สวัสดีนุ่น

เมื่อเช้าน้าจูนดูการ์ตูนหล่ะ ไม่แน่ใจว่าสมัยนี้เขาจะเรียกมันว่าอนิเมชั่นหรืออะไร
แต่สมัยน้าจูน เราเรียกรวมๆกันว่าการ์ตูน ฮาโตริ โดราเอม่อน เรียกว่าการ์ตูนทั้งหมด
...อืม สงสัยต้องไปทิ้งคำถามไว้ที่บล็อกของคนที่รู้เรื่องนี้มากๆเสียหน่อย ว่าเขาแบ่งแยกอย่างไร

น้าจูนหยิบ Spited Away มาดูซ้ำ เพราะเพื่อนของเราที่นี่คนหนึ่งเขียนถึงอนิเมชั่นเรื่องนี้เมื่อวันก่อน
ความรู้สึกในตอนแรกที่หยิบเรื่องนี้มาดูซ้ำก็เพราะคิดอยากเขียนความเห็นถึงเรื่องที่รักให้ดีๆ
เอาแผ่นหย่อนใส่ถาดของเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วปล่อยให้มันหมุนไป
แล้วก็คิดได้ว่า เหตุผลแท้จริงที่เลือกหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดู
คงไม่เพียงเพื่อทบทวนและเขียนความคิดเห็นถึง Spirited Away หรอก

บางที ในขณะนี้ น้าจูนอาจจะกำลังหิวเรื่องราวที่ปลอบประโลมจิตวิญญาณอยู่ก็เป็นได้

เคยไหมที่เราจะรู้สึกว่า หนังสือบางเล่ม หนังบางเรื่อง เพลงบางเพลง
หรืออาหารแค่บางอย่างของบางมือคนทำเท่านั้น
...ที่จะทำให้เรารู้สึกดีได้ ในวันที่รู้สึกป่วยไข้ไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ
จริงๆน้าจูนตั้งใจว่าจะไม่เสพข่าวสารให้มันมากนัก
เพราะเสพข้อมูลมากทีไร ให้เกิดอาการล้นปากล้นคอ ขมลิ้น
(และอยากกระทืบเท้าร้องกรี๊ดๆเมื่อได้ยินบางเพลงแล้วมีผู้ประกาศผลัดกันเข้ามาขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า "ประกาศ")
พยายามเสพหนังสือหวาน ที่หวานเจี๊ยบหวานจัดไร้สารอาหารใดๆก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

รู้สึกเหมือนเวลาครึ้มฟ้าในแบบที่ไม่แน่ใจว่าฝนจะตกหรือแดดจะออกกันแน่

ต้องขอบคุณเพื่อนคนน่ารักที่มักจะหาอนิเมชั่นดีๆที่ไม่อวกาศๆมาฝากบ่อยๆ
น้าจูนเป็นคนไม่ชอบหนังหรือการ์ตูนเกี่ยวกับอวกาศนัก
หากใครเซ้าซี้ถามเหตุผลมากจะบอกว่าสาเหตุเพราะไม่ชอบเรียนฟิสิกส์
...คนเจ้าเหตุผลจะค้อนเอาว่า มันเกี่ยวกันตรงไหนยะ
ก็เรื่องพวกนั้นทำให้ย้อนคิดไปถึงโจทย์ประเภท ยานเคลื่อนที่ด้วยความเร็วหนีแรงโน้มถ่วงของโลก
...ได้ข่าวว่า น้าจูนเคยตอบข้อสอบแบบอัตนัยไปว่า

"ยังไม่คิดจะเดินทางออกนอกโลกในเร็วๆนี้"

ยังดีที่อาจารย์แค่เรียกไปตักเตือน ยังไม่ให้เกรดศูนย์ อย่าริทำตามเชียวนะ
(คำว่าอวกาศน้าจูนขอยกเว้น Cantact ไว้สักเรื่อง หนังเรื่องนั้นน้าจูนว่าคือหนังรักที่เกี่ยวกับการเฝ้าดูดวงดาว)

น้าจูนเป็นคนรักความปลอดภัย ชอบทำอะไรเดิมๆเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่"ผิดแผน"
จึงชอบหยิบหนังเดิมๆมาดูซ้ำเพราะมันคาดเดาได้ว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้เราผิดหวัง
หนังบางเรื่องดูแล้วก็รู้สึกเท่าเดิม หนังบางเรื่องดูแล้วก็รู้สึกน้อยลง
...หากแต่ Spirited Away มักจะทำให้รู้สึกเพิ่มขึ้นเสมอ ในทุกครั้งที่ดูซ้ำ

ไม่รู้ทำไมในครั้งนี้ Spirited Away ทำให้น้าจูนคิดถึง Alice in Wonderland
อาจจะเพราะรู้สึกถึงความเชื่อมโยงของรองเท้า ผู้คนที่ตามหาตัวตนที่สูญหาย

ในความเป็นจริงของชีวิต น้าจูนเป็นคนที่รู้สึกว่าตัวเองควรจะควบคุมทุกอย่างให้ได้
บางครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรรู้สึกแบบนั้นแบบนี้ ที่รู้สึกนั้นผิด ไม่ดี
แต่การบีบบังคับตัวเองนั้นเหน็ดเหนื่อยนัก เพื่อนบางคนบอกว่า

"คนนี่หว่า จะไม่ให้รู้สึกได้อย่างไร"

ยังจำความรู้สึกที่ต้องกัดริมฝีปากปากไว้ไม่ให้เสียงร้องไห้หลุดรอดออกมาได้
รู้สึกและบ่นพึมพำกับตัวเองว่าการเป็นคนเข้มเข็งนั้นทำไมยากