกัน

....จนเพื่อนน้าจูนบางคนในคณะถามว่าน้าจูนมาจากห้องเดียวกับเธอจริงหรือ

แต่น้าจูนไม่เคยนึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือรู้สึกแย่ที่ถูกถามเช่นนั้นเลยนะ สำหรับน้าจูนแล้วโลกกว้างใหญ่นัก
และแม้ว่าไม่ใช่ที่หนึ่งแต่การเรียนของน้าจูนก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ไม่เคยสอบตกต้องลงเรียนซ้ำสักวิชาเดียว
(เพราะน้าจูนมีคาถาที่ท่องไว้เวลาทำข้อสอบว่า ต้องไม่ตกๆ ตกต้องเรียนใหม่ เสียเวลาเล่นสนุก เอิ๊กๆ)
น้าจูนรักเพื่อนในกลุ่มคนนี้มาก เธอเป็นคนที่น่ารัก เอาใจใส่น้าจูนเสมอ
ไม่ว่าเวลาน้าจูนไม่สบาย เธอจะคอยมาดูแลให้กินยา หาข้าวปลาอาหารมาส่ง
วิชาไหนที่เห็นท่าว่าน้าจูนจะร่องแร่ง เช่น คณิตศาสตร์พื้นฐาน
เธอก็จะหมั่นเอาแบบฝึกหัดมาให้ทำ จับหลักที่ควรเข้าใจมาใส่สมองน้อยๆ ที่คิดแต่เรื่องไร้สาระของน้าจูน
และในที่สุดน้าจูนก็ผ่านวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานมาด้วยเกรด ซี

ท่ามความตกตะลึงของ 10 อันดับนับจากข้างหลังคนอื่นๆเมื่อประกาศคะแนนสอบกลางภาค
(และยังคิดเสมอมาจนบัดนี้ว่าใบปริญญาของน้าจูนครึ่งหนึ่งอาจจะเป็นของเธอและเพื่อนรูมเมทที่น่ารัก)

ดีแค่ไหนที่เรามีคนที่รักและเข้าใจ เช่นเพื่อนแบบเธอ

เพื่อนคนที่แต่งงานจบบัญชีจากธรรมศาสตร์ น้าจูนมักจะเขียนจดหมายถึงเธอเสมอเมื่ออยู่ไกลกัน
และเธอมักจะตอบมาว่า เธอหัวเราะลั่นโรงอาหารขณะอ่านจดหมาย
แต่เธอไม่อายสักนิด มันน่าภูมิใจออกที่มีเพื่อนเขียนจดหมายได้สนุกเช่นนี้


ในเช้าวันที่ต้องทำพิธีหมั้น เพื่อนที่มาถึงสงขลาก่อนตื่นกันแต่เช้าเพื่อไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าสาวก่อนพิธี
ขณะที่เราไปถึงห้องเก็บตัว เจ้าสาวกำลังแต่งหน้าให้น้องสาวของตัวเองวุ่นวาย
ดูเพื่อนเหมือนไม่ใช่คนคนเดียวกันกับเพื่อนของเรา เมื่ออยู่ในชุดไทยสีงาช้างมีชายเชิงกรุยกรายชุดนั้น
ชุดที่เจ้าสาวบอกว่า เธอใส่สีขาวสะอาดก็จะยิ่งคล้ำ แล้วก็สั่งสอนเพื่อนโสดของเธอว่า

"ชุดสีงาช้างเริ่ดสุด"

ถ่ายรูปเล่นกัน ชวนกันคุยเรื่องสมัยเป็นนักเรียนมัธยม

เจ้าสาวเล่าเรื่องที่เธอจับตุ๊กแกเพราะเข้าใจว่ามันคือตุ๊กแกของเล่น
ช่วงเวลาที่จับตุ๊กแกแล้วมันอุ่นๆในมือนั้น น่าสยดสยองนัก แต่จะกรี๊ดก็เสียฟอร์มเกินไป
เลยได้แต่ทำหน้า "พี่เจ๋ง" ใส่บรรดาเด็กผู้ชายที่มองดูด้วยความตกตะลึง
เล่ามาถึงตอนนี้ขบวนขันหมากที่เจ้าบ่าวขึ้นมารับเจ้าสาวก็มาเคาะห้อง

เจ้าสาวนั่งหน้าสงบนิ่ง ส่วนเพื่อนๆเจ้าสาววิ่งพล่านเพราะวางของระเกะระกะและรื้อห้องไว้เพ่นพ่าน
เพื่อนคนหนึ่งสงสัย ว่าเจ้าสาวไม่ตื่นเต้นหรือ เธอหันมายิ้มเย็นแทนคำตอบ
....อาจจะรู้สึกเหมือนขณะที่มีตุ๊กแกเป็นๆอุ่นๆอยู่ในมือ หรือไม่ก็หัวในหยุดเต้นไปแล้ว

