จดหมายฉบับที่ 38 : กาแฟรสเสน่หา
posted on 18 Oct 2006 22:10 by junnie in Thai-books
สวัสดีจ๊ะ นุ่น
เฮ้อ ช่วงนี้มีอะไรๆให้น้าจูนเรียนรู้ใหม่ๆมากมายนัก
อืม ได้ทำอะไรใหม่ๆและถึงทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ไม่ค่อยเดือดเนื้อร้อนใจ
ไว้เจออุปกรณ์เชื่อมต่อแล้วจะเอามาอวด ว่ากำลังเห่อทำอะไรอยู่
เพื่อนน้าจูนพูดถูก การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ บางทีไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีในตอนที่ทำหรอก
เพราะมันจะเกร็ง จะกลัว จะวุ่นวายใจ
และจะสามารถเบี่ยงเบนปัญหาบางเรื่อง ไปสู่ปัญหาใหม่ๆที่ซับซ้อนน้อยกว่า
เพื่อนให้ยืมข้าวของบางอย่าง แล้วบอกว่าเมื่อน้าจูนได้สนใจอะไรที่ยาก
...จะได้เบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องยุ่งยากหมายเลขหนึ่งไปสู่เรื่องยุ่งยากหมายเลขสอง
คล้ายกับว่าเคยเรียนเรื่องการเบี่ยงเบนความสนใจเช่นนี้ในตำราจิตวิทยาเด็กเล็กราว 3-5 ขวบ
เอาเถอะ จะยกให้แม่เพื่อนรักคนนี้ไว้สักคน วิธีการของเธอได้ผลดีประมาณหนึ่ง
รู้สึกดีที่ได้พบพูดจาและทานข้าวเที่ยงกันนิดหน่อย และจับจูงกันไปเลือกเดินซื้อหนังสือ
...เหมือนที่เราเคยทำด้วยกันเสมอๆตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักเรียน
น้าจูนกับเธอเป็นเพื่อนรักกันมานานตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนชั้นอนุบาล
ใช่แล้ว ไม่รู้ทำไมเราถึงคบหากันมานานถึงปานนั้น
ขนาดเราเขียนจดหมายติดต่อกันเป็นร้อยๆฉบับ
...ในช่วงเวลาที่เธอเรียนทันตแพทย์ที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพและน้าจูนเรียนอยู่ที่สงขลา
เราคบกัน พูดกันในทุกเรื่อง น้าจูนร้องไห้กับเธอได้และเธอก็ร้องไห้กับน้าจูนได้เช่นกัน
เมื่อนานมาแล้ว หากใครเคยเห็นผู้หญิงแต่งกายนักศึกษาอ้วนผอมสองคน
นั่งร้องไห้กันอยู่ในสวนสันติภาพ สวนสวยตรงอนุเสาวรีชัยสมรภูมิ นั่นหล่ะ คือน้าจูนและเธอ
น้าจูนเกลียดเมืองใหญ่ คิดถึงบ้าน เมื่อต้องมาใช้ชีวิตและฝึกงานในกรุงเทพ
ส่วนเธอเองก็มีเรื่องราวในใจที่ช่างหนักหนานักระหว่างนั้น
บางคนที่มาออกกำลังกายในเย็นนั้นคงจะขำ ที่เราร้องไห้และผลัดกันเช็ดน้ำตาให้กันและกัน
...แต่ในโลกนี้ จะมีใครสักคนกันที่เราจะยอมร้องไห้ให้เห็นและถึงขนาดให้เขาเช็ดน้ำตาให้ได้
น้าจูนว่าไม่ใช่โชคเพียงอย่างเดียวหรอกที่ทำให้เรามีใครสักคนเป็นเพื่อนที่ดี
บางเราต้องสามารถสื่อสารความหมายของคำคำนั้นระหว่างกันอย่างเข้าใจด้วย
"เพื่อน"ของเธอในใจ แม้ไม่อาจจะสามารถรองรับสิ่งที่เราคิดในใจได้
