Pick Yourself Up : ก่อนการเดินทาง
posted on 09 Nov 2006 12:04 by junnie in Pick-Urself-Up
ฉันวางแผนอยู่นานก่อนการออกเดินทาง
อืม อันที่จริงอาจจะไม่ใช่เวลาที่ใช้ในการวางแผนที่มากมาย
หากแต่น่าจะเรียกว่าใช้เวลาไปกับการครุ่นคิดถึงการเดินทางเสียมากกว่า
และเอาเข้าจริงๆแล้วฉันอาจจะเหมาะกับการอยู่กับบ้าน นอนหลับสนิทบนเตียงที่คุ้นเคย
...พบผู้คนเก่าๆ ทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ อย่างนั้น
เพราะนั่นจะปลอดภัยและเราก็ไม่ต้องกังวลใจเมื่อพบเจอคนใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ
ฉันเคยเดินทางคนเดียวอยู่หลายครั้ง
....แต่ก็เพื่อการเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเสียมากกว่า
นิสัยขี้ลืม หรือจริงๆอาจจะเรียกว่าเหม่อลอยทำให้เพื่อนๆห่วงใยฉันมากกว่าปกติ
คนโน้น คนนั้น คนนี้มักจะช่วยคิดช่วยทำ หาคนไปรับไปส่ง
..และคอยประกบไม่ให้ฉันหลงทางเตลิดไปไหนต่อไหน
แต่ที่ฉันกำลังทบทวนถึงคือการเคลื่อนที่เพื่อเดินทาง
ฉันกำลังพยายามทบทวนว่า การเคลื่อนที่เพื่อเดินทางครั้งแรกของฉันนั้นเกิดขึ้นในแบบไหน
อาจจะเป็นครั้งนั้น ครั้งที่ฉันขับรถไปเขาพระวิหารคนเดียวในเช้าวันเสาร์หนึ่ง
เช้าวันเสาร์ที่เงียบเชียบของโรงพยาบาลอำเภอทางภาคอีสาน
ฉันตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่และพบว่าคู่หูคู่ฮาของฉันกลับไปเยี่ยมบ้าน
อันที่จริงช่วงชีวิตนั้น เป็นช่วงที่ฉันรู้สึกไม่เป็นสุขนัก
ทั้งต้องจากบ้านไปไกล และพบเจอเรื่องที่คิดว่าไม่ถูกไม่ต้องมากมาย
...เรื่องที่ไม่เหมือนในตำราเรียน
คนที่เพิ่งเดินออกมาจากมหาวิทยาลัยจะรู้สึกเหมือนฉันหรือเปล่า
อาจจะเป็นอาการตะหนกกับโลกความจริง ความรับผิดชอบมากมายที่ถาโถม
และบางปัญหาก็ไม่ได้สอนวิธีแก้ไขเมื่อเราอยู่ในชั้นเรียน
ทุกเช้าของวันทำงานฉันจึงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอยากลาป่วย
แต่พอถึงวันหยุดเมื่อไหร่ ฉันจะลืมตาตั้งแต่หกโมงเช้า
ฉันเข้ารับราชการครั้งแรกที่โรงพยาบาลทางชายแดนติดกับเขมร
บริเวณใกล้เคียงกันจึงมีร่องรอยของอารยธรรมจำพวกปราสาทหินมากมาย
ใครผ่านไปผ่านมาและแวะเยี่ยมชมงานที่โรงพยาบาล
จะต้องจบลงด้วยการพาไปเยี่ยมชมปราสาทหินของประเทศเพื่อนบ้านเสมอ
แต่ละฝ่ายในโรงพยาบาลจะต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป"เลาะเขาพระวิหาร"เพื่อดูแลผู้มาเยือน
หากวันไหนมีหมายกำหนดการ
คนที่รู้ตัวว่าจะต้องไปดูแลคณะผู้เยี่ยมชมต้องแต่งตัวทะมัดทะแมงมาทำงาน
ระยะทางที่ต้องขึ้นไปนั้นไกลและค่อนข้างสูงชัน