สิ่งที่น้าจูนมักจะสนใจที่สุดเมื่อไปงานแต่งงานของเพื่อนสนิทไม่ใช่มูลค่าสินสอดทองหมั้น
แต่มักจะสนใจว่า คนสองคนที่รักกันและก้าวเดินมาด้วยกันจนถึงพิธีมงคลสมรสนั้น
...เขาพบกันอย่างไร หากันเจออย่างไร และที่ว่ารักกันนั้น เขารักกันเพราะอะไร

แน่นอนว่าเจ้าสาวโดนสัมภาษณ์ยาวตั้งแต่บอกเพื่อนๆเรื่องกำลังจะแต่งงาน

ในฐานะที่เราเป็นเพื่อนสนิทกัน
และในฐานะที่เธอเป็นลำดับที่สามของเจ็ดนางมาร ที่จะก้าวล่วงเข้าสู่งานวิวาห์
...เราจึงทำการสัมภาษณ์กันยาวหนึ่งชั่วระยะอาหารเย็นมื้อใหญ่

เธอเล่าว่า พบกับเขาของเธอในขณะที่ทั้งสองคนทำงานในอาคารเดียวกัน
และเพราะที่ตั้งบริษัทของทั้งสองคนอยู่ในอาคารเดียวกัน จึงต้องใช้ลิฟท์ร่วมกัน
ชั่วระยะที่ลิฟท์เปิดออก เขาคนนั้นบอกว่า เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีดวงตาสวยมาก
...แล้วก็ไล่ถามกับใครบางคนที่ใส่ยูนิฟอร์มเดียวกับเธอว่า

"ใครกันนะ ผู้หญิงตาสวยคนนั้น"

"น้องใหม่ที่บริษัทชั้นเอง"

สำนักงานสองสำนักงานก็เกิดการนัดกินอาหารเที่ยงแบบไม่มีเทศกาล
เพื่อนน้าจูนก็รู้สึกว่ามันแปลกๆอยู่ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรกับผู้ชายคนหนึ่งที่พี่ที่สำนักงานแนะนำให้รู้จักกัน
ความสัมพันธ์ของคนสองคนค่อยก่อตัวช้าๆ เหมือนต้นไม้ที่ค่อยงอกงาม
และดำเนินมาจนเธอมาเกริ่นให้เพื่อนๆช่วยทำตัวว่างช่วงปีใหม่สักหน่อย

"แล้วพี่ต้อมบอกหรือเปล่าว่ารักเพราะอะไร"

เพื่อนน้าจูนยิ้มขันแล้วไม่ยอมตอบอะไร นั่นสินะ คนสองคนรักกันเพราะอะไรนะ

เพื่อนอีกคู่ เป็นเพื่อนที่น้าจูนรู้จักห่างๆสักหน่อย แต่เขาเป็นเพื่อนสนิทกับเพื่อนรักของน้าจูน
ผู้ชายตาตี่ๆที่ทำหน้าง่วงนอนตลอดเวลาเป็นเพื่อนที่เรียนพิเศษสมัยมัธยมต้น
ส่วนผู้หญิงนั้นน้าจูนไม่รู้จักหรอกเมื่อแรก ได้ยินข่าวแว่วมาจากเพื่อนอีกคนว่านิสัยน่ารักนัก
คนสองคนเจอกันในงานแต่งงานของเพื่อน แล้วก็สานสัมพันธ์มาจนถึงวันที่แต่งงาน
เสร็จจากงานแต่งงานเพื่อนคนแรก เพื่อนก็พากันไปหาที่นั่งคุยกันต่อที่ร้านอาหารริมทะเล
จนได้เห็นวิธีการที่คนสองคนดูแลกัน เห็นยิ้มน่ารักๆของเธอคนนั้น

น้าจูนก็รู้สึกว่าบางทีที่เขาว่ากันว่าเมื่อคนแต่งงานกันแล้วก็เหมือนคนคนเดียวกัน
...ไม่ใช่เพราะทะเบียนสมรสหรืองานแต่งงาน
แต่เพราะเขาจะกลายมาเป็นเพื่อนของเราอีกคน เราจะรู้สึกห่วงว่าตรงนั้นที่เธอนั่งฝนสาดหรือเปล่า
เธอน่ารักสมกับเพื่อนของน้าจูน
ผุ้ชายตาตี่ที่เพื่อนทุกคนๆลงความเห็นตรงกันว่าเป็นคนดีนัก

