สวัสดีจ๊ะ นุ่น

เฮ้อ ช่วงนี้มีอะไรๆให้น้าจูนเรียนรู้ใหม่ๆมากมายนัก
อืม ได้ทำอะไรใหม่ๆและถึงทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ไม่ค่อยเดือดเนื้อร้อนใจ
ไว้เจออุปกรณ์เชื่อมต่อแล้วจะเอามาอวด ว่ากำลังเห่อทำอะไรอยู่

เพื่อนน้าจูนพูดถูก การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ บางทีไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีในตอนที่ทำหรอก
เพราะมันจะเกร็ง จะกลัว จะวุ่นวายใจ
และจะสามารถเบี่ยงเบนปัญหาบางเรื่อง ไปสู่ปัญหาใหม่ๆที่ซับซ้อนน้อยกว่า
เพื่อนให้ยืมข้าวของบางอย่าง แล้วบอกว่าเมื่อน้าจูนได้สนใจอะไรที่ยาก
...จะได้เบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องยุ่งยากหมายเลขหนึ่งไปสู่เรื่องยุ่งยากหมายเลขสอง
คล้ายกับว่าเคยเรียนเรื่องการเบี่ยงเบนความสนใจเช่นนี้ในตำราจิตวิทยาเด็กเล็กราว 3-5 ขวบ
เอาเถอะ จะยกให้แม่เพื่อนรักคนนี้ไว้สักคน วิธีการของเธอได้ผลดีประมาณหนึ่ง

รู้สึกดีที่ได้พบพูดจาและทานข้าวเที่ยงกันนิดหน่อย และจับจูงกันไปเลือกเดินซื้อหนังสือ
...เหมือนที่เราเคยทำด้วยกันเสมอๆตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักเรียน
น้าจูนกับเธอเป็นเพื่อนรักกันมานานตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนชั้นอนุบาล
ใช่แล้ว ไม่รู้ทำไมเราถึงคบหากันมานานถึงปานนั้น
ขนาดเราเขียนจดหมายติดต่อกันเป็นร้อยๆฉบับ
...ในช่วงเวลาที่เธอเรียนทันตแพทย์ที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพและน้าจูนเรียนอยู่ที่สงขลา
เราคบกัน พูดกันในทุกเรื่อง น้าจูนร้องไห้กับเธอได้และเธอก็ร้องไห้กับน้าจูนได้เช่นกัน

เมื่อนานมาแล้ว หากใครเคยเห็นผู้หญิงแต่งกายนักศึกษาอ้วนผอมสองคน
นั่งร้องไห้กันอยู่ในสวนสันติภาพ สวนสวยตรงอนุเสาวรีชัยสมรภูมิ นั่นหล่ะ คือน้าจูนและเธอ
น้าจูนเกลียดเมืองใหญ่ คิดถึงบ้าน เมื่อต้องมาใช้ชีวิตและฝึกงานในกรุงเทพ
ส่วนเธอเองก็มีเรื่องราวในใจที่ช่างหนักหนานักระหว่างนั้น
บางคนที่มาออกกำลังกายในเย็นนั้นคงจะขำ ที่เราร้องไห้และผลัดกันเช็ดน้ำตาให้กันและกัน


...แต่ในโลกนี้ จะมีใครสักคนกันที่เราจะยอมร้องไห้ให้เห็นและถึงขนาดให้เขาเช็ดน้ำตาให้ได้

น้าจูนว่าไม่ใช่โชคเพียงอย่างเดียวหรอกที่ทำให้เรามีใครสักคนเป็นเพื่อนที่ดี
บางเราต้องสามารถสื่อสารความหมายของคำคำนั้นระหว่างกันอย่างเข้าใจด้วย
"เพื่อน"ของเธอในใจ แม้ไม่อาจจะสามารถรองรับสิ่งที่เราคิดในใจได้
...แต่อย่างน้อย เธอน่าจะเข้าใจความหมายของมันไปในทิศทางเดียวกัน
และเธอคนนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้น้าจูนคิดจะทำเรื่องชุดเล็กๆน้อยๆนั้นออกมาเป็นหนังสือทำมือ
ก็เพราะเพื่อนนน้าจูนคนนี้เธอเป็นคนที่ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตเอาเสียเลย
...ไม่แม้แต่มีอีเมลแอดเดรสเป็นของตัวเอง
น้าจูนปรารถนาให้เธอได้ชิมรสของมัน เหมือนคนอื่นๆที่ได้ชิม

แล้ว"เรื่องสั้นฝันหวาน"ก็ถือกำเนิดขึ้นในตอนนั้นเอง

บางครั้งน้าจูนอยากเขียนเรื่องยากๆ เรื่องที่ต้องอ่านไปตีความไป
...เรื่องที่ตีแผ่ความเป็นไปในโลกอย่างชนิดให้ความรู้สึกเจ็บแสบเหมือนเอามีดมากรีดเนื้อให้เป็นริ้วๆ
ชนิดที่มีใครวิจารณ์มันว่า นี่คือการกระชากหน้ากากสังคมครั้งมโหฬารอะไรแบบนั้น
แต่สุดท้ายแล้วน้าจูนก็เขียนได้เพียงเรื่องพวกนั้น เรื่องรักระหว่างมนุษย์หุ่นยนต์กับสาวเจ้าเนื้อช่างสงสัย

