สวัสดีจ๊ะ นุ่น

พักนี้ประโยคที่น้าจูนรับสายและได้ยินจากเพื่อนๆบ่อยกว่าบ่อยคือ

"รู้รึยัง ... จะแต่งงาน"

บลา บลา บลา

"แก๊ แก นี่แกอย่าทิ้งชั้นนะ "

เพื่อนสำทับอย่างร้อนรนราวกับน้าจูนจะสามารถทิ้งเธอไปมีคนรักได้ในวันสองวัน
น้าจูนฟังเสียงเพื่อนผ่านสายโทรศัพท์ขำๆ พร้อมกับนัดแนะเรื่องชุดที่จะใส่ไปในวันงาน
เพื่อนบางคนมีแก่ใจเอาการ์ดงานตัวเองมาฝากน้าจูนไปให้คนโน้นคนนี้
เอาการ์ด(ของคนอื่น)ไปให้เพื่อนบางคนที่บ้าน ไม่เจอเพื่อนแต่เจอคุณพ่อคุณแม่

"จูนจะแต่งงานเหรอลูก แม่ยินดีด้วย"

แม่ของเพื่อนเข้ามากอดน้าจูนเพื่อแสดงความยินดี

"เอ่อ แม่คะ เอ่อ คือของคนอื่นค่ะแม่ คนอื่น
ไม่ใช่หนูค่ะ เค้าฝากมาอีกที"

ไม่อยากทำให้แม่เพื่อนต้องเสียหน้า แต่จะรับสมอ้างว่างานแต่งของตัวเองก็ติดจะประหลาดไป

ตอนน้าจูนอายุเท่านุ่น เคยรู้สึกว่าคนที่อายุสามสิบนี่แก๊แก่
แล้วก็เหมือนกระพริบตาแค่ครั้งเดียวเลขสามก็มายืนโยกย้ายส่ายสะโพกอยู่ตรงหน้า

แต่น้าจูนก็มีเพื่อนสาวโสดอีกพะเรอเกวียน เป็นแก็งส์สาวโสดแก่นเซี้ยวที่ยังมีความสุขดี
...ยังไม่โดนเอาไปเข้าห้องรมแก๊สแบบสมัยนาซีเมื่ออายุย่างสามสิบแต่อย่างใด
เราชอบสนทนาเรื่องความรักและชีวิตกันบ่อยๆ
เพื่อนบางคนเข็ดกับความรักชนิดที่ไม่มีวันที่จะรักอีกแล้ว
เพื่อนบางคนยังยุ่งอยู่กับการเรียนในตอนนี้ บอกว่า
"ยังไม่มีเวลามีแฟน ชั้นมีเวลาหายใจก็ดีถมเถ"
ส่วนเพื่อนบางคนมีความรักที่ฝังใจกับคนที่ไม่อาจเป็นไปได้
...ได้แต่คิดและจินตนาการกันไปว่า อีกสักสิบปีเราจะเป็นเช่นไร

บางทีเราแอบคิดถึงตัวเราในอนาคตจากคนอื่นๆที่อายุที่คาดหมาย

เมื่อตอนน้าจูนเป็นนักศึกษา น้าจูนเคยมองว่าทำไมพี่เภสัชบางคนในตอนที่เราฝึกงาน
...ถึงพูดจาเกรี้ยวกราดกับผู้แทนยานัก
จนมาทำงานถึงรู้ว่า บางทีคนทำงานบางคนที่ไม่รู้หน้าที่ ทำงานแบบขี้โกง
และไม่มีความรับผิดชอบ ชวนให้หงุดหงิดมากมาย
เมื่อกำลังจะอารมณ์เสียเมื่อไหร่ ภาพพี่บางคนจะวนเวียนเข้ามา
น้าจูนกับเพื่อนที่เห็นเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่ชวนให้ไม่สบายใจเคยสัญญากันไว้ว่า
หากเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่เท่าคนคนนั้นและทำท่าเกรี้ยวกราดราวกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆไม่มีค่า
...เราจะต้องตักเตือนกันและกัน มันควรมีวิธีการที่ดีกว่า