เมื่อแรกที่ฉันเข้าไปทำงานใหม่ๆก็ตื่นเต้นกับการไปเขาพระวิหาร
แต่สักพักก็รู้ว่าการไปต้อนรับคณะผู้มาเยือนไม่สนุกนัก
ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย และไม่ค่อยมีเวลาหยุดดูอะไรระหว่างทาง
คณะผู้มากเยือนส่วนมากแล้วมักจะเป็นระดับหัวหน้าจากโรงพยาบาลต่างๆ
ซึ่งไม่ค่อยตระหนักถึงระยะทางและความร้อนระหว่างทางที่จะขึ้นไปถึงจุดบนสุด
คนโน้นจะเอากระเป๋าเดินทางใบเป้งไปด้วย
คนนี้มีขาตั้งกล้อง กระเป๋าสะพาย ร่มคันใหญ่
สุดท้ายแล้วข้าวของพวกนั้นก็ไม่พ้นมือของเจ้าบ้านอย่างพวกฉันที่ต้องเป็นคนช่วยถือ
แต่เช้าวันนั้นอากาศดีเหลือเกิน
ฉันตื่นขึ้นมาและรู้สึกอยากเดินทางเป็นกำลัง
ความรู้สึกเช่นนั้นกระจ่างใสเหมือนน้ำที่ผุดขึ้นมาจากตาน้ำ
และมองไม่เห็นความหวาดกลัวใดในดวงตาที่มองกลับมาจากกระจกตรงหน้า
หยิบสีน้ำและสมุดวาดรูปเรื่อยเปื่อยของตัวเองใส่รถแล้วขับออกไปง่ายๆ ไม่คิดอะไรมากมาย
จำได้ว่าเช้าวันนั้น อากาศเย็นสบายเพราะย่างเข้าหน้าหนาวของทางภาคอีสาน
มีหมอกลงบางๆเรี่ย"ภูละออ" ภูเขาลูกเล็กๆตรงทางผ่าน
คำว่า ภู ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขา และ ละออ แปลว่าสวย
(และเนียง แปลว่า สาวน้อย "เนียงละออ" แปลว่าสาวสวย
...นอกนั้นจำไม่ค่อยได้แล้ว เพราะไม่ใช่คำเยินยอตัวเอง เอิ๊กๆ)
ภูละอองามสมชื่อจริงๆเมื่อแต่งกายด้วยชุดผ้าชีฟองบางเบาของละอองน้ำ
การเป็นคนของโรงพยาบาลมักจะได้สิทธิพิเศษนิดๆหน่อยๆ
นายทหารบางคนเคยข้ามมารักษาทางฝั่งไทยจำฉันได้และยิ้มทัก
"มาคนเดียวหรือครับคุณหมอ มาแต่เช้าเชียว"
ฉันรู้สึกขัดเขินทุกครั้งที่ถูกเรียกขานเช่นนี้ และพยายามชี้แจงเสมอว่าฉันเป็นเภสัชกร
แต่สำหรับที่นี่แล้ว นายแพทย์ คือ หมอใหญ่
พยาบาลและคนอื่นที่ทำงานในโรงพยาบาล คือ หมอ เช่นนั้นเอง
ร้านค้าตรงตีนเขาพระวิหารเริ่มทะยอยเปิดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว
ส่วนนักเดินทางระยะใกล้อย่างฉัน ต้องหยุดคุยกับแม่ค้าที่เกิดจำฉันได้ว่าทำงานที่โรงพยาบาล
นึกขำว่า การที่เป็นเภสัชกรตัวอ้วนๆในโรงพยาบาลทำให้คนที่เคยพบเห็นจำฉันได้ดีกระมัง
ฉันเพิ่งมีโอกาสเดินดูอะไรอย่างช้าๆก็คราวนี้เอง
นึกสงสารเขาพระวิหาร เพราะ ณ เวลาที่ฉันไปเดินชม เขาพระวิหารยังไม่ได้รับการบูรณะมากนัก
ร่องรอยของกระสุนปืนบนกำแพงประปรายไปทั่ว ตามคำบอกเล่าของพี่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเคยเล่าให้ฟัง
บอกว่าคือรอยกระสุนที่พวกทหารใช้กำแพงโบราณสถานเป็นเป้าทดลองปืน