เพื่อนบางคนกระเซ้าว่า ผู้ชายดีๆแบบในหนังสือนั้นไม่มีจริงหรอก
น้าจูนทำให้ผู้หญิงที่อ่านมัวแต่มองหาผู้ชายดีๆและจะกลายเป็นสาวโสดพันปีแบบพวกเธอในที่สุด
ผู้ชายดีๆในคำจำกัดความนี้ที่ไม่ใช่ หนุ่มรูปหล่อพ่อรวย หยิ่งจองหอง ราวร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า
เพราะเอาเข้าจริงๆแล้ว เมื่อสัมภาษณ์ผู้หญิงรอบๆตัว พวกเธอไม่ได้ต้องการอะไรมากมายไปกว่า
..ใครสักคนที่ไม่ทำเสียงจิ๊กจั๊กเวลาฟังเราเล่าเรื่องไร้สาระต่างๆนานา
ทำงานสุจริตเลี้ยงตัวเองได้ คิดดีๆต่อโลก รักเราสักหน่อยก็เท่านั้นเอง
เรื่องราวที่เหลือนอกจากนั้นอย่างเขาชอบสุนัข ทำสวนต้นไม้ได้ หรือทำกับข้าวเอง
....ล้วนเป็นโบนัสในความรัก

"ผู้ชายอ่ะ แกปิดทางเจ้าชู้ มากรัก หลายใจเขาไว้งั้นสิ
...แล้วไหนจะเรื่องชอบใช้ความรุนแรง ทุบตีอีก
ผู้ชายมันเด็กในร่างผู้ใหญ่ ปีเตอร์แพนที่ไม่เคยโตและชอบมีของเล่นตลอดเวลา"

เพื่อนคนหนึ่งบอกน้าจูนเช่นนั้นเพราะเรื่องราวที่เธอพบเจอมาไม่ง่ายเลยสักนิด
อืม ก็จริงอยู่หรอกแต่ด้วยความที่น้าจูนเป็นเด็กที่อ่านนวนิยายมากมาย
ผู้ชายในเรื่องที่เขียนจึงดูเหมือนก้าวเดินออกมาจากอุดมคติของคนประหลาดๆ
เอาเถอะ หากผู้หญิงพวกนั้นจะมองหาคนแบบในเรื่องเล็กๆ
...มันจะแปลกอะไร เขาไม่ใช่คนเลวร้ายสักนิด

น้าจูนเชื่อว่า ผู้ชายก็คนธรรมดาๆเท่านั้นเอง เราคงต้องสมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง...กับเขา
บางทีเมื่อความรักมันผ่านเข้ามา เรื่องผู้ชายในฝันก็จะกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง

ช่วงนี้น้าจูนหนีกลับไปให้ผู้ชายในนวนิยายประคองโลกกอดบ่อยๆ
..เพลงยังบอกเลยว่า"ผู้ชายดีๆมีแต่ในนิยาย"นี่นา
อืม อันที่จริงคนเรื่องมากอย่างน้าจูนก็รัก"ผู้ชายในนวนิยาย"อยู่เพียงไม่กี่คนหรอก
...แล้วก็จะหยิบหนังสือพวกนั้นมาอ่านซ้ำไม่รู้เบื่อ
บางเล่มเอาโพสอิทแบบสีๆคั่นตอนที่ชอบไว้ ชนิดที่เปิดแล้วเราจะสามารถจิบช่วงหวานนั้นได้เลยทันที
แต่มีไม่กี่คนหรอกที่น้าจูนตกหลุมรักเอาจริงๆจังๆ อย่าง"อมาญาส์"และ"อสิขิล"

จริงอยู่ว่าน้าจูนโปรด"ท่านชายพจน์" แต่เป็นชายาท่านท่าจะลำบากเกินไป
น้าจูนไม่เก่งคณิตศาสตร์ให้บวกลบเลขมากๆก็ไม่ไหว ร่ำรวยเกินความจำเป็นของมนุษย์
"โกโบริ"เองเขาก็เข้าที ท่าทางจะอดทนเก่ง "อังศุมาลิน"ผลักไสเสียขนาดนั้น
...เขาก็ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆๆเธอไม่มีห่างจนลมหายใจสุดท้าย

พระเอกของ สิริมา อภิจาริน เหมือนคนที่มีชีวิตจริงๆ
..แบบที่เราต้องหันไปมองรอบๆตัวว่าเขาแอบมองเราอยู่ตรงไหนหรือเปล่า
แต่นั่นก็จริงเกินไป จนกระทั่งน้าจูนคิดว่ามันคงให้ความรู้สึกเหมือนเวลาเรารักใครสักคนจริงๆ
อ่านไปก็ทั้งยิ้ม ทั้งกังวล ปวดหัวใจไปราวกับตัวเองเป็นนางเอกของเรื่อง

แต่ช่วงนี้น้าจูนหยิบหนังสือของ"จันทรำไพ"มาอ่านเสียบ่อย
เพราะมีบางเรื่องที่อยากเก็บข้อมูลจากหนังสือของเธอ
เฮ้อ แล้วเรื่องมันก็ยาวไกลไปกว่านั้น
...กลายเป็นว่าน้าจูนกำลังใจเต้นตึ่กตั๊กและตกหลุมรักพระเอกของเธออีกครั้ง