"แล้วโต้งขอติ้วแต่งงานยังไงอ่ะ"

"โต้งก็โทรไปถามว่าแม่หาฤกษ์ได้แล้ว ติ้วจะว่ายังไง"

อืม เพื่อนของน้าจูนก็ยังคงเป็นเพื่อนคนเดิม ทื่อๆ แต่จริงใจ

จนแล้วจนรอดหลังจากเพียรถามคนโน้นคนนี้ว่าพวกเขามาพบกันอย่างไร และทำไมถึงรักกัน
....น้าจูนก็ไม่ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจ
ไม่สามารถตอบความสงสัยคำถามเรื่องความรักและความดีมีอยู่จริงหรือเปล่าในใจของน้าจูนได้
แล้วคนจะรักกันเพราะเพียงเขาหรือเธอคนนั้นเป็นดี หรืออันที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องของความเหมาะสม
หรือเป็นเรื่องของสารเคมีในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงคล้ายกับเวลาเรากินช็อกโกแล็ต
....เมื่อคนคนนั้นบอกว่าตัวเองกำลังมีความรัก

แต่สายตาที่เจ้าบ่าวในเช้านั้น ที่มองเพื่อนน้าจูนขณะยื่นมือมาให้จับเมื่อวันที่มารับตัวลงไปจากหอเก็บตัว
และสายตาที่เพื่อนคนใหม่
ที่เราได้เป็นเพื่อนกันผ่านทางการแต่งงานกับเพื่อนของน้าจูน

มองดูคนรักของเขาและเธอ


บางที น้าจูนว่า คำตอบของความรัก คงต้องรับรู้กับในใจของคนสองคน.... ที่มีรัก

น่าเศร้าที่การทดลองเก็บข้อมูลของน้าจูน ไม่สามารถตีแผ่กระบวนการการเกิดความรักได้
และยังไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายเหตุผลของการที่คนสองคนรักกันได้

แต่มีสิ่งหนึ่งที่น้าจูนสัมผัสได้จากแววตาของผู้คนที่มีรักนั้น
....อาจจะพอทำให้เชื่อได้ว่าบางที "ความรัก"อาจจะมีจริง

เพลงเพลงหนึ่งน้าจูนเคยฟังพูดถึงเรื่องความรักที่ไม่สามารถอธิบายไว้น่าฟัง
ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว น้าจูนเคยเชื่ออย่างจริงๆจังๆว่าเมื่อความรักถือกำเนิดขึ้นในใจ
..เราจะรู้สึกดังเช่นในเพลง อาจจะอยู่ๆก็เกิดผูกพันอย่างประหลาดกับใครบางคน
และโดยไม่สามารถหาเหตุผลอะไรมาอธิบายได้เลยว่า เพราะเหตุอันใดถึงรู้สึกเช่นนั้น

จนกระทั่งวันหนึ่งน้าจูนได้อ่านความเป็นมาของเพลงนี้จากหนังสือบางเล่ม
น้าจูนก็ยิ่งรู้สึกรักเพลงนี้ขึ้นมาอีกมากมาย
คนแต่งเพลงนี้ เป็นนักเขียนที่น้าจูนรู้สึกไปมากกว่าเขาคือนักเขียนคนโปรด
...อาจจะรู้สึกเหมือนเขาเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นลุง เป็นผู้ใหญ่
ที่มักจะหยิบบางมุมของโลกมาให้ชมและปล่อยให้เราคิดให้ตัดสินใจด้วยตัวเอง

น้าจูนอาจจะเคยเขียนถึง นักเขียนที่ชื่อประภาส ชลศรานนท์อยู่บ้าง
แต่นุ่นรู้ไหมว่านักเขียนนักแต่งเพลงคนนี้ เรียนจบสาขาสถาปัตย์ วิชาที่เรียนมาออกแบบอาคารบ้านเรือน
เมื่อได้รู้ครั้งแรก เขาก็เป็นแรงบันดาลใจให้น้าจูนคิดอยากเขียนอะไร
และรู้ว่าความรู้สึกนึกคิดที่อยากเป็นนักเขียนไม่ได้จบลงตรงวินาทีที่เราตกลงเรียนเภสัชศาสตร์หรอก

สำหรับเพลง "เพราะอะไร" ที่น้าจูนอยากหยิบมาให้นุ่นชมเนื้อเพลงวันนี้
มีความเป็นมาที่น่ารักนัก เมื่อวันหนึ่ง "พี่จิก"ประภาส ถามลูกชายว่า

"รักพ่อไหม"

"รัก"

"แล้วรักเพราะอะไรหรือ"

"ไม่รู้"