...แต่อย่างน้อย เธอน่าจะเข้าใจความหมายของมันไปในทิศทางเดียวกัน
และเธอคนนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจหนึ่งที่ทำให้น้าจูนคิดจะทำเรื่องชุดเล็กๆน้อยๆนั้นออกมาเป็นหนังสือทำมือ
ก็เพราะเพื่อนนน้าจูนคนนี้เธอเป็นคนที่ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตเอาเสียเลย
...ไม่แม้แต่มีอีเมลแอดเดรสเป็นของตัวเอง
น้าจูนปรารถนาให้เธอได้ชิมรสของมัน เหมือนคนอื่นๆที่ได้ชิม
แล้ว"เรื่องสั้นฝันหวาน"ก็ถือกำเนิดขึ้นในตอนนั้นเอง
บางครั้งน้าจูนอยากเขียนเรื่องยากๆ เรื่องที่ต้องอ่านไปตีความไป
...เรื่องที่ตีแผ่ความเป็นไปในโลกอย่างชนิดให้ความรู้สึกเจ็บแสบเหมือนเอามีดมากรีดเนื้อให้เป็นริ้วๆ
ชนิดที่มีใครวิจารณ์มันว่า นี่คือการกระชากหน้ากากสังคมครั้งมโหฬารอะไรแบบนั้น
แต่สุดท้ายแล้วน้าจูนก็เขียนได้เพียงเรื่องพวกนั้น เรื่องรักระหว่างมนุษย์หุ่นยนต์กับสาวเจ้าเนื้อช่างสงสัย
เพื่อนบางคนกระเซ้าว่า ผู้ชายดีๆแบบในหนังสือนั้นไม่มีจริงหรอก
น้าจูนทำให้ผู้หญิงที่อ่านมัวแต่มองหาผู้ชายดีๆและจะกลายเป็นสาวโสดพันปีแบบพวกเธอในที่สุด
ผู้ชายดีๆในคำจำกัดความนี้ที่ไม่ใช่ หนุ่มรูปหล่อพ่อรวย หยิ่งจองหอง ราวร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า
เพราะเอาเข้าจริงๆแล้ว เมื่อสัมภาษณ์ผู้หญิงรอบๆตัว พวกเธอไม่ได้ต้องการอะไรมากมายไปกว่า
..ใครสักคนที่ไม่ทำเสียงจิ๊กจั๊กเวลาฟังเราเล่าเรื่องไร้สาระต่างๆนานา
ทำงานสุจริตเลี้ยงตัวเองได้ คิดดีๆต่อโลก รักเราสักหน่อยก็เท่านั้นเอง
เรื่องราวที่เหลือนอกจากนั้นอย่างเขาชอบสุนัข ทำสวนต้นไม้ได้ หรือทำกับข้าวเอง
....ล้วนเป็นโบนัสในความรัก
"ผู้ชายอ่ะ แกปิดทางเจ้าชู้ มากรัก หลายใจเขาไว้งั้นสิ
...แล้วไหนจะเรื่องชอบใช้ความรุนแรง ทุบตีอีก
ผู้ชายมันเด็กในร่างผู้ใหญ่ ปีเตอร์แพนที่ไม่เคยโตและชอบมีของเล่นตลอดเวลา"
เพื่อนคนหนึ่งบอกน้าจูนเช่นนั้นเพราะเรื่องราวที่เธอพบเจอมาไม่ง่ายเลยสักนิด
อืม ก็จริงอยู่หรอกแต่ด้วยความที่น้าจูนเป็นเด็กที่อ่านนวนิยายมากมาย
ผู้ชายในเรื่องที่เขียนจึงดูเหมือนก้าวเดินออกมาจากอุดมคติของคนประหลาดๆ
เอาเถอะ หากผู้หญิงพวกนั้นจะมองหาคนแบบในเรื่องเล็กๆ
...มันจะแปลกอะไร เขาไม่ใช่คนเลวร้ายสักนิด
น้าจูนเชื่อว่า ผู้ชายก็คนธรรมดาๆเท่านั้นเอง เราคงต้องสมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง...กับเขา
บางทีเมื่อความรักมันผ่านเข้ามา เรื่องผู้ชายในฝันก็จะกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง
ช่วงนี้น้าจูนหนีกลับไปให้ผู้ชายในนวนิยายประคองโลกกอดบ่อยๆ