น้าจูนเคยแอบคิดว่าหากเราต้องอยู่คนเดียวไปเรื่อยๆ เราจะเป็นคนแบบไหนกันนะ
สอดส่ายสายตามองหาคนในอายุที่เราคำนึงถึง แล้วเอาตัวเองสมมติว่าเป็นเธอ
เพื่อนของแม่น้าจูนคนหนึ่งเป็นสาวโสดใจดี น้าจูนชอบเธอเพราะเธอหัวเราะได้เสียงดังดี
ถ้าน้าจูนเป็นสาวโสดไปเรื่อยๆ อาจจะเป็นหญิงผมสีเทาที่แสนร่าเริงอย่างเธอก็เป็นได้

บางค่ำคืน เพื่อนสนิทผู้ชายใจหญิงบางคนโทรมาชวนคุยเรื่องสมัยเรียนให้หัวเราะเล่น
น้าจูนเคยเอ่ยปากถามเพื่อนเหมือนกันว่า หากมองในมุมของผู้ชายแล้ว

....น้าจูนเป็นคนเช่นไรกัน

"แกชอบรู้ทัน"

"แล้วไงอีก"

"แล้วแกก็ชอบมีเหตุผลมาลบล้างเรื่องต่างๆอยู่เรื่อย"

"ก็ฉันอยากแสดงความคิดเห็นนี่นา"

"พอแระ นี่ก็รู้แล้วว่าแกอ่ะ ชอบเถียง"

หากใครสักคนจะไม่ชอบน้าจูนเพราะน้าจูนเป็นน้าจูน
คนที่รักจะบอกถึงสิ่งที่คิด สิ่งที่รู้สึก และอยากแบ่งปันมุมมองกับคนที่เรารัก
และแบ่งให้เขาด้วยวิธีการที่ตัวเองคิดว่าเป็นวิธีที่ละมุนละม่อมที่สุดแล้ว
...น้าจูนก็ไม่รู้จะทำอะไรได้อีก การเป็นใครที่ไม่ใช่ตัวเรานั้นยากลำบากเกินไป

"วันก่อน ขนาดเพลงแกยังคิดจะเถียงเลย"

"ไม่มี๊ เพลงไหนอ่ะ"

"ไม่ต้องมาเถียงเราเลย เพลงนั้นไง โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป"

ช่วงเวลาที่น้าจูนปิดบล็อกไปนั้น น้าจูนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่าน การฟัง และการเขียน
ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยฟังเพลงใหม่ๆนัก วันหนึ่งเมื่อขึ้นไปบนรถเพื่อนเพื่อไปทานอาหารเย็นริมทะเลตามประสาสาวโสด
...เธอเปิดเพลงอะไรสักอย่างที่น้าจูนฟังแล้วเกิดอาการอยากเถียงเจ้าของเสียงนุ่มๆนั้นนัก

"บอยไง บอย ตรัย หือ แกไปอยู่ไหนทำไมไม่รู้จักเขาหล่ะ"

บอกเพื่อนให้ช่วยจอดรถที่ร้านขายแผ่นบันทึกเพลงตรงทางผ่านไปร้านอาหารหน่อย
หลังจากได้แผ่นบันทึกเพลงมาเป็นของตัวเองแล้ว
...น้าจูนก็เปิดมันฟังซ้ำไปซ้ำมา แล้วจรดปากกาเขียนเนื้อร้องเสียใหม่ข้างๆคูๆ
รำพึงไปพลางในใจว่า ฮึ ผู้ชายนี่นะ ชริ ผู้ชายนี่นา
เขียนเสร็จก็ปลาบปลื้มอยู่คนเดียวไม่ได้
จะต้องส่งไปให้เพื่อนๆอ่าน ให้เพื่อนขำกับคำที่อุตส่าห์คิด