ใครบางคนเคยบอกกับน้าจูนว่าเด็กไม่โกหก ก็คงจะเป็นจริงเช่นนั้น
บางทีคำตอบของความรัก ไม่สามารถค้นคว้าออกมาได้ด้วยวิธีการใดๆ
...ไม่ว่าจะเป็นการทดลองโดยควบคุมตัวแปรไว้อย่างครบถ้วนหรือการเก็บข้อมูลปากเปล่าแบบย้อนหลังจากคู่รัก

แม้ว่าวันนี้ความรักอาจจะทำให้น้าจูนยังคงร้องไห้ซ้ำๆซากๆ เมื่อเพลงนี้แว่วมาเข้าหู
คำถามอย่างความรักมีจริงหรือเปล่าและจะมีสักครั้งหนึ่งไหมในชีวิตที่เราจะได้สัมผัสมัน
หรือจริงๆแล้ว เรื่องราวเหล่านั้นไม่เคยมีอยู่
ใครบางคนต้องการแค่มีใครสักคน และใครบางคนคิดเพียงว่ามันถึงเวลาที่จะมีครอบครัว

น่าขำที่น้าจูนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความรักหรอกนะ
....แม้ว่าจะอายุขนาดนี้และเขียนเรื่องรักมากมาย

หรือบางทีความรักเป็นเรื่องที่ไม่สามรถเข้าใจได้เลย

เพียงแค่"รู้สึก"เช่นนั้นเอง

สวัสดีปีใหม่นะจ๊ะนุ่น หวังว่าจะชอบเพลงที่คล้ายดังบทกวีเพลงนิ้
เพลงที่น้าจูนรักและยังคงไม่ละความพยายามที่จะตอบคำถามนั้น
....คำถามอย่าง "เพราะอะไร" ดังเช่นในเพลง

น้าจูน

เพราะอะไร

เนื้อร้อง ประภาส ชลศรานนท์
: ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์

เธอเคยถามกับฉัน ที่ฉันรักเธอ ว่าอยากจะรู้รักเพราะอะไร
กลับไปคิดไปค้น ใคร่ครวญมากมาย ไม่เจอ...คำตอบ
ที่ผ่านมานั้นไม่คิดอยากรู้ที่มา และไม่เคยหาเหตุผลใดๆ
แค่ตัวฉันเพียงรู้ ว่าเป็นสุขใจเมื่ออยู่เคียงกัน

* อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผล ว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน
หรือเป็นเพียงรอยยิ้ม รอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ
หากจะหาเหตุผลสักคำ ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันรักเธอ
นั่นเป็นเพราะตัวฉันมาเจอ เจอสิ่งดีงาม

( ซ้ำ * )
ตั้งแต่วันฉันพบเธอ ก็เจอแต่สิ่งดีงาม
ตั้งแต่วันฉันพบเธอ ได้เจอแต่สิ่งดีงาม


credit : notjusttv.exteen.com

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

นี่ไงนะบางเรื่องราวดีดีส่งท้ายปีนี้--

แม้เมื่อเทียบกับโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล
มันอาจเป็นเพียงการเล่าเรื่องรักของคนเล็กเล็กเพียงสองคน...

แต่ที่จริงแล้ว เรื่องราวรักรัก ของคนเล็กเล็ก... หากมันเกิดขึ้นในทุกทุกที่ มันก็ช่วยให้โลกมีเรื่องเล่าดีดีอีกมากมายเลย

จูนมีเพื่อนที่ดีและน่ารัก เป็นเรื่องน่าชื่นใจยิ่งแล้วของชีวิตนะ

บางเรื่องที่ผ่านเข้ามาให้ต้องขบคิด แม้กระทั่งต้องสูญเสียน้ำตาก็เถอะ...

อีกเดี๋ยวมันก็จะกลายเป็นเพียงเรื่องเล่า ที่เราอาจจะเลือกที่จะจดจำ หรือเลือกที่จะพยายามลืมเลือนมันไปเท่านั้นเอง

ไม่มีเรื่องไหนในโลก แม้แต่เรื่องราวที่เลวร้ายที่สุด จะทำร้ายเราไปไตลอดกาลหรอกเนอะ

เข้มแข็งเข้มแข็งจ้าจูน พร้อมรับวันคืนใหม่ใหม่ที่จะมาถึง

และต้องเชื่อมั่นว่า...มันจะดีกว่าเมื่อวานนี้อย่างแน่นอน

ป.ล. ชอบเพลงนี้มากมากเช่นกัน เพราะพริ้ง และชวนให้นึกรักใครสักคนขึ้นมาชะมัด

#1 By lonelybird (203.118.97.66) on 2007-01-01 21:28

พยายามเข้มแข็ง
...แต่ไม่หยาบคายให้ได้

หยิบโปสการ์ดเก่าๆจากผู้คนในโลกช่องอากาศมาดู
ถ้าไม่มีหน้ากระดาษหน้านี้
คงไม่ได้พบเจอผู้คนมากมายเหล่านั้น