อาจจะรู้สึกสนิทกับเธอมากกว่านักเขียนคนอื่นๆนิดหน่อย
สมัยน้าจูนเป็นเด็กเล็กๆนิตยสารประจำบ้านของน้าจูนคือสตรีสาร
น้าจูนเริ่มรู้จักเธอที่ตรงนั้น รู้จัก ริคาโด้ เอริก้า วาสนา ลาล่า บิบิ๊ซ
...ชอบมุขที่ทั้งขำทั้งหวาน เหมือนเรากำลังกำลังจ้องตาคู่สวยที่มีประกายวิบวับ
แล้วในตาคู่นั้นแฝงแววเศร้าที่ปิดบังไม่มิดชิด มันจะเลือนหายไปเพียงกระพริบตาครั้งเดียว
แต่เราจะรับรู้มันได้ในน้ำเสียงของอักษรว่า มันยังไม่หายไปไหน

หากถามว่าน้าจูนอยากเขียนหนังสือให้ได้เหมือนกับใคร น้าจูนอยากเขียนให้ได้เหมือนเธอนี่เหล่ะ
อืม อันที่จริงเราไม่สามารถทำอะไรให้เหมือนใครได้หรอก
แต่หากนี่คือการปรุงอาหารและการชิมรส รสที่น้าจูนชอบคือแบบนี้หล่ะ
รสหวานที่อมเปรี้ยวนิดๆ สอดไส้เรื่องราวที่น่าสนใจไว้อย่างแยบยล

เมื่อน้าจูนคิดถึงเรื่องไวน์ น้าจูนจะหยิบ"อมาญาส์"มาอ่าน เอา "A walk in the Cloud" มาดูซ้ำ
บางทีอ่านไปอ่านมาก็ลืมวัตถุประสงค์เริ่มต้นที่จะหยิบส่วนความรู้
...เห็นแต่อมาญาส์ผมยุ่งๆผูกผ้าเช็ดหน้าแดง มาทำตาหวานจิ๊บๆให้ยล
"จันทรำไพ"เขียนเรื่องนี้ได้น่ารักนัก "อมาญาส์"ของเธอช่างแพรวพราวในจินตนาการ

หนังสือเล่มล่าของเธอที่น้าจูนหยิบมาอ่านคือ "กาแฟรสเสน่หา"
...เป็นหนังสือที่อ่านแล้วหอมกาแฟชะมัด
และหอมเลยเถิดไปถึงกลิ่นดอกกาแฟในยามที่หมอกสีฟ้าที่แตะยอดเนินในไร่กาแฟ

ในเรื่องหวานที่มีพ่อแง่แม่งอนตามระเบียบของนวนิยายที่ดี
แต่ส่วนที่แทรกเอาไว้นั้น เป็นเนื้อหาดีๆเรื่องกาแฟชนิดที่อ่านแล้วอยากเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าไปตามหาไร่ภูคราม

น้าจูนสนใจวิธีซ้อนเนื้อหาของเธอเป็นพิเศษ
นักเขียนหลายคนพยายามเขียนเรื่องรักที่แทรกเนื้อหาสาระ
แต่การหาอัตราส่วนที่เหมาะสมที่จะได้เนื้อหามากพอที่จะสื่อเรื่องที่เราต้องการเล่า
...กับการดำเนินเรื่องราวในหนังสือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากนัก

หากเนื้อหามากไป นักอ่านเกเรอย่างน้าจูนจะไม่ลังเลที่จะอ่านข้ามไปหาส่วนหวานที่อยู่ถัดไป
แต่หากเนื้อหาน้อยไปเราจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องที่สื่อสาร

"จันทรำไพ"หาจังหวะในการแทรกเนื้อหาสาระในบทสนทนาให้พอเหมาะพอเจาะได้อย่างเยี่ยม
...เหมือนความสัมพันธ์ที่สวยพอดีระหว่างการสลัดหน้ากับเคลื่อนกายในการเต้นรำจังหวะละติน

น้าจูนจะยกสักตอนใน"กาแฟรสเสน่หา"มาให้ฟัง
...มาดูกันว่าเธอแทรกเรื่องกาแฟไว้ได้น่ารักน่าหยิกแค่ไหน


"อสิขิลจิบกาแฟแล้วก็รู้สึกทันทีว่ากาแฟของไร่นี้มีอะไรที่พิเศษ พิเศษอย่างอร่อย
อร่อยอย่างบอกไม่ถูก อร่อยว่าที่เคยดื่มที่บ้านของอธีนมาก
กาแฟในถ้วยนี้ เพียงแค่สองจิบ
เขาก็รู้ว่า ทั้งนิ่มทั้งนวลทั้งเนียน...เหมือนใยไหมพริ้วอยู่ในปากในคอ
อีกทั้งเบาทั้งหอมทั้งมันทั้งหวาน
ความหวานในน้ำดำสนิทนี้ หวาน ออกมาในลักษณะที่ขมอย่างอ่อนระทวย
ขมอย่างสะสวยจนแปรเป็นความหวาน
...จนทำให้นึกไม่ออกว่าความขมที่แท้จริงนั้นคืออย่างไร"(1)

อ่านจบที่บรรทัดนี้ ก็แทบจะวิ่งผลุงไปหากาแฟที่ขมละมุนจนกลายเป็นหวานเช่นนั้นมาจิบสักสองสามจิบ