..เพลงยังบอกเลยว่า"ผู้ชายดีๆมีแต่ในนิยาย"นี่นา
อืม อันที่จริงคนเรื่องมากอย่างน้าจูนก็รัก"ผู้ชายในนวนิยาย"อยู่เพียงไม่กี่คนหรอก
...แล้วก็จะหยิบหนังสือพวกนั้นมาอ่านซ้ำไม่รู้เบื่อ
บางเล่มเอาโพสอิทแบบสีๆคั่นตอนที่ชอบไว้ ชนิดที่เปิดแล้วเราจะสามารถจิบช่วงหวานนั้นได้เลยทันที
แต่มีไม่กี่คนหรอกที่น้าจูนตกหลุมรักเอาจริงๆจังๆ อย่าง"อมาญาส์"และ"อสิขิล"
จริงอยู่ว่าน้าจูนโปรด"ท่านชายพจน์" แต่เป็นชายาท่านท่าจะลำบากเกินไป
น้าจูนไม่เก่งคณิตศาสตร์ให้บวกลบเลขมากๆก็ไม่ไหว ร่ำรวยเกินความจำเป็นของมนุษย์
"โกโบริ"เองเขาก็เข้าที ท่าทางจะอดทนเก่ง "อังศุมาลิน"ผลักไสเสียขนาดนั้น
...เขาก็ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆๆเธอไม่มีห่างจนลมหายใจสุดท้าย
พระเอกของ สิริมา อภิจาริน เหมือนคนที่มีชีวิตจริงๆ
..แบบที่เราต้องหันไปมองรอบๆตัวว่าเขาแอบมองเราอยู่ตรงไหนหรือเปล่า
แต่นั่นก็จริงเกินไป จนกระทั่งน้าจูนคิดว่ามันคงให้ความรู้สึกเหมือนเวลาเรารักใครสักคนจริงๆ
อ่านไปก็ทั้งยิ้ม ทั้งกังวล ปวดหัวใจไปราวกับตัวเองเป็นนางเอกของเรื่อง
แต่ช่วงนี้น้าจูนหยิบหนังสือของ"จันทรำไพ"มาอ่านเสียบ่อย
เพราะมีบางเรื่องที่อยากเก็บข้อมูลจากหนังสือของเธอ
เฮ้อ แล้วเรื่องมันก็ยาวไกลไปกว่านั้น
...กลายเป็นว่าน้าจูนกำลังใจเต้นตึ่กตั๊กและตกหลุมรักพระเอกของเธออีกครั้ง
อาจจะรู้สึกสนิทกับเธอมากกว่านักเขียนคนอื่นๆนิดหน่อย
สมัยน้าจูนเป็นเด็กเล็กๆนิตยสารประจำบ้านของน้าจูนคือสตรีสาร
น้าจูนเริ่มรู้จักเธอที่ตรงนั้น รู้จัก ริคาโด้ เอริก้า วาสนา ลาล่า บิบิ๊ซ
...ชอบมุขที่ทั้งขำทั้งหวาน เหมือนเรากำลังกำลังจ้องตาคู่สวยที่มีประกายวิบวับ
แล้วในตาคู่นั้นแฝงแววเศร้าที่ปิดบังไม่มิดชิด มันจะเลือนหายไปเพียงกระพริบตาครั้งเดียว
แต่เราจะรับรู้มันได้ในน้ำเสียงของอักษรว่า มันยังไม่หายไปไหน
หากถามว่าน้าจูนอยากเขียนหนังสือให้ได้เหมือนกับใคร น้าจูนอยากเขียนให้ได้เหมือนเธอนี่เหล่ะ
อืม อันที่จริงเราไม่สามารถทำอะไรให้เหมือนใครได้หรอก
แต่หากนี่คือการปรุงอาหารและการชิมรส รสที่น้าจูนชอบคือแบบนี้หล่ะ
รสหวานที่อมเปรี้ยวนิดๆ สอดไส้เรื่องราวที่น่าสนใจไว้อย่างแยบยล
เมื่อน้าจูนคิดถึงเรื่องไวน์ น้าจูนจะหยิบ"อมาญาส์"มาอ่าน เอา "A walk in the Cloud" มาดูซ้ำ
บางทีอ่านไปอ่านมาก็ลืมวัตถุประสงค์เริ่มต้นที่จะหยิบส่วนความรู้
...เห็นแต่อมาญาส์ผมยุ่งๆผูกผ้าเช็ดหน้าแดง มาทำตาหวานจิ๊บๆให้ยล
"จันทรำไพ"เขียนเรื่องนี้ได้น่ารักนัก "อมาญาส์"ของเธอช่างแพรวพราวในจินตนาการ
หนังสือเล่มล่าของเธอที่น้าจูนหยิบมาอ่านคือ "กาแฟรสเสน่หา"
...เป็นหนังสือที่อ่านแล้วหอมกาแฟชะมัด
และหอมเลยเถิดไปถึงกลิ่นดอกกาแฟในยามที่หมอกสีฟ้าที่แตะยอดเนินในไร่กาแฟ
ในเรื่องหวานที่มีพ่อแง่แม่งอนตามระเบียบของนวนิยายที่ดี
แต่ส่วนที่แทรกเอาไว้นั้น เป็นเนื้อหาดีๆเรื่องกาแฟชนิดที่อ่านแล้วอยากเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าไปตามหาไร่ภูคราม
น้าจูนสนใจวิธีซ้อนเนื้อหาของเธอเป็นพิเศษ
นักเขียนหลายคนพยายามเขียนเรื่องรักที่แทรกเนื้อหาสาระ
แต่การหาอัตราส่วนที่เหมาะสมที่จะได้เนื้อหามากพอที่จะสื่อเรื่องที่เราต้องการเล่า
...กับการดำเนินเรื่องราวในหนังสือเป็นเรื่องที่ทำได้ยากนัก
หากเนื้อหามากไป นักอ่านเกเรอย่างน้าจูนจะไม่ลังเลที่จะอ่านข้ามไปหาส่วนหวานที่อยู่ถัดไป
แต่หากเนื้อหาน้อยไปเราจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องที่สื่อสาร
"จันทรำไพ"หาจังหวะในการแทรกเนื้อหาสาระในบทสนทนาให้พอเหมาะพอเจาะได้อย่างเยี่ยม
...เหมือนความสัมพันธ์ที่สวยพอดีระหว่างการสลัดหน้ากับเคลื่อนกายในการเต้นรำจังหวะละติน
น้าจูนจะยกสักตอนใน"กาแฟรสเสน่หา"มาให้ฟัง
...มาดูกันว่าเธอแทรกเรื่องกาแฟไว้ได้น่ารักน่าหยิกแค่ไหน
"อสิขิลจิบกาแฟแล้วก็รู้สึกทันทีว่ากาแฟของไร่นี้มีอะไรที่พิเศษ พิเศษอย่างอร่อย
อร่อยอย่างบอกไม่ถูก อร่อยว่าที่เคยดื่มที่บ้านของอธีนมาก
กาแฟในถ้วยนี้ เพียงแค่สองจิบ
เขาก็รู้ว่า ทั้งนิ่มทั้งนวลทั้งเนียน...เหมือนใยไหมพริ้วอยู่ในปากในคอ
อีกทั้งเบาทั้งหอมทั้งมันทั้งหวาน
ความหวานในน้ำดำสนิทนี้ หวาน ออกมาในลักษณะที่ขมอย่างอ่อนระทวย
ขมอย่างสะสวยจนแปรเป็นความหวาน
...จนทำให้นึกไม่ออกว่าความขมที่แท้จริงนั้นคืออย่างไร"(1)
อ่านจบที่บรรทัดนี้ ก็แทบจะวิ่งผลุงไปหากาแฟที่ขมละมุนจนกลายเป็นหวานเช่นนั้นมาจิบสักสองสามจิบ
หลังจากอ่านเรื่องนี้จบ น้าจูนก็คุยกับเพื่อนอีกคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้วเช่นกัน
"ไม่รู้สิ ผมว่าผู้หญิงในหนังสือนิยายช่างเข้าใจยาก"
"ทำไมล่ะ ดิฉันออกจะชอบผู้ชายในนิยาย ดูสิ น่ารักน่าชัง แถมไม่หักอกเราอีกต่างหาก
...ผู้หญิงในนิยายมันเป็นแบบไหนหรือ"
"ปากไม่ตรงกับใจ รักเขาแล้วจะหนีเขาไปทำไม
รักก็ไม่บอกว่ารัก อยากให้คนอื่นบอกรักแต่ดันบอกเลิกเพื่อให้เขาบอกรัก"
"นั่นหล่ะเป็นสาเหตุที่พวกเราชอบอ่านนิยาย บางทีเราก็งอนและรอแล้วรอเล่าให้เขามาง้อ
ทั้งที่ถ้าไม่งอนเลย เราก็ไม่ต้องใช่เวลายาวนานพวกนั้นอย่างกระวนกระวายใจ"
"เฮ้อ ผู้หญิง"
"ใช่แล้วหล่ะ ผู้หญิงไม่ได้มีไว้เข้าใจเสียหน่อย ผู้หญิงล้วนมีไว้เพื่อรักเท่านั้นเอง"
น้าจูนเองจ๊ะ
ป.ล.