ไปเจอเรื่อง เก็บใจ ในบล็อกอื่น
คนเอาไปลงก็ลงเครดิตให้อย่างดี

ไม่อาจจะเรียกได้ว่ามีความสุข แต่คงเรียกได้ว่าชื่นใจ
ที่เธอเขียนไว้ว่าชอบมัน รู้สึกดีที่มีคนอ่านแล้วชอบ

และสำหรับเรื่องที่มักจะมากระทบใจ
คนที่ทำก็เก่งนักที่รู้ว่าเจ็บง่ายๆได้ตรงไหน
แต่ใจคนอื่นนี่นะ จะบังคับให้ทำหรือไม่ทำอะไรได้อย่างไร
ใจเราเท่านั้นที่เราจัดการได้
และบางทีเราด้วยซ้ำที่หยิบมีดเล่มเดิม
...ที่ปักอยู่มาทำร้ายตัวเอง
คนทำอาจจะมีความสุขอยู่ที่ไหนแล้วก็ได้

สวัสดีปีใหม่ ปีนี้จะเป็นปีแห่งการระมัดระวังใจ
ไม่ให้ใจเราทำร้ายใจตัวเอง
และไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายใจง่ายๆ
อ่านแล้วยิ้มค่ะ ดีใจที่พี่จูนยิ้มได้กับความรักอีกครั้ง เรามาร่วมกันยิ้มให้กับความรักที่สมหวังของคนอื่นกันดีกว่า ถึงแม้ว่าปีหมูทองนี้จะเป็นปีปลอดรักของสมาคมเราก็ตาม สมาคมฯจงเจริญ โย่โย่ จุ๊บ จุ๊บ

#3 By หลิน (125.25.77.196) on 2007-01-01 22:18

ฟังเพลงนี้ในวันแรกของปี
ชวนให้นึกถึงใครคนนั้น ที่บอกฉันทุกครั้งที่ถามเธอว่า รักฉันเพราะอะไร ..... เธอก็จะร้องเพลงนี้ให้ฟังตลอด
...
.
.
..
.

เห็นด้วยกับ #1 ที่บอกว่า ไม่มีเรื่องไหนในโลก แม้แต่เรื่องราวที่เลวร้ายที่สุด จะทำร้ายเราไปได้ตลอกกาล......
เคยมีคนบอกว่า
"โคลนเกิดจากน้ำ น้ำเท่านั้นที่จะล้างโคลนออกได้"
ก็เหมือนกับความรักหากคนเราเจ็บปวดกับความรัก
ความรักเท่านั้นที่จะลบความเจ็บปวดได้

ไม่รู้ไปสรรหามาจากไหน แต่ฉันว่ามันก็ใช่อ่ะ.......

ปีนี้ ปีของเรา .... เชื่อดิว่าต้องมีอะไรดีๆ แน่ Happy ปีหมูทองจ้า

#4 By ~ :: SuPer M i l K y :: ~ on 2007-01-01 22:44

ความรักไม่มีเหตุผล (หรอกมั้ง)
การยอมรับใครสักคนเข้ามาในชีวิต
ยกมาเป็นข้อๆๆ คงลำบาก เรื่องความใช่
คนนี้สิใช่ .. คิดว่าก็ลำบากที่จะบอกหรืออธิบายเหมือนกันนะคะ
..
เมื่อคนที่ใช่ ผ่านเข้ามาแล้ว
ขอให้มีอะไรที่ทำให้รู้ว่าเมื่อใช่แล้ว
ใช่จริงๆ ด้วยกันทั้งสองฝ่าย คงจะไม่มีอะไรน่าเศร้า

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
สดใสๆ สดชื่นๆ นะคะ ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตนะคะ

#5 By moodee on 2007-01-02 08:57

ทำไมช่างน่ารักอย่างนี้ ดูเป็นสาวช่างสงสัยดวงตาเป็นประกายเช่นนี้ทุกที
ทำอย่างกับว่า ตอนตัวเองรู้สึก จะหาคำตอบได้งั้นแหละ
กว่าจะรู้ มันก็รู้สึกเสียแล้ว

เคยมีคนมาถามเมื่อคราวก่อน ได้แต่ยืนนื่งๆมองตากัน ถ้าถามว่าเจอกันยังไง ตอบง่ายกว่าแยะ
อื้มๆๆ ผ่านไปแล้ว แต่ตอนนึกถึงว่าตอนนั้นตอบอะไรไม่ได้ แล้วคำตอบทั้งหมดมันอยู่ในแววตาฝ่ายตรงข้าม
มันรู้สึกดีแค่ไหน
ดีจัง..ขอรับปีใหม่ได้อ่านเรื่องงดงามแบบนี้...
อ่านแล้วขนลุก...ความรักเป็นสิ่งดีเสมอ...
อยากให้คนรักกันมากๆ

#7 By alienboon on 2007-01-02 11:55

สิ่งที่เรามองไม่เห็นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีนี่เนอะ
ฉะนั้นปีนี้ก็ต้องพยายามกันต่อไป๕๕๕
งานเขียนชิ้นนี้ เยียวยาหัวใจสมขวัญด้วยจ๊ะเจ๊

#8 By walk my own way ^^ on 2007-01-02 14:57

สวัสดีปีใหม่อย่างเป็นทางการ


กว่าจะรู้ตัวมันก็ผ่านมาถึงวันที่ 2 ของปี


และจะหมดวันไปแล้วด้วยซ้ำ


มะวานนอน และไปกินข้าวกับเพื่อนตอนค่ำ


แล้วคนที่รอคอยก็โทรมาหา


แม้ได้คุยก็ไม่ได้หายคิดถึง


แต่แปลกใจตัวเองนักว่าอยู่ได้ยังไงการที่ไม่มีใครคนนั้นในที่เราคุ้นเคยและสบายใจ


พอคุยกันเข้าจริงๆก็คิดเห็นไม่ตรงกันตามระเบียบ


แต่มันก็ไม่ได้รักน้อยลง หรือคิดถึงน้อยลง


แต่ว่ามันไม่แน่ใจว่า ที่ทำอยู่นี้ถูกต้องแน่แล้วเหรอ


และถ้ามันจะต้องจบลงจะทนได้ไหม


**

สองสามวันมานี้ มึนไม่ค่อยรู้เรื่อง

สงสัยเพราะผ่านวันคืนไปเร็วเกินไป


และเหตุการณ์ระเบิดหลายแห่งด้วยแล้ว


เหมือนกับว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความจริง


---

ชีวิตคนเราคงเท่านี้


และคงไม่อยากเหนื่อยนัก ลำบากใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว


--
ปีที่เหนื่อยยากกำลังจะจากไป

เพื่อให้ปีที่ยากกว่าเข้ามาแน่ๆ


สู้ๆนะหม่ะ


สู้ๆนะเรา


มีอะไรก็โทรมาคุยนะ

ตอนนี้เหนื่อยจริงๆ

---

#9 By เบน on 2007-01-02 17:35

ผมมีความสุขทุกครั้ง
ที่ได้เห็นเพื่อนมีความสุข
รอยยิ้มของเพื่อนเวลามองแฟน ผมแอบอิจฉาหน่อยๆ ครับ
ว่าทำไมไม่มีใครมายิ้มแบบนี้บ้าง

ผมยังเชื่อในความรักเสมอครับ
และยังเชื่อในตัวเองด้วย
ว่าสักวัน ผมจะยิ้มให้กับความทรงจำนี้ได้จริงๆ
ขอบคุณมากๆ ครับ

#10 By AkE on 2007-01-02 20:06

สวัสดีปีใหม่นะคะพี่

นี่คงเป็นปีแรกที่มีโอกาสได้ทักทายพี่ด้วยคำนี้

ในปีที่ผ่านมา เรื่องที่เด่นมากที่สุด คงเป็นเรื่องของการมีมิตรเพิ่ม

รู้สึกว่าตัวเอง ได้พบมิตรมากมาย เหลือเกิน
จนคิดไปว่า ไม่มีความสามารถพอ ที่จะรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ครบทุกคน

บางที นานๆ ไป ก็ทำเพื่อนหล่นหาย

อยากมีชีวิตที่เป็นระบบกว่านี้จัง

แต่วิถีชีวิตมันไม่เป็นระเบียบ มันยากจริงๆ ที่จะทำอะไรให้เข้าที่เข้าทาง

เหนื่อยเหมือนกันเนอะ กับแค่จะมีชีวิตนี่

รู้สึกอยากที่จะให้ทุกๆ คนเริ่มต้น แต่ตัวเองกลับรุ้สึกไม่อยากเริ่มต้นอะไรเลย

แปลกดี

ชีวิตบ้าๆ


.
.