หลังจากอ่านเรื่องนี้จบ น้าจูนก็คุยกับเพื่อนอีกคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้วเช่นกัน

"ไม่รู้สิ ผมว่าผู้หญิงในหนังสือนิยายช่างเข้าใจยาก"

"ทำไมล่ะ ดิฉันออกจะชอบผู้ชายในนิยาย ดูสิ น่ารักน่าชัง แถมไม่หักอกเราอีกต่างหาก
...ผู้หญิงในนิยายมันเป็นแบบไหนหรือ"

"ปากไม่ตรงกับใจ รักเขาแล้วจะหนีเขาไปทำไม
รักก็ไม่บอกว่ารัก อยากให้คนอื่นบอกรักแต่ดันบอกเลิกเพื่อให้เขาบอกรัก"

"นั่นหล่ะเป็นสาเหตุที่พวกเราชอบอ่านนิยาย บางทีเราก็งอนและรอแล้วรอเล่าให้เขามาง้อ
ทั้งที่ถ้าไม่งอนเลย เราก็ไม่ต้องใช่เวลายาวนานพวกนั้นอย่างกระวนกระวายใจ"

"เฮ้อ ผู้หญิง"

"ใช่แล้วหล่ะ ผู้หญิงไม่ได้มีไว้เข้าใจเสียหน่อย ผู้หญิงล้วนมีไว้เพื่อรักเท่านั้นเอง"

น้าจูนเองจ๊ะ

ป.ล.

1.เอิ๊กๆ ตัวหนังสือเยิ้มราวกับกำลังมีความรักเช่นนี้
เกิดขึ้นหลังจากอ่านหนังสือของจันทรำไพจบ
หากใครกำลังรู้สึกเงียบเหงาซึมเศร้า ลองไปหาหนังสือของเธอมาชิมดู
...น้าจูนว่ามันทำให้รู้สึกหวานในอกได้ระดับใกล้เคียงการมีความรักเชียว

2.น้าจูนแอบชอบตัวหนังสือของ"จันทรำไพ"เสมอ แอบอิจฉานามปากกาของเธอนิดๆ
รู้สึกว่านามปากกาเธออธิบายตัวตนเธอได้
หากเราลองกระซิบคำว่า "จันทรำไพ" เบาๆ
...ฟังเสียงวรรณยุกต์เหมือนกำลังร้องเพลงออกมาสักท่อน
เหมือนเห็นภาพดวงจันทร์กำลังชะม้อยชะม้ายสายตาหวานๆชำเลือง

น้าจูนกำลังอยากมีนามแฝงใหม่ อยากได้ชนิดอธิบายถึงตัวหนังสือในแบบของตัวเองได้
เมื่อราวๆสิบกว่าปีก่อน น้าจูนเคยใช้นามปากกาอย่าง "วลินลา"
...ที่มาจากไอสครีมรสโปรดอย่างวนิลา เขียนเรื่องไปลงสตรีสารและวัยหวาน
เคยใช้นามจออย่าง"อัปสรา"และตอนนี้กลายเป็น "Real women must have curve"
(ของแท้ต้องเขียนผิดไวยกรณ์จ๊ะ เอิ๊กๆ เพราะเนื้อที่ในส่วนการตั้งนามจอของเว็บบอร์ดจำกัด
....แต่ระดับความดื้อรั้นสูงกว่านั้น นามจอจึงประดักประเดิดอย่างที่เห็น)

อย่ากระนั้นเลย แม้ว่าจดหมายถึงนุ่นจะเขียนถึงนุ่น
แต่ท่าทางจะมี"น้าๆ"แวะเวียนมาเยี่ยมชมอยู่หลายคน
อ่านตัวหนังสือของน้าจูนแล้ว ช่วยคิดนามปากกาภาษาไทยกันดีกว่า
เพิ่งทำ "เรื่องสั้นฝันหวาน" มาใหม่ อยากแบ่งให้อ่านกัน
เอาเป็นว่าใครตั้งนามปากกาได้ถูกใจ จะส่งหนังสือทำมือไปกำนัลให้ถึงบ้านค่ะ

3. จันทรำไพวาดภาพสีน้ำบนปกหนังสือเล่มนี้เอง ว้าว น้าจูนอยากทำได้อย่างเธอบ้างจัง

กาแฟรสเสน่หา โดย จันทรำไพ พิมพ์ครั้งที่ 1 สนพ.สามสี 2547 : (1) 152

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากจะมี .. อยากจะได้ ..
หนังสือทำมือเล่มนั้นในครอบครอง
มาเผยความในใจ .. เดี๋ยวมาใหม่

#1 By moodee on 2006-10-19 18:05

อิอิ

#2 By dekjang on 2006-10-19 18:18

เราว่านะ อ่านข้อเขียนของน้าจูนก็ได้อรรถรสเหมือนละเลียดกาแฟชั้นดีเลยทีเดียวล่ะ

#3 By ~ :: SuPer M i l K y :: ~ on 2006-10-19 20:31

น้าจูนหลงรักพระเอกในนิยาย ผมเองก็หลงรักสาวน้อยตาโต ปากนิด จมูกหน่อยในหนังสือการ์ตูนไม่ต่างกันล่ะครับ