มีเพียงเพื่อนคนเดียวที่ดูเหมือนจะรู้ทันว่า ภายใต้ท่าทางที่รื่นเริงเกินขนาด
น้าจูนเขียนมันอยู่ทั้งคืนเพราะไม่รู้จะใช้เวลาว่างเปล่าข้ามห้วงราตรีนั้นในการทำอะไรดี

ในเวลาแบบนั้น น้าจูนรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงก้นบ่อน้ำที่ไม่รู้จะขึ้นไปได้อย่างไร
เฝ้ามองแสงจันทร์พราวพราย
และจับต้องรูปรอยที่สะท้อนบนผิวน้ำให้ไหลลอดผ่านหว่างนิ้วมืออย่างเลื่อนลอย

เพื่อนบางคนลากน้าจูนไปรู้จักหน้าไดอารี่ของคนเขียนคนร้องเพลงนี้
แล้วน้าจูนก็ติดตามอ่านเรื่องในหน้ากระดาษนั้นของเขาเงียบๆ
อ่ะ เขาเขียนไดอารี่นี่นะ เราก็ควรจะอ่านมันเงียบๆด้วยกิริยาแอบอ่าน
จนวันหนึ่งเขาเขียนถึงเรื่องที่ตัวเองนอนไม่หลับ
...น้าจูนจึงแอบเอาเพลงไปแปะในช่องแสดงความคิดเห็น ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำเช่นนั้นทำไม

วันนี้แอบเอามาให้นุ่นอ่านสักหน่อย ด้วยท่าทางก้มต่ำช้อนสายตาทำหน้าเจ้าเล่ห์
น้าจูนว่าเพลงนี้เข้าทำนองเพลงที่เพราะเช่นบทกวี
เพราะหากเสียงเพลงนี้สามารถซอกซอนส่วนแตกหักของหัวใจเข้าไปทำให้น้าจูนอยากลุกขึ้นมาเถียงได้

เสียงนุ่มๆของเขาคนนี้ ก็คงแตะต้องดวงใจดวงอื่นๆเช่นกัน

บางครั้งคนสองคนคงไม่สามารถคิดหรือรู้สึกให้เหมือนกันได้ในทุกๆสิ่ง
แต่นั่นก็คือความงามของความรักที่เราจะได้แบ่งปันและถ่ายเทความรู้สึกนึกคิดของกันและกัน
และทุ่มเถียงกันบ้างเล็กๆน้อย เพื่อความสว่างไสวของชีวิต

น้าจูน

โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป
(โลกที่ฉันไม่ให้เธอเข้าไป)

บอย ตรัย ภูมิรัตน์ อัลบั้ม บุคคลที่ 3

เปิดออกมาดูสักครั้ง ให้เห็นที่อยู่ในใจ
(โปรดปิดประตูนั้นไว้ เพราะรู้ที่อยู่ในใจ)

เรื่องราววันวานที่เธอเก็บไว้ ไม่ยอมปล่อยมัน
(เป็นเพียงวันวานที่ฉันเก็บไว้ ให้มันจืดจาง)

อดีตที่มีครั้งนั้น ... ก่อนที่เราจะรักกัน
(อดีตที่มีครั้งนั้น ...ผ่านพ้นแค่เรารักกัน)

เหมือนไม่รู้จักเธอ สักเท่าไร
(ด้านมืดแห่งจันทร์ เป็นแค่เงา)

แอบเจ็บในใจทุกครั้ง ที่เห็นเธอเหม่อมองไป
(เหม่อมองเพราะฉันเพ้อ ฉันเขินที่เธอมีใจ)

คงมีอะไรที่เธอซ่อนไว้ ให้ไกลจากฉัน
(หลังบานประตูที่ปิดตายไว้ ฟุ้งเพียงฝุ่นควัน)

อึดอัดอยู่ในใจ อยากรู้ความจริงเหมือนกัน
(หวั่นใจที่เธอสงสัย อยากให้รู้จักเหมือนกัน)

โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป
(โลกที่ฉันไม่ให้เธอเข้าไป)

อะไรที่เธอได้เจอ แค่ไหนที่เธอพบมา
(อะไรที่ฉันได้เจอ มีเธอฉันจึงยิ้มได้)

หัวใจเธอล้า หรือเจ็บมาเพราะใคร
(หัวใจสั่นไหว เมื่อเธออยู่ใกล้ใกล้กัน)

ทำได้แค่ยืนข้างเธอ และบอกว่าฉันคนนี้เข้าใจ
(ทั้งหมดที่มีรักเธอ และบอกซ้ำๆให้เธอนั้นเข้าใจ)

เก็บคำถามที่มีเอาไว้คนเดียว
(อยากรู้จริงๆใช่ไหม..คนดี)

จะมีวันที่เธอบอกฉันบ้างไหม ...
(รอเพียงฝุ่นและควันจางไป)

จะมีวันที่เธอบอกฉันหรือเปล่า ...
(จะมีวันที่เราพูดกันฉันแน่ใจ)

เก็บกอดความจริงนี้ไว้เพราะรักเธอ ... รู้ไหม
(เพราะอ้อมกอดเธอนั้นฉันไม่เคย....หวั่นไหว)

วันวานมันคงไม่มีความหมายถ้าเรามีกัน
(วันวานไม่เคยมีความหมายเมื่อเรามีกัน)

ถึงจะเจ็บแค่ไหนฉันพร้ิอมจะยอมรับมัน
(ประตูที่ปิดตายนั้น รกเรื้อฝุ่นควัน)

โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป ...
(หยิบไม้กวาดให้ฉัน เธอก็ถูไป)

โลกที่ฉันไม่มีวันได้เข้าไป
(เปิดออกแล้วช่วยฉันกวาดถูไป)
(โลกของเธอและฉัน ..เป็นโลกเดียว)


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ฤดูกาล แห่งการแต่งงาน
ฤดูหนาว ฤดูหง่าว ฤดูเหงา

แวะมาช่วยพี่สาวแงะหน้าต่าง
ให้หนุ่มผู้นั้นถูไปเถิดนะ
เสียงดนตรีขึ้นนี่
ทันทีคิดว่าคงไม่ใช่เฉลียงก็อะไรสักอย่าง
ที่ใกล้ๆกันนั้น

แต่เสียงบอย ตรัย ภูมิ.ขึ้นมา
มันสวนความคิดเก่าทันที
ครับ
เพลงนี้เราลืมไปเสียแล้ว
นึกหลงรักมันตั้งแต่แรกไปแล้วนะ

คนแบบในเพลงนี้
ยังไม่เคยเจอจริงๆนะครับ
นึกย้อนดู
กลับเป็นตัวเองที่เป็นเธอในเพลงนี้
เรามักรีบถอยหลังหลายๆก้าว
เมื่อมีคนลุกล้ำเข้ามา
มันทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย
ความรู้สึกที่ว่าไม่ปลอดภัยนั้น
คือพื้นที่ๆเรายืนอยู่ อาจต้องยืนขาเดียว
เมื่อต้องแบ่งบางส่วนให้กับใครสักคนที่พยายามเข้ามา
หรืออีกอย่าง ก็กลัวขาหักละมั้ง
ในความจริงแล้ว
เราวาดภาพตามความคิดหวาดกลัวไปเองด้วยซ้ำ

คนยืนสองขาคนเดียวแบบเราตอนนี้
ยังอยู่ได้นะ
แล้วเธอล่ะ หรือกำลังเปิดประตูและปัดกวาด
เหมือนในวงเล็บที่เธอร่าง

#2 By อากาศกวี on 2006-10-12 23:15

ความรัก ถึงไม่จำเป็นที่ต้องมีอะไรเหมือนกันเลยก็ได้

ได้เรียนรู้กับตัวเองมาแล้วว่า ไม่จำเป็นจริงๆ

และบางครั้งความรักก็ต้องทะเลาะกัน เพื่อทำให้รักแลเข้าใจกันมากขึ้น

....


#3 By แสงแดด on 2006-10-13 01:07

ผู้หญิงที่กลัวฝน .. แบบเพลงเจ้าสาวกลัวฝน
หรือคนที่เคยมีแผลเดิมในใจ .. รักครั้งใหม่
สร้างความหวาดระแวงตลอดเวลา จะเปิดใจสักที
ก็กล้าๆ กลัวๆ ..
เวลานานแค่ไหน
ที่ฝุ่นในใจเดิมๆ จะจางหายไป ฝุ่นนั้นจะจางไปเอง
หรือรอวันเวลาของใครอีกคนที่เข้ามา .. เข้าใจ ..
และพร้อมที่รอคอย เพื่อจะเคียงข้างกัน

ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเวลาและใจแล้วกันเนอะ
....

หันไปหันมาคนใกล้ตัวนิยมเป็นสาวโสดกันเต็มเลยค่ะ
นึกขำเวลาไปเที่ยวคาราโอเกะกับเพื่อนๆ น้องๆ ที่ทำงาน
ส่วนมากมักจะเป็นคนนั่งฟังน้องๆ ร้องออกไมค์ซะมากกว่า
มีคนกดเพลงให้ .. เพลง เหงา เข้าใจ .. ของปาน ธนพร
แล้วมายืนไมค์ใส่ อ๊ะเพลงนี่น่ะของเรา (แต่คุยกันเองใช้ว่า
เอาเพลงชาติไปร้องไป๊)

#4 By moodee on 2006-10-13 08:22

เดือนนี้มีเพื่อนแต่งงาน 2 คนเหมือนกันค่ะ คนชอบแต่งงานฤดูหนาว ปลายปี
และหวานต้องไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย 1 งาน
ซึ่งเป็นการเป็นเพื่อนเจ้าสาวครั้งที่สามแล้ว ในชีวิต
และมันต้องมีครั้งที่ 4 ตามมาแน่ๆ

ชอบเพลงของพี่บอย ตรัยมากเหมือนกันค่ะ
ถ้าคุณจูนเคยได้ฟังเพลง "ต่างคนต่างรอ" จากอัลบั้นชุดเก่า จะเข้าใจ

ส่วนเพลง "โลกที่เธอไม่ให้ฉันข้าไป"
ที่คุณจูนเอามาปรับเนื้อร้องใหม่
ทำให้หวานอมยิ้มเวลาอ่าน
และพยายามจะร้องเนื้อเพลงใหม่ให้ตรงทำนองอยู่พักนึง
มาสะดุดตรง "หยิบไม้กวาดให้ฉัน เธอก็ถูไป"
มันร้องให้ลงเพลงได้ด้วยนะคะ น่ารักมากมาย
ซักวันต้องมีคนมาช่วยถูใจให้คุณจูนแ ค่ะ

ง่ะ เมนท์ซะยาว ลืมตัวค่ะ

#5 By ::NamWarn:: on 2006-10-13 09:35

เอิ๊กๆๆ เอม

แงะหน้าต่างไว้ก่อน คนมาช่วยทำความสะอาดยังหาไม่ได้
แค่เปิดประตูหน้าต่างก็ยากลำบากแล้ว

คุณ lonely syndrome

ฉันนึกเถียงเพลงนี้อยู่ในใจ
คุยกับเพื่อนหลายๆคนที่เคยผิดหวังเรื่องความรักแล้วกำลังจะมีรักใหม่
ปัญหาที่พวกเธอเจอคล้ายๆกันคือ คนที่เข้ามาชอบไถ่ถามถึงรักครั้งเก่า

ฉันรู้สึกว่าหากอยากรู้เรื่องราวนั้น อยากเปิดเข้ามาดู
ต้องช่วยกวาดถูด้วย ไม่ใช่เข้ามาดูเฉยๆแล้วก็แล้วไป

