จดหมายฉบับที่ 37 : โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป
posted on 12 Oct 2006 22:20 by junnie in Songs-That-Sweet-As-Poems
สวัสดีจ๊ะ นุ่น
พักนี้ประโยคที่น้าจูนรับสายและได้ยินจากเพื่อนๆบ่อยกว่าบ่อยคือ
"รู้รึยัง ... จะแต่งงาน"
บลา บลา บลา
"แก๊ แก นี่แกอย่าทิ้งชั้นนะ "
เพื่อนสำทับอย่างร้อนรนราวกับน้าจูนจะสามารถทิ้งเธอไปมีคนรักได้ในวันสองวัน
น้าจูนฟังเสียงเพื่อนผ่านสายโทรศัพท์ขำๆ พร้อมกับนัดแนะเรื่องชุดที่จะใส่ไปในวันงาน
เพื่อนบางคนมีแก่ใจเอาการ์ดงานตัวเองมาฝากน้าจูนไปให้คนโน้นคนนี้
เอาการ์ด(ของคนอื่น)ไปให้เพื่อนบางคนที่บ้าน ไม่เจอเพื่อนแต่เจอคุณพ่อคุณแม่
"จูนจะแต่งงานเหรอลูก แม่ยินดีด้วย"
แม่ของเพื่อนเข้ามากอดน้าจูนเพื่อแสดงความยินดี
"เอ่อ แม่คะ เอ่อ คือของคนอื่นค่ะแม่ คนอื่น
ไม่ใช่หนูค่ะ เค้าฝากมาอีกที"
ไม่อยากทำให้แม่เพื่อนต้องเสียหน้า แต่จะรับสมอ้างว่างานแต่งของตัวเองก็ติดจะประหลาดไป
ตอนน้าจูนอายุเท่านุ่น เคยรู้สึกว่าคนที่อายุสามสิบนี่แก๊แก่
แล้วก็เหมือนกระพริบตาแค่ครั้งเดียวเลขสามก็มายืนโยกย้ายส่ายสะโพกอยู่ตรงหน้า
แต่น้าจูนก็มีเพื่อนสาวโสดอีกพะเรอเกวียน เป็นแก็งส์สาวโสดแก่นเซี้ยวที่ยังมีความสุขดี
...ยังไม่โดนเอาไปเข้าห้องรมแก๊สแบบสมัยนาซีเมื่ออายุย่างสามสิบแต่อย่างใด
เราชอบสนทนาเรื่องความรักและชีวิตกันบ่อยๆ
เพื่อนบางคนเข็ดกับความรักชนิดที่ไม่มีวันที่จะรักอีกแล้ว
เพื่อนบางคนยังยุ่งอยู่กับการเรียนในตอนนี้ บอกว่า
"ยังไม่มีเวลามีแฟน ชั้นมีเวลาหายใจก็ดีถมเถ"
ส่วนเพื่อนบางคนมีความรักที่ฝังใจกับคนที่ไม่อาจเป็นไปได้
...ได้แต่คิดและจินตนาการกันไปว่า อีกสักสิบปีเราจะเป็นเช่นไร
บางทีเราแอบคิดถึงตัวเราในอนาคตจากคนอื่นๆที่อายุที่คาดหมาย
เมื่อตอนน้าจูนเป็นนักศึกษา น้าจูนเคยมองว่าทำไมพี่เภสัชบางคนในตอนที่เราฝึกงาน
...ถึงพูดจาเกรี้ยวกราดกับผู้แทนยานัก
จนมาทำงานถึงรู้ว่า บางทีคนทำงานบางคนที่ไม่รู้หน้าที่ ทำงานแบบขี้โกง
และไม่มีความรับผิดชอบ ชวนให้หงุดหงิดมากมาย
เมื่อกำลังจะอารมณ์เสียเมื่อไหร่ ภาพพี่บางคนจะวนเวียนเข้ามา
น้าจูนกับเพื่อนที่เห็นเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่ชวนให้ไม่สบายใจเคยสัญญากันไว้ว่า
หากเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่เท่าคนคนนั้นและทำท่าเกรี้ยวกราดราวกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆไม่มีค่า
...เราจะต้องตักเตือนกันและกัน มันควรมีวิธีการที่ดีกว่า
น้าจูนเคยแอบคิดว่าหากเราต้องอยู่คนเดียวไปเรื่อยๆ เราจะเป็นคนแบบไหนกันนะ
สอดส่ายสายตามองหาคนในอายุที่เราคำนึงถึง แล้วเอาตัวเองสมมติว่าเป็นเธอ
เพื่อนของแม่น้าจูนคนหนึ่งเป็นสาวโสดใจดี น้าจูนชอบเธอเพราะเธอหัวเราะได้เสียงดังดี
ถ้าน้าจูนเป็นสาวโสดไปเรื่อยๆ อาจจะเป็นหญิงผมสีเทาที่แสนร่าเริงอย่างเธอก็เป็นได้
บางค่ำคืน เพื่อนสนิทผู้ชายใจหญิงบางคนโทรมาชวนคุยเรื่องสมัยเรียนให้หัวเราะเล่น
น้าจูนเคยเอ่ยปากถามเพื่อนเหมือนกันว่า หากมองในมุมของผู้ชายแล้ว
....น้าจูนเป็นคนเช่นไรกัน
"แกชอบรู้ทัน"
"แล้วไงอีก"
"แล้วแกก็ชอบมีเหตุผลมาลบล้างเรื่องต่างๆอยู่เรื่อย"
"ก็ฉันอยากแสดงความคิดเห็นนี่นา"
"พอแระ นี่ก็รู้แล้วว่าแกอ่ะ ชอบเถียง"
หากใครสักคนจะไม่ชอบน้าจูนเพราะน้าจูนเป็นน้าจูน
คนที่รักจะบอกถึงสิ่งที่คิด สิ่งที่รู้สึก และอยากแบ่งปันมุมมองกับคนที่เรารัก
และแบ่งให้เขาด้วยวิธีการที่ตัวเองคิดว่าเป็นวิธีที่ละมุนละม่อมที่สุดแล้ว
...น้าจูนก็ไม่รู้จะทำอะไรได้อีก การเป็นใครที่ไม่ใช่ตัวเรานั้นยากลำบากเกินไป
"วันก่อน ขนาดเพลงแกยังคิดจะเถียงเลย"
"ไม่มี๊ เพลงไหนอ่ะ"
"ไม่ต้องมาเถียงเราเลย เพลงนั้นไง โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป"
ช่วงเวลาที่น้าจูนปิดบล็อกไปนั้น น้าจูนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่าน การฟัง และการเขียน
ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยฟังเพลงใหม่ๆนัก วันหนึ่งเมื่อขึ้นไปบนรถเพื่อนเพื่อไปทานอาหารเย็นริมทะเลตามประสาสาวโสด
...เธอเปิดเพลงอะไรสักอย่างที่น้าจูนฟังแล้วเกิดอาการอยากเถียงเจ้าของเสียงนุ่มๆนั้นนัก
"บอยไง บอย ตรัย หือ แกไปอยู่ไหนทำไมไม่รู้จักเขาหล่ะ"
บอกเพื่อนให้ช่วยจอดรถที่ร้านขายแผ่นบันทึกเพลงตรงทางผ่านไปร้านอาหารหน่อย
หลังจากได้แผ่นบันทึกเพลงมาเป็นของตัวเองแล้ว
...น้าจูนก็เปิดมันฟังซ้ำไปซ้ำมา แล้วจรดปากกาเขียนเนื้อร้องเสียใหม่ข้างๆคูๆ
รำพึงไปพลางในใจว่า ฮึ ผู้ชายนี่นะ ชริ ผู้ชายนี่นา
เขียนเสร็จก็ปลาบปลื้มอยู่คนเดียวไม่ได้
จะต้องส่งไปให้เพื่อนๆอ่าน ให้เพื่อนขำกับคำที่อุตส่าห์คิด
มีเพียงเพื่อนคนเดียวที่ดูเหมือนจะรู้ทันว่า ภายใต้ท่าทางที่รื่นเริงเกินขนาด
น้าจูนเขียนมันอยู่ทั้งคืนเพราะไม่รู้จะใช้เวลาว่างเปล่าข้ามห้วงราตรีนั้นในการทำอะไรดี
ในเวลาแบบนั้น น้าจูนรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงก้นบ่อน้ำที่ไม่รู้จะขึ้นไปได้อย่างไร
เฝ้ามองแสงจันทร์พราวพราย
และจับต้องรูปรอยที่สะท้อนบนผิวน้ำให้ไหลลอดผ่านหว่างนิ้วมืออย่างเลื่อนลอย
เพื่อนบางคนลากน้าจูนไปรู้จักหน้าไดอารี่ของคนเขียนคนร้องเพลงนี้
แล้วน้าจูนก็ติดตามอ่านเรื่องในหน้ากระดาษนั้นของเขาเงียบๆ
อ่ะ เขาเขียนไดอารี่นี่นะ เราก็ควรจะอ่านมันเงียบๆด้วยกิริยาแอบอ่าน
จนวันหนึ่งเขาเขียนถึงเรื่องที่ตัวเองนอนไม่หลับ