แต่สเป็คของผมจะออกไปในแนวหญิงแกร่ง ดูแลตัวเองได้ ยิ่งถ้าสวมเกราะเหล็ก ควงดาบเล่มโตเข้าฟาดฟันกับสัตว์ประหลาดแล้วล่ะก็...ยิ่งถูกใจใหญ่

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุนี้ เลยแอบเปรียบตัวเองเป็นผีร้าย จนรู้สึกกลัวเวลาคุยกับสาว ๆ ในคณะ

ฮ่าๆๆๆ

ปล. ผมเองไม่ค่อยเก่งเรื่องคิดชื่อซะด้วยสิครับ เอาไว้คิดออกเดี๋ยวมาช่วยโพสท์เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้ละกัน

#4 By Highwind on 2006-10-19 22:42

ว๊าว.... ขอบคุณนะคะที่เข้าไปเม้นท์ให้ เหมือนแบบว่า เราชื่นชมดาราคนนึง แล้วอยู่ดีๆ ดาราคนนั้นก็เข้ามาคุยกับเราเอง อิอิ (ขอสมมุติ ว่า น้าจูนเป็นแบบนั้นนะ )
ความจริง เราก็เป็นพวกรักนะแต่ไม่แสดงออกเหมือนกัน เพราะชอบอ่านจดหมายถึงหนูนุ่น แม้จะเพิ่งรู้จักได้ไม่นานเท่าไหร่ แต่พอมีสีส้ม ๆ ขึ้นมาใน favorite ก็มักจะเข้ามาอ่าน และยิ้มได้เสมอ...
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับถ้อยคำดี ๆ ที่ได้คิดทุกครั้งที่อ่านของน้าจูนนะ

#5 By ~ :: SuPer M i l K y :: ~ on 2006-10-19 23:24

เพิ่งตื่น...อ่านมาถึงช่วงกาแฟแล้ว...
โอ้โห....
สงสัยต้องไปชงกินซะแล้ว

#6 By alienboon on 2006-10-20 06:42

ขอตามมาอ่านด้วยคน
ไม่ว่ากันนะครับ
......................
ถึงว่าก็ตามมาอ่านอยู่ดีละ

#7 By [Greentale] on 2006-10-20 11:50

จงอย่าพยายามทำความเข้าใจผู้หญิง
และจงอย่าพยายามเปลี่ยนผู้ชาย
ใช่ไหมครับ

ขอบคุณสำหรับ คอมเมนท์วันนี้นะครับ
ประโยคนั้น ผมไม่ได้พูดออกไปหรอกครับ
แต่ก็ยอมรับว่าอยากพูดออกไปให้จบๆ
เหมือนจะเป็นการตัดรำคาญแบบเห็นแก่ตัว
แต่ก็เพราะเห็นแก่ตัวนี่แหละครับ
เลยไม่อยากเจ็บซ้ำซ้อนจากน้ำคำของคนที่ไม่เคยเข้าใจ

#8 By AkE on 2006-10-20 13:16

ฉันเคยมีเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมคนหนึ่ง
คบกันมาจนถึงทุกวันนี้ 20 ปีแล้ว
อาจจะมีช่วงที่ห่างกันบ้าง แต่เมื่อกลับมาเจอกัน
เราก็ยังคงความสนิท และคุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนเดิม

จนวันนึง เพื่อนคนนี้หนีฉันไปมีแฟนฝรั่ง USA และย้ายไปอยู่ที่นั่น
แต่เราก็ยังคงติดต่อกันผ่านทาง email และ MSN
บางครั้ง ฉันนึกขอบคุณความทันสมัยของเทคโนโลยี ที่ทำให้เรายังคงความเป็นเพื่อนไว้ได้ง่ายดายขึ้น
ฉันเอง กำลังจะตามไปอยู่ที่นั่นในไม่ช้านี้...

อ่านบทความของคุณจูนแล้วคิดถึงสมัยเด็ก
แม่ให้อ่านสตรีสารเหมือนกัน
เคยเขียนเรื่องไปลง แต่เป็นคอลัมน์เด็กนะคะ ตั้งแต่ประถมได้มั้ง...
สมัยนั้นยังวัยใส มองอะไรก็สวยงาม

ตอนนี้อ่านตัวหนังสือของคุณจูนแล้ว ก็เห็นว่ามันสวยงามเช่นกัน
อยากอ่านหนังสือทำมือเล่มนั้น...

เรื่องนามปากกา ขอเวลาซักสามวันนะคะ

#9 By ::NamWarn:: on 2006-10-20 13:25

พบเจอพระเอกมากมายในนวนิยาย--

ชีวิตจริง...

หาพระเอกคนนั้นให้พบนะจ๊ะจูน

และเมื่อพบเจอแล้ว...