ฉันยืนบนสองขาของตัวเองอย่างมีความสุข
และมีความเชื่อเรื่องความรักและความดีที่กลับมาแล้วยืนข้างๆ
เมื่อแรกฉันคิดว่าความเชื่อจะต้องใช้พื้นที่มากมายเสียอีก
แต่ก็เปล่าเลย แทบไม่รู้สึกด้วยซ้ำตอนความเชื่อกลับมา
เลยว่าจะเอาตะปูที่ตอกปิดตายหน้าต่างประตูเอาไว้ออกเสียหน่อย

เปิดออกไปดูท้องฟ้า สายลมแสงแดด บ้างก็เข้าทีดี

แนน จ๊ะ

ดิฉันเฝ้ามองแนนกับเบนด้วยความสุขใจ
เวลาได้ฟังเรื่องดีๆของคนสองคน ทำให้อยากเขียนเรื่องรักดีๆอยู่เสมอๆ
เชื่อว่าความรักจะเอาชนะทุกอย่างไปได้
ก้าวเดินและเติบโตไปด้วยกันนะจ๊ะ

คุณ หมูดี

เพลง"เหงาเข้าใจ"นี่เพลงชาติของฉันและเพื่อนๆเหมือนกัน
นั่งร้องธรรมดาๆไม่ได้เลย ต้องมีการแย่งไมค์กันขึ้นมาเต้นประกอบ
เอิ๊กๆ นี่ก็เพิ่งนัดแก็งส์สาวโสดไปร้องเพลงกันใกล้ๆปลายเดือน
สารภาพว่าเคยร้องเพลงกันตั้งแต่ เที่ยงไปจรดสองทุ่ม

ฉันเชื่อว่ามันต้องมีวันนั้น นะคุณ วันที่เราหายกลัว

น้ำหวาน

กำลังนับนิ้วว่าตัวเองเคยเป็นเพื่อนเจ้าสาวมากี่งานแล้ว
บางทีมันมีเรื่องสนุกๆตอนทำงานพวกนั้นนะ
ต้องมีไหวพริบพอที่เมื่อเจ้าสาวจะกระซิบให้ช่วยอะไร
...เราต้องจัดให้ได้ในตอนนั้น หน้ามัน เหงื่อหยด ชุดเลื่อน รองเท้ากัด
ไมค์ไม่ดัง สไลด์ไม่มา เพลงไม่เดิน
และต้องเช็คเสื้อผ้าหน้าผมของเพื่อนเราและเจ้าบ่าวตลอดเวลา
หวังพึ่งเพื่อนเจ้าบ่าวนี่ไม่ได้เลย ลำพังยืนให้ตรงนี่ก็ลำบากแล้วเพราะเมื่อคืนหนักไปหน่อยเสมอ
กระทั่งเขาเข้าห้องหอไปแล้ว บางทีเจ้าสาวก็โทรมาขอความช่วยเหลือด่วนกลางดึก
ผมที่เกล้าไว้เอาออกไม่ได้เพราะมันยีให้ฟูแล้วเกล้า
บรรดาเพื่อนเจ้าสาวต้องไปขับรถตะเวนหาเซเว่นในต่างถิ่นเพื่อซื้อครีมนวดผม
เพราะผมยีต้องลงครีมนวดก่อนแชมพู
ไม่อย่างนั้นมันจะติดกันจนเอาไม่ออก

หุ หุ ว่าไปดิฉันก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้เยอะแล้วนะเนี่ย

นี่งานเพื่อนสนิทตอนปลายปี มีนัดกันว่าจะไปเปิดโรงแรมนอนที่นั่นด้วย
แล้วไม่ค่อยได้นอนกันดีๆหรอก มักจะคุยเล่นกันเสียทั้งคืนมากกว่า
เจ๊
ตลกอ่ะ
เมื่อวานเพื่อนสาว เมาท์กันทางเอ็ม
เธอบอกว่า แก๊ ชั้นเหงาอ่ะ (มีกิ๊ก5คน)
โลกช่างนี้ไม่มีอะไรพอดี...
แก๊ แกไม่เหงาบ้างเลยเหรอ
ฉัน ไม่อ่ะ ชิน
ชิน ไม่จริงทำไมชั้นเหงาจังเลย อ๊ะ แค่นี้นะน้องเพิ่มโทรมา
...
อ่า นะ

#7 By walk my own way ^^ on 2006-10-13 10:25

ค่ะเราไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
หรือคิดเหมือนกัน
...........
ขอบคุณค่ะ

#8 By sofa on 2006-10-13 10:36

มีช่วงนึงเราฮัมเพลงนี้ติดปากเลยอ่ะ--

"งานแต่งที่ใด เป็นได้แค่แขกรับเชิญ...อยากแต่งอย่างเขาเหลือเกิน..."

ฮ่าฮ่าฮ่า

หน้าหนาว แต่งงานกัน มีคนให้นอนกอดอุ่นอุ่น...อืม ดีชะมัดเนาะ

แต่ถ้าหากเราสะสมอาหาร และไขมันอย่างพอเพียงเอาไว้สำหรับฤดูกาลนั้นแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวหนาวแล้วอ่ะเนอะจูนเนอะ

#10 By lonelybird (124.120.13.181) on 2006-10-13 11:48

ชอบเสียงเขามากเหมือนกันค่ะ
ซื้ออัลบั้มเขามาชุดนึง
แต่รู้สึกไม่ค่อยชอบ
เท่าเพลงที่คุณจูนเลือกมาเปิดนะ

#11 By 'ปราย (58.8.70.20) on 2006-10-14 05:39

ฟังเพลง อ่านเนื้อเพลงแล้วรู้สึกว่าหากเจอคนรักที่มีอาการแบบนี้ อาจจะหมายถึงว่าเขาไม่ได้รักเราก็ได้

ผมเชื่อวาความรักไม่ใช่การก้าวล่วงเข้าไปในโลกทั้งหมดของอีกคน แต่เป็นการสร้างโลกใบใหม่สำหรับทั้งคู่ขึ้นมาใหม่มากกว่า

แต่ถ้าเธอคนนั้นยังคงปิดกั้นตัวเองและจมปลักอยู่กับโลกใบเดิม ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไรได้บ้างหรือเปล่า

เพราะรักคือเรื่องสองคน หากเขาไม่พร้อม ก็ไม่มีใครบังคับให้ใครเปิดโลกของตัวเองได้หรอกครับ

ก็คงได้แต่รอต่อไปเรื่อย ๆ เท่านั้นเอง

#12 By Highwind on 2006-10-14 12:53

อืม..เป็นแฟนเพลง พี่บอย ตรัย เหมือนกัน
มีเพลงของพี่เค้าที่ชอบมาก ๆ นับไม่ถ้วน

เคย (และยัง) เป็นทั้งสองแบบ
ทั้งแบบคนปิดประตู (โดยไม่ตั้งใจ)
และแบบอยากเปิดประตู (แต่กุญแจที่หายไป อยู่ไหน)
จะเป็นคนใด ก็เศร้าพอกัน
เหนื่อยทั้งคู่ (แต่ก็ยังยอมเหนื่อยต่อไป)

นั่นสิ นับวันมีแต่ข่าวใครต่อใครแต่งงาน
แรก ๆ เหมือนไม่สนใจ
รู้สึกว่า ใช้ชีวิตคนเดียวก็ได้
แต่ตอนนี้ เหมือนไม่อยากเหงาอีกแล้ว
รึว่า เลขสาม จะมีส่วน นะเนี่ย

"บางครั้งคนสองคนคงไม่สามารถคิดหรือรู้สึกให้เหมือนกันได้ในทุกๆสิ่ง
แต่นั่นก็คือความงามของความรักที่เราจะได้แบ่งปันและถ่ายเทความรู้สึกนึกคิดของกันและกัน
และทุ่มเถียงกันบ้างเล็กๆน้อย เพื่อความสว่างไสวของชีวิต"


สรุปไว้ได้น่าฟังจังครับ
ผมก็เถียงกับแฟนมาตลอด..เป็นปกติ
ทะเลาะกันก็บ่อย..
เมื่อคืนยังถูกเทศน์มาทางสายโทรศัพท์
ตอนแรกเคืองๆ แต่พอวางสายก็คิดตาม..เธอพูดอีกก็ถูกอีก..(แล้วจะโกรธอะไรวะ)

เคยเรียนวิชาชีวิตครอบครัว..สมัยเรียนป.ตรี อาจารย์บอกว่า

" ผู้หญิงคือสิ่งวุ่นวาย ที่ผู้ชายอยากเจอ"

#14 By เขียนเอง on 2006-10-15 12:42

ขอบใจมากมายน้ำหวาน
เดี๋ยวดิฉันซ่อนอีเมลล์ให้ แล้วจะเขียนไปถึง

เอิ๊กๆ คนไม่ใกล้ไม่ไกล
ท่าทางจะได้ไปกินขนมด้วยกันสักวันแน่ๆ
ไม่เคยคิดเลย ว่าจูนจะเหงาได้ขนาดนี้....

หากเราไม่เคยใช้ชีวิตคู่จะเหงาอย่างนี้ไหมนะ?

แต่แปลกนะ ชีวิตหลังการเลิกรามันไม่เหงาอย่างที่คิดแฮะ ไม่รู้เป็นเพราะเจ็บจนเลิกเหงา หรือเปล่า??

วิธีเลิกเหงาแบบนี้ไม่ดีเน้อ ควรพิจารณาให้ดีก่อนกระโดดสู่ห้วงแห่งรัก

#17 By 1411 on 2006-10-25 16:51

เราเศร้าให้ใครเห็นไม่ค่อยเป็นหล่ะ ฟุ้ง
แย่เนอะ สัญญาว่าหากคราวหน้ามันเศร้าขนาดนั้นอีกเมื่อไหร่
...จะโทรไปหาและชวนไปกินขนม

เมื่อวันก่อนไปกินเค้ก 94 coffee ตรงสามสิบเมตร
กินกาแฟกับเค้าด้วยหนึ่งถ้วย
...ปวดหัวและใจสั่นนิดๆ ไม่รู้เพราะเห็นราคาเค้กและกาแฟแล้วลมจับ
หรือผลข้างเคียงของกาแฟ

อาจหาญชาญชัยไปดูที่เค้าเกิดระเบิดด้วยอ่า
จริงๆจะไปช้อปปิ้งบรรดาซีดีไลท์แจ๊ส กับขนมนมเนย
หาดใหญ่เงียบจริงๆด้วย ฟุ้งได้เข้าไปในตัวเมืองบ้างมั้ย

เห็นด้วยกับฟุ้งจ๊ะ
เราไม่กระโจนลงจากหน้าต่างง่ายๆเพียงเพราะเหงา
ถ้ารักหน่ะ ไม่แน่ แต่เจ็บครั้งหนึ่ง เข็ดไปอีกนานหล่ะนะ

พื้นที่ส่วนตัวเรากว้างขวาง และเราก็หวงแหนมันมากมาย
พร้อมจะใส่เกียร์หมาวิ่งไปปิดประตูหน้าต่าง
...ทุกเมื่อเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย
ถ้าเขาไม่ยอมให้เราเข้าไป ก็คงต้องเปลี่ยน แบบเพลงของ etc มั้งคะ คือเปลี่ยนไปรักคนอื่น มันอาจไม่ง่ายนัก
แต่ก็คงดีกว่าการไปยืนอยู่ริมขอบโลกของคนที่เขาไม่อยากให้เราเข้าไป

#19 By นาฬิกาทราย on 2006-10-25 23:50