เพ้อไปเรื่อยเปื่อย

ขอให้พี่เรียลมีโลกที่อุ่นๆ แบบนี้ตลอดไปนะคะ

และมีความสุข มียิ้มที่กว้างๆ นะคะ

#11 By แสงแดด on 2007-01-03 16:57

เอามาสวัสดีปีใหม่ครับน้าจูน มีความสุขมาก ๆ นะครับ อะไรที่ไม่ดี อะไรที่แย่ ๆ ก็ขอให้ผ่านไป ได้ "จูน" เครื่องใหม่อีกครั้ง

อ่านเอนทรีนี้แล้วชอบแนวคิดของน้าจูนมากครับ ไม่ทราบว่าสนใจมาทำวิจัยเรื่องความรักกับผมมั้ยเอ่ย

#12 By Highwind on 2007-01-03 18:36

น้าจูนที่รัก...
นุ่นก็เคยมีแก็งค์เหมือนกันค่ะ
ออกจะคล้ายกับน้าจูนนะค่ะ
เพราะแก็งค์นุ่นชื่อว่า พาราไดซ์ แก็งค์
ออกแนวนางฟ้าๆ - - สวรรค์ไรประมานนั้นอะค่ะ
มีสมาชิก5คน
ตอนนี้ถึงจะแยกย้ายไปคนละสายวิชา
คล้ายๆกับน้าจูนที่มีเพื่อนไปอยู่เมืองนอก
แต่เค้าก็ไม่ลืมที่จะเอาของขวัญวันที่ใหม่แลการด์กลับมาให้นุ่น
ขอให้เพื่อนขอนุ่น เป็นเพื่อนที่ยืยนยาวแบบน้าจูนนะค่ะ
บะบายค๊า
ป.ล. อยากกินขนมในรูปจัง เอิอกๆ ชักหิวๆ เด๋วไปคุ้ยตู้เย็น ๆๆ
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังนะจูน
ขอให้แข็งแรงๆ ละกัน คราวหน้าแซนดี้เข้าบล็อกจูน จะได้ไม่ป่วยตาม (โทษจูนซะเลย 555)

เรื่องป่วย ไม่รู้ว่าหายดีหรือยัง แต่พรุ่งนี้มีนัดพบหมอ
จริงๆ ก็หายแล้วล่ะมั้ง เพียงแต่รู้สึกไม่ค่อยมีแรงง่ะ

เหตุผลของความรัก ... อืม นั่นสินะ รักเพราะอะไร

เหตุผลของความรัก ... อืม ไม่มีเหตุผลได้มั้ย

เพราะมันคงฟังดูโง่ๆ นะ ถ้าจะบอกว่ารักเค้าเพราะเค้ามีแววตาเหมือนลูกหมา หรือบอกว่ารักเค้าเพราะเค้าเป็นผู้ชายที่ไม่เคยละความพยายามในการสื่อสารกับเรา และเป็นหนึ่งในผู้ชายไม่กี่คนบนโลกที่พูดคุยกับเรารู้เรื่อง

เออแหละ มันฟังดูโง่จริงๆ ด้วยแฮะ

#14 By Sunday Syndrome on 2007-01-03 21:20

แสนดี

ฉันเคยรักผู้ชายที่เหมือนส่องดูตัวเองในเงากระจก
จนคิดสงสัยเหมือนกันว่า ฉันกำลังหลงรักตัวเองอยู่หรือเปล่า

บางทีผู้ชายอาจจะไม่ได้ต้องการคนที่คุยกับเขารู้เรื่องก็ได้นะ
แค่ใครสักคนที่จะตามเขาไปบนทุกหนทาง
เห็นด้วยกับเขาในทุกความคิด
หรืออาจจะใครสักคนที่บูชาเขาราวยอดดวงใจ

เมื่อแรกว่าจะลองฝึกหัด แต่ไม่จะดีกว่า
หากรักฉันที่ฉันเป็นฉันลำบากนัก ก็อย่ารักมันเลย
(สมน้ำหน้าตัวเองพิลึก)

สวัสดีนุ่น เมื่อแรกน้าจูนก็คิดอยากจะบริโภคเหมือนกัน
...แต่มันเป็นเทียน ยังสงสัยต่อว่าจะจุดได้หรือเปล่า
มีงานของเพื่อนงานนึงทำเก๋ มีของชำร่วยเป็นช็อกโกแล็ต
ในจำนวนทั้งหมดจะมีไส้อัลมอนด์ สักห้าอัน
ของใครเป็นไส้อัลมอนด์ มีทองแจก