อย่าลืมพูดและบอก 'เขา' อย่างที่หัวใจมันกำลังแอบกระซิบอยู่ล่ะ

อืม...พระเอกในชีวิตจริงนั้น บางครั้งบางทีความอดทนเค้าก็ไม่ได้มากมายเหมือนในนิยายเนาะจูนเนาะ

#10 By lonelybird (124.120.12.135) on 2006-10-20 18:56

ตัวหนังสือของพี่จูนก็ทำให้ฝันหวานได้ไม่หยอกนักหรอก
อ่านทีไร อมยิ้มไปครึ่งโลกทุกที
เป็นแฟน จันทรำไพ เหมือนกันค่ะ
อ่านหนังสือเค้าแล้ว อยากไปอเมริกาใต้
และเริ่มเห็นคนสวิส ในแง่ร้าย อิอิ
อ่านทีไร นั่งตาลอย ๆ ต่ออีกหลายวันเคลิ้มไม่หาย
แต่บางเล่ม ก็เศร้าเนอะ

เอ่อ อยากได้หนังสือเหมือนกัน
แต่คิดชื่อไม่ค่อยเก่งน่ะ
ขอลองคิดดูก่อนนะ

#12 By friday on 2006-10-21 01:04

หงึ
อยากได้ แต่นึกชื่อไม่ออก
ขอเวลาหน่อยนะ
...
กลับมาแล้วเมื่องานเริ่มซา
ช่วงนี้เราก็กำลังมีสิ่งใหม่มาให้วุ่น ๆ เหมือนกัน
แต่ก็สบายใจ
กำลังทำโปสการ์ดแหละ
จะเอาไปขาย
เป็นสิ่งที่เคยทำตั้งแต่สมัยเรียน
และเพิ่งได้ฤกษ์กลับมาทำอีกครั้ง
...
เคยหลงรักพระเอกในนิยายบ้างค่ะ
แต่น้อยมากกกกกก
เพราะไม่ค่อยได้อ่านประเภทนี้
งานของจันทรำไพก็ยังไม่เคยอ่านเหมือนกัน

#13 By ระหว่างทาง on 2006-10-21 01:47

เล่มนี้คุ้นๆ
เจ๊ย์เดี๋ยวเค้ากลับมาอ่านนะ บิวซี่เล็กๆ
๕๕๕
ตอนนี้เราอยู่ใกล้ๆกันนี่เองนะ
ไปพี พีกันป้าว

#14 By walk my own way ^^ on 2006-10-21 09:47

การเขียนหนังสือของฉัน สิ่งที่ยากที่สุดมีอยู่สามประการด้วยกัน
หนึ่ง เริ่มต้นได้ยากแสนยาก
สอง ตั้งชื่อเรื่องไม่ได้ เคยเขียนสารคดียาวแปดหน้าเอสี่เสร็จภายในสองวัน และใช้เวลาคิดชื่อเรื่องอีกหนึ่งสัปดาห์
สาม คิดนามปากกา อันนี้ไม่เคยสำเร็จเลย

แง แต่ฉันอยากได้หนังสือของจูนนี่นา แงๆ

ฉันเป็นคนมีเพื่อนเยอะมากๆๆๆๆ แต่เชื่อไหม ฉันไม่เคยมีเพื่อนที่ฉันนั่งร้องไห้และผลัดกันเช็ดน้ำตาได้จริงๆ เลยแม้สักครั้งในชีวิต

เพราะฉันไม่ร้องไห้ต่อหน้าคนที่ฉันไม่ได้ลึกซึ้งด้วยล่ะมั้ง

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงยังคงสอนตัวเองว่า น้ำตาคือความอ่อนแอ และเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเห็น

ในชีวิตนี้ฉันจึงมีคนข้างๆ ไว้เพียงคนเดียว ที่ฉันจะให้เขาเห็นฉันร้องไห้ได้แม้แต่กับเรื่องที่ไร้สาระที่สุด

เพิ่งมาเลิกเกลียดน้ำตาตัวเองเมื่อไม่กี่ปีมานี้เองล่ะ
พี่เรียลคะ

ตามหาคนนั้นให้หน่อย

เพราะถ้าไม่มีเขา ชีวิตก็ไม่มีความหวานอะไรอีกแล้ว

ขอบคุณนะคะ

ปล...ขอโทษ ที่มาบอกให้พี่วุ่นวายใจค่ะ แต่เราไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ขอโทษอีกครั้งนะคะ

#16 By แสงแดด on 2006-10-23 20:29

กลับมาอ่านจนจบอีกรอบ (จริงๆ หลายรอบค่ะ กว่าจะจบ)
คนในนิยายที่น่ารัก เราชอบแบบพระเอกซีรีส์เกาหลี
เรื่อง all about eve - คุณยุน - พระเอกของเรื่องมีแบบไหม
อย่างนั้น ดูแล้วปลื้มไม่รู้จบ แสนดี แสนรัก และเข้าใจไปหมด
ทุกสิ่งอย่างกับผู้หญิงที่ตัวเองรัก
ผู้ชายในนิยาย .. ในชีวิตจริงๆ หาอยากนะเราว่า .. และก็คิดว่า
ผู้หญิงไม่ได้ต้องการข้อจำกัดในการเลือกเท่าผู้ชายแสนดีใน
นิยายซะขนาดนั้นหรอกจริงๆ แค่ให้รักและเข้าใจกัน เท่านั้นหละ
แบบจิ๊กซอร์ .. สร้างมาเพื่อต่อเติมกันจนเต็ม (มั้ง)
..
แวะมาบอกว่ายอมแพ้กับการตั้งชื่อนามปากกาเพราะๆ ด้วยค่ะ
มีชื่อนึงที่ชอบค่ะ - แกมกาญจน์ - (ชอบเวลาที่อ่านออกเสียงน่ะค่ะ
แต่เราว่าพอเขียนเป็นคำแล้วไม่สวย) ... ยากจริงๆ นะคะ ตั้งชื่อนี่
จะให้ความหมายดี ติดหู จำง่าย คำสวยด้วย .. รอคุณจูนได้ชื่อไหน
แล้วบอกกันบ้างนะคะ เราว่าคุณจูนตั้งเองน่าจะได้คำไพเราะดีหล่ะ

#17 By moodee on 2006-10-25 07:42

บางครั้งชีวิตจริง ยิ่งกว่านิยายก็มีนะ...