1.เอิ๊กๆ ตัวหนังสือเยิ้มราวกับกำลังมีความรักเช่นนี้
เกิดขึ้นหลังจากอ่านหนังสือของจันทรำไพจบ
หากใครกำลังรู้สึกเงียบเหงาซึมเศร้า ลองไปหาหนังสือของเธอมาชิมดู
...น้าจูนว่ามันทำให้รู้สึกหวานในอกได้ระดับใกล้เคียงการมีความรักเชียว
2.น้าจูนแอบชอบตัวหนังสือของ"จันทรำไพ"เสมอ แอบอิจฉานามปากกาของเธอนิดๆ
รู้สึกว่านามปากกาเธออธิบายตัวตนเธอได้
หากเราลองกระซิบคำว่า "จันทรำไพ" เบาๆ
...ฟังเสียงวรรณยุกต์เหมือนกำลังร้องเพลงออกมาสักท่อน
เหมือนเห็นภาพดวงจันทร์กำลังชะม้อยชะม้ายสายตาหวานๆชำเลือง
น้าจูนกำลังอยากมีนามแฝงใหม่ อยากได้ชนิดอธิบายถึงตัวหนังสือในแบบของตัวเองได้
เมื่อราวๆสิบกว่าปีก่อน น้าจูนเคยใช้นามปากกาอย่าง "วลินลา"
...ที่มาจากไอสครีมรสโปรดอย่างวนิลา เขียนเรื่องไปลงสตรีสารและวัยหวาน
เคยใช้นามจออย่าง"อัปสรา"และตอนนี้กลายเป็น "Real women must have curve"
(ของแท้ต้องเขียนผิดไวยกรณ์จ๊ะ เอิ๊กๆ เพราะเนื้อที่ในส่วนการตั้งนามจอของเว็บบอร์ดจำกัด
....แต่ระดับความดื้อรั้นสูงกว่านั้น นามจอจึงประดักประเดิดอย่างที่เห็น)
อย่ากระนั้นเลย แม้ว่าจดหมายถึงนุ่นจะเขียนถึงนุ่น
แต่ท่าทางจะมี"น้าๆ"แวะเวียนมาเยี่ยมชมอยู่หลายคน
อ่านตัวหนังสือของน้าจูนแล้ว ช่วยคิดนามปากกาภาษาไทยกันดีกว่า
เพิ่งทำ "เรื่องสั้นฝันหวาน" มาใหม่ อยากแบ่งให้อ่านกัน
เอาเป็นว่าใครตั้งนามปากกาได้ถูกใจ จะส่งหนังสือทำมือไปกำนัลให้ถึงบ้านค่ะ

3. จันทรำไพวาดภาพสีน้ำบนปกหนังสือเล่มนี้เอง ว้าว น้าจูนอยากทำได้อย่างเธอบ้างจัง
กาแฟรสเสน่หา โดย จันทรำไพ พิมพ์ครั้งที่ 1 สนพ.สามสี 2547 : (1) 152
อิอิ
หนังสือทำมือเล่มนั้นในครอบครอง
มาเผยความในใจ .. เดี๋ยวมาใหม่
#1 By moodee on 2006-10-19 18:05