เพื่อนฝากซองน้าจูนมาเป็นยี่สิบ
คนบนโต๊ะเดียวกันก็สงสัยว่า ในยี่สิบนั้นมันจะมีสักอันไหมที่เป็นอัลมอนด์
เลยต้องช่วยกันบิ ดูข้างใน
หากกินทั้งหมด ต้องน้ำตาลกระฉูดจนช็อกกลางงาน
(คิดอีกทีถ้าช็อกเพราะน้ำตาลกระฉูดในงานนั้น ก็ไม่ตาย
..เพื่อนน้าจูนเป็นหมอเด็กแต่งงานกับหมอศัลย์)
จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอันไหนไส้อัลมอนด์
เพื่อนร่วมโต๊ะก็ยังคาดคั้นว่า อันที่กินเข้าไปแกดูดีรึยัง
...ว่าตัวเองไม่ได้กินชิ้นที่มีอัลมอนด์เข้าไป

อืม ลมพัดสูง เป็นพาร์ตเนอร์โปรเจ็คกันได้
ดิฉันหาเคส หาplaceboพวกที่คิดไปเองว่ามีรัก มาเจาะเลือดเปรียบเทียบเอง
ทำในสักสิบคน เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่มีรักกับไม่มีรัก
ลมพัดสูง เป็นคนเจาะเลือดนะ ดิฉันเห็นเลือดแล้วจะเป็นลม
งานวิจัยช่วงหลังๆการวิจัยบางชิ้นพบว่า
ความรู้สึกรักและผูกพันต่อผู้อื่น
....เกิดมาจากการกระตุ้นวงจรภายในสมอง
เป็นตัวทำให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ ออกมา
โดยสร้างความรู้สึกพอใจ หรือตอบแทน
ฮอร์โมนสองชนิดที่เกี่ยวข้องกับความผูกพันธ์ทางสังคม
คือ Oxytocin และ Vasopressin
จากการทดลองยับยั้งสารทั้งสองตัวนี้ในหนูชนิดหนึ่ง
..พบว่าความสามารถในการสร้างความผูกพันธ์ของหนูพวกนั้นจะลดลง

ฉะนั้นความรัก
คือการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองนั่นเอง

นี่ได้สมมติฐานแล้วนะ เหลือแต่ทำการทดลองเลย

สวัสดี แนน
เอาเธอมาเจาะเลือดโปรเจ็คข้างบนได้รึเปล่าเนาะ เอิ๊กๆ
สวัสดีปีใหม่เช่นกัน พี่พยายามจำกัดวงตัวเองประมาณนึง
นั่นอาจจะเป็นเพราะรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบทุกความสัมพันธ์
ปีที่แล้วนี่ รู้จักและได้รักเพื่อนเพิ่มขึ้นหลายคนนัก

นั่นสิ คุณเอก
ฉันไม่ค่อยสนใจว่าเรือนหอใครจะราคารเท่าไหร่
แฟนใครทำงานอะไรเงินเดือนเท่าไหร่
เพื่อนๆที่พาแฟนมาแนะนำรู้ดีว่าแฟนจะโดนสัมภาษณ์อะไรแปลกๆ

ชอบมองตามสายตาคน เคยมีเพื่อนที่แอบรักเพื่อน
...สายตานั้น ฉันจำได้ไม่ลืม
รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ค้นพบความลับเรื่องนั้นคนแรกในโลก

เอิ๊กๆ เอม วันก่อนหลอกดิฉันให้ทำตาเป็นประกายวิบวับ
...ใครเค้าหลอกคนอื่นว่าอนุเสาวรีย์หมุนทุกชั่วโมงกันเล่า
คนอื่นเค้าก็อยากรอดูมันหมุนสิ ชริ

เห็นด้วยว่า กว่าจะรู้ก็ตัวมันก็รู้สึกเสียแล้ว
ยิ่งรู้ตัวเมื่อมันหลุดลอยหน่ะนะ
เหมือนมีรูกลวงขนาดใหญ่ตรงกลางตัว

สวัสดีปีใหม่คุณหมูดี
ฉันภาวนานักว่าให้ตัวเองมีความสามารถนั้น
ความสามารถที่จะรับรู้และตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังมีความรัก

ปีนี้เป็นปีแห่งการปราศจากการตกหลุมรัก
...ของสมาคมผู้ก่อการรัก

เอิ๊กๆ

Super Milky

ยืมนะคำนี้ โคลนเกิดจากน้ำ และสามารถล้างให้สะอาดด้วยน้ำ
จะเอาไปใส่ไว้ในจดหมายรักเรื่องใหม่ ไว้เขียนเสร็จจะลิ้งค์ไปให้อ่าน

อ่า ช่วงไม่สบายเขียนอะไรลงกระดาษไว้เพียบ
ขอตัวไปพิมพ์ก่อน