การที่เราได้จินตนาการไปกับตัวอักษร ของนักเขียน เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เราสามารถสร้างเองได้..

บางครั้งอ่านแล้วไม่ชอบตอนไหน ก็มักจะจินตนาการเอาเอง ว่าต้องเป็นแบบนี้ แบบนั้น

แต่กับชีวิตจริงมันเลือกที่จะทำได้แค่บางอย่าง หลายอย่างเลือกทำไม่ได้ โดยเฉพาะความรู้สึกของ "หัวใจ"...

ปล. เราว่าชื่อจริงของจูนเพราะมากเลยนะ...อ่านออกเสียงแล้วเป็นตัวของจูนที่สุดเลย..

#18 By 1411 on 2006-10-25 12:27

#19 By romyen on 2006-10-25 15:56


อือม์ อ่านแล้ว ....

กำลังคิดว่า เราอาจจะตกหลุมรักใคร
ซักคนอยู่ มันจะดีมั้ย ถ้าเราจะรักษา
ความรู้สึกนั้นต่อไปให้มันไปข้างหน้า
เรื่อย ๆ แม้จะไม่รู้ ว่าจะมีอะไรรอเราอยู่

#20 By อีแมะจิ๊ on 2006-10-25 18:02

แหะๆ ตอนเด็กๆ ก็อ่านสตรีสารเหมือนกัน
แต่เป็นสตรีสารภาคพิเศษ ที่เป็นเล่มบางๆ สำหรับเด็กอ่ะจ้ะ
จำชื่อนักเขียนไม่ได้เลยซักคน
จำได้แต่วรรณกรรมสำหรับเด็กจากจีนเรื่อง โลกไร้เวลา ซึ่งมีคนวาดภาพประกอบใช้นามปากกาว่า ปีนัง (หรืออะไรทำนองเนี้ย)
พอโตมา ก็ไปตามซื้อหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คมาไว้ในครอบครอง ปรากฏว่าคนวาดภาพประกอบเป็นอีกคน เลยรู้สึกว่าอ่านไม่สนุกเสียแล้ว ซะงั้นเลย
แต่ที่ติดใจคือ คาแรกเตอร์ตัวตุ๊กตาเศษผ้า ที่เป็นคนจิตใจอ่อนโยนมากจนต้องเดินเบาๆ ตลอดเวลา เพราะกลัวว่าจะทำให้แผ่นกระเบื้องปูพื้นเจ็บ
ชอบมากกกก ไม่รู้จูนเคยอ่านรึเปล่า

#21 By Sunday Syndrome on 2006-10-26 00:07

อันที่จริง การที่เรามีเพื่อนที่พร้อมจะเป็นเพื่อนเราจริงๆ มองตาก็พอไม่ต้องพูดมาก..ไม่ใช่มองไปเจอแต่ตาแป่วแหวว อะไรเหรอ แกเป็นอะไร แค่สักคนก็พอแล้วมั้ง จูนโชคดีจังนะคะที่มีเพื่อนแบบนั้น
..............
เราไม่ถนัดเรื่องการตั้งชื่อ แต่อ่าน blog วันนี้แล้วแอบอมยิ้มนะ น่ารักดีค่ะ
บ่อยครั้งที่เรามักหลบออกจากโลกแห่งความเป็นจริงที่มักไม่ได้อย่างใจ ไปซุกอยู่กับความอุ่นๆ หวานๆ ของตัวหนังสือของใครสักคน จินตนาการนี่มันก็ทำให้เราสุขได้เหมือนกัน ปกติเราก็ชอบอ่านหนังสือนะ แต่คงไม่เยอะเท่าที่จูนอ่านแน่ๆ แต่ว่าเรื่องนี้น่าสนใจไปหาอ่านค่ะ ท่าทางจะหวานดีแท้

#22 By นาฬิกาทราย on 2006-10-26 23:54

ท่านชายพจน์กับโกโบริหรือคะ
แหม อุดมคติเหมือนกันนา
เราชอบตอนเด็กๆ น่ะ
แต่โตๆ มา ชอบแบบธรรมดาแฮะ
พระเอกของสิริมาน่ารักเนอะ
แต่ดูต้องสู้ชีวิตมามากเหลือเกิน
บางทีออกจะเครียดเกิน
ในนิยายโอเค แต่ในชีวิตจริงไม่แน่ใจค่ะ
แต่เราไม่ค่อยได้อ่านเรื่องของจันทรำไพเลย อยากอ่านหลายครั้งแล้ว สงสัยจะต้องเริ่มเสียที ขอบคุณนะคะ

#23 By 'ปราย (58.8.69.155) on 2006-10-27 00:36

เจ๊
ตอนนี้ก็ลอยทะเลอยู่แต่เห็นท่าจะลอยไปไม่ถึงสิมิลันซะแล้ว
เกรงใจนางเงือกตัวเก่า ถ้าไปแล้วกลัวเค้าจะตกงาน ฮิ้ว
ตอนนี้เพื่อนสาวกะลังแย่
อันตัวข้าพเจ้านั้นก็พูดไม่ค่อยเก่งได้แต่นั่งฟังๆๆๆ
ขนาดมันร้องไห้ยังไม่รู้จะปลอบว่าไงดี
หนีตามกันมาทะเล เห็นทะเลตอนกลางคืนก็ร่ำไห้ซะอย่างนั้น
ผู้หญิงคนหนึ่งช้ำรักขนาดนี้ อีกกี่เดือนกี่ปีจึงจะหาย...