และยังคงมีผู้ป่วยเป็นชาวบ้านที่เหยียบกับระเบิดระหว่างไปหาของป่าบริเวณนั้น เข้ามาที่โรงพยาบาลเป็นระยะๆ
น่าเศร้าที่ยังคงมีสงครามเกิดขึ้นที่นั่นที่นี่ แม้เราจะเรียนรู้แล้วก็ตามว่า สงครามไม่เคยให้อะไรกับใคร ไม่ว่าผู้ชนะหรือผู้แพ้
ฉันเพิ่งมองเห็นนางอัปสรารูปเล็กๆ ซ่อนอยู่ตามรอยสลักบนแผ่นหิน
เดินไปเดินมาพักใหญ่เพื่อเลือกมุมดีๆสำหรับวาดรูป
ควักสีน้ำตราม้าที่เป็นสีน้ำชนิดเดียวที่ฉันพอจะหาได้จากร้านขายเครื่องเขียนในอำเภอเล็กๆออกมาจากกระเป๋า
วาดไปและขำไป เพราะรู้สึกว่าตัวเองยิ่งวาดก็ยิ่งเละ
แต่สมุดวาดภาพพวกนี้ก็เหมือนสมุดบันทึกประจำวัน
...วาดคนเดียว ดูคนเดียว ช่างปะไร
การเดินทางไปเขาพระวิหารในความทรงจำของฉันเป็นแบบนั้นเอง
และพอแดดเริ่มจ้า นักท่องเที่ยวเริ่มทะยอยขึ้นมาจนคราคร่ำ
ก็ถึงเวลาที่ฉันจะได้กล่าวคำร่ำลากับเขาพระวิหารพอดี
ฉันชอบอารมณ์เช่นนั้น อารมณ์ที่เดินสวนทางกับคนอื่น
ในแววตาของคนที่กำลังไต่บันไดชันๆขึ้นมาตั้งคำถามกับฉันว่า
...บนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง มันสวยและคุ้มค่าพอที่จะเหนื่อยใช่ไหม
ฉันคิดว่าฉันได้ตอบคำถามเขาไปในสายตาที่มองตอบแล้ว
"ฉันมีความสุขดี ที่ได้ขึ้นไปบนนั้นค่ะ"
ค่อยๆขับรถไต่ลงมาช้าๆบนภูเขาที่ไม่สูงชันนัก
ขณะที่กำลังเขียนเอนทรี่นี้ ฉันกำลังทำบันทึกช่วยจำเพื่อไม่ให้ลืมอะไรๆในการเดินทางอย่างขมั่กเขม้น
ฉันกำลังจะเดินทางอีกครั้ง
และภาวนาให้เช้าวันพรุ่งนี้ ตัวฉันเองในกระจกมมองกลับด้วยแววตาเช่นเดียวกับวันนั้น
เช้าวันที่ฉันเดินทางไปเขาพระวิหาร ณ เวลาหมอกงาม
...แววตาที่แจ่มใสและไม่หวาดกลัว
ป.ล. ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เขาพระวิหาร เปิดให้เข้าชมได้หรือยัง
จำได้ว่ามีระยะหนึ่ง ทางการเขมรปิดไม่ให้มีการเดินทางเข้าไปจากไทย

รูปนี้เมื่อสองวันก่อนจากกว๊านพะเยา มีรูปสวยมากมาย แต่ยังหาทางเอาลงไม่ได้ พระอาทิตย์กำลังลับเหลี่ยมเขา บัดนาวอยู่ศรีราชา ร้าน โต๊ะโอเลี้ยง

แต่พี่อาจผิดหวังก็ได้หากได้เห็นอีก
เรื่องบูรณะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ยังคงเช่นเดิมคือไม่มีการบรูณะนั่นเอง
แต่ที่เปลี่ยนแปลงคือขยะเยอะมากมาย
โดยไม่มีถังขยะเลย และหญ้าขึ้นรกเป็นบางจุดน่ากลัวจะมีงูเสียด้วยน่าเสียดายนะคะที่สถานที่สวยๆขาดการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร....
.....
พรุ่งนี้พี่เดินทาง
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเดินไปทางใด
ขอให้พระคุ้มครองค่ะ
เดินทางปลอดภัยนะคะ
#1 By sofa on 2006-11-09 14:04