...น้าจูนจึงแอบเอาเพลงไปแปะในช่องแสดงความคิดเห็น ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำเช่นนั้นทำไม
วันนี้แอบเอามาให้นุ่นอ่านสักหน่อย ด้วยท่าทางก้มต่ำช้อนสายตาทำหน้าเจ้าเล่ห์
น้าจูนว่าเพลงนี้เข้าทำนองเพลงที่เพราะเช่นบทกวี
เพราะหากเสียงเพลงนี้สามารถซอกซอนส่วนแตกหักของหัวใจเข้าไปทำให้น้าจูนอยากลุกขึ้นมาเถียงได้
เสียงนุ่มๆของเขาคนนี้ ก็คงแตะต้องดวงใจดวงอื่นๆเช่นกัน
บางครั้งคนสองคนคงไม่สามารถคิดหรือรู้สึกให้เหมือนกันได้ในทุกๆสิ่ง
แต่นั่นก็คือความงามของความรักที่เราจะได้แบ่งปันและถ่ายเทความรู้สึกนึกคิดของกันและกัน
และทุ่มเถียงกันบ้างเล็กๆน้อย เพื่อความสว่างไสวของชีวิต
น้าจูน
โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป
(โลกที่ฉันไม่ให้เธอเข้าไป)
บอย ตรัย ภูมิรัตน์ อัลบั้ม บุคคลที่ 3
เปิดออกมาดูสักครั้ง ให้เห็นที่อยู่ในใจ
(โปรดปิดประตูนั้นไว้ เพราะรู้ที่อยู่ในใจ)
เรื่องราววันวานที่เธอเก็บไว้ ไม่ยอมปล่อยมัน
(เป็นเพียงวันวานที่ฉันเก็บไว้ ให้มันจืดจาง)
อดีตที่มีครั้งนั้น ... ก่อนที่เราจะรักกัน
(อดีตที่มีครั้งนั้น ...ผ่านพ้นแค่เรารักกัน)
เหมือนไม่รู้จักเธอ สักเท่าไร
(ด้านมืดแห่งจันทร์ เป็นแค่เงา)
แอบเจ็บในใจทุกครั้ง ที่เห็นเธอเหม่อมองไป
(เหม่อมองเพราะฉันเพ้อ ฉันเขินที่เธอมีใจ)
คงมีอะไรที่เธอซ่อนไว้ ให้ไกลจากฉัน
(หลังบานประตูที่ปิดตายไว้ ฟุ้งเพียงฝุ่นควัน)
อึดอัดอยู่ในใจ อยากรู้ความจริงเหมือนกัน
(หวั่นใจที่เธอสงสัย อยากให้รู้จักเหมือนกัน)
โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป
(โลกที่ฉันไม่ให้เธอเข้าไป)
อะไรที่เธอได้เจอ แค่ไหนที่เธอพบมา
(อะไรที่ฉันได้เจอ มีเธอฉันจึงยิ้มได้)
หัวใจเธอล้า หรือเจ็บมาเพราะใคร
(หัวใจสั่นไหว เมื่อเธออยู่ใกล้ใกล้กัน)
ทำได้แค่ยืนข้างเธอ และบอกว่าฉันคนนี้เข้าใจ
(ทั้งหมดที่มีรักเธอ และบอกซ้ำๆให้เธอนั้นเข้าใจ)
เก็บคำถามที่มีเอาไว้คนเดียว
(อยากรู้จริงๆใช่ไหม..คนดี)
จะมีวันที่เธอบอกฉันบ้างไหม ...
(รอเพียงฝุ่นและควันจางไป)
จะมีวันที่เธอบอกฉันหรือเปล่า ...
(จะมีวันที่เราพูดกันฉันแน่ใจ)
เก็บกอดความจริงนี้ไว้เพราะรักเธอ ... รู้ไหม
(เพราะอ้อมกอดเธอนั้นฉันไม่เคย....หวั่นไหว)
วันวานมันคงไม่มีความหมายถ้าเรามีกัน
(วันวานไม่เคยมีความหมายเมื่อเรามีกัน)
ถึงจะเจ็บแค่ไหนฉันพร้ิอมจะยอมรับมัน
(ประตูที่ปิดตายนั้น รกเรื้อฝุ่นควัน)
โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป ...
(หยิบไม้กวาดให้ฉัน เธอก็ถูไป)
โลกที่ฉันไม่มีวันได้เข้าไป
(เปิดออกแล้วช่วยฉันกวาดถูไป)
(โลกของเธอและฉัน ..เป็นโลกเดียว)
ฤดูหนาว ฤดูหง่าว ฤดูเหงา
แวะมาช่วยพี่สาวแงะหน้าต่าง
ให้หนุ่มผู้นั้นถูไปเถิดนะ
#1 By น้ำเงินเจือขาว on 2006-10-12 22:36