คิคถึงเจ๊จ๊ะ

#24 By walk my own way ^^ on 2006-10-27 12:14

ขอบคุณค่ะ
Everything gonna be alright
มันจริงใช่มั้ยเจ๊

#25 By walk my own way ^^ on 2006-10-27 12:53

ตอบจูน...จากคอมเมนต์นะจ้ะ
เมื่อก่อนเพื่อนๆมันก็ว่าเราโลกช่างชมพู้ ชมพูเหมือนกัน คงเหมือนอย่างที่จูนว่า"เดินบนปุยเมฆละมั้ง''
ถ้าเราทดสอบโดยการเอานิ้วไปแหย่ปลั๊กไปแล้วมันจะทำให้เราบาดเจ็บ เราว่าเราคงเลือกที่จะเชื่อใครบางคนที่บอกว่าไม่ควรแหย่นิ้วเข้าไป เพราะไฟมันจะซ๊อตเอาหล่ะ แล้วก็เดินบนปุยเมฆต่อไป...
แต่ก็นั่นแหละนะ วันนึงข้างหน้า ความคิดเราอาจเปลี่ยนไปก็ได้

#26 By นาฬิกาทราย on 2006-10-27 21:44

อ่านแล้วหิวกาแฟจริงๆด้วยครับ
คงต้องไปชงเจ้าถ้วยแดงราคาถูกกินไปก่อน

#27 By ชาวไร่สตรอเบอร์รี่ (124.120.184.205) on 2006-10-28 16:11

ประกาศ ๆ คุ๊กกี้มาแล้ว อร่อยกันถ้วนหน้า โปรดฟังซ้ำอีกครั้ง อร่อยมาก มีคนขอร้องให้ทำขาย ขอบคุณมาก

#28 By no one on 2006-10-30 19:12

ยังนึกไม่ออก

#29 By ระหว่างทาง on 2006-10-31 00:47

ความรัก ความฝัน วันเวลาของผู้ชิ๋งคนนึง

#30 By เบิร์ด on 2006-11-14 20:42

ผู้หญิงมีไว้รัก

#31 By เบิร์ด on 2006-11-14 20:46

อ่ะ ใครอยากได้เรื่องสั้นฝันหวานตามลิ้งค์ไปนะคะ

http://thaimung.net/lanthaimung/webboard/04786.html
เป็นแฟนหนังสือคุณจันทร์รำไพเช่นกัน อ่านอมาญาส์เมื่อสมัยนานมาแล้วตอนยังเป็นวัยรุ่น อ่านแล้วอยากไปอยู่ที่ไร่องุ่นทีเดียว ชอบเวลาตอนที่คุณจันทร์รำไพอธิบายความสวยงามของเหล้าองุ่นและกรรมวิธีการกิน อยากไปเจอคนยิปซีว่าจะน่ารักเหมือนพระเอกในเรื่องไหม บางครั้งก็คิดว่าน่าอิจฉานางเอกจังที่เธอช่างเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเองได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างมีความสุข แต่น่าแปลกที่ตอนนี้เมื่อกลับมาอ่านแล้ววิเคราะห์กลับรู้สึกว่าความรู้สึกเปลี่ยนไป รู้สึกและตระหนักถึงความเปล่าเปลี่ยวลึกๆแต่ทว่ามีความเข้มแข็งของตัวละคร ทำให้อดนึกถึงประวัติชีวิตของคุณจันทร์รำไพไม่ได้ นางเอกทุกเรื่องของเธอก็คือตัวเธอนั่นเอง มีความเปล่าเปลี่ยว เดียวดายในจิตใจ แต่ก็มีความเข้าใจและเข้มแข็งกับชีวิต ฉันชอบผู้หญิงแบบนี้มาก แต่กลับรู้สึกไม่อยากเป็นแบบเธอ เพราะฉันอาจจะไม่เข้มแข็งเท่าเธอก็เป็นได้

ชอบสไตล์การเขียนของน้าจูน บางครั้งแม้ว่าเราอยากจะเขียนแบบคนอื่น แต่คิดว่าวิธีการเขียนของน้าจูนก็น่ารักและละเมียดละไมอยู่แล้ว คนเราคงต้องทำในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเองคงจะดีที่สุด

ปล. เมื่อสมัยฉันยังเด็กๆฉันก็เคยอยากเป็นนักเขียน มักจะเขียนโน่นเขียนนี่เสมอ แต่พบว่าไม่ค่อยได้ส่งหรือส่งก็ไม่ได้ลง เคยได้ลงกลอนเปล่าในหนังสือการ์ตูนสัปดาห์ ดีใจแทบแย่ ลงอยู่ 2-3 ครั้ง แค่นี้ก็อดรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อยเหมือนกัน เก็บเอามาโม้ได้พอประมาณ open-mounthed smile

#33 By prim (203.156.22.52) on 2007-11-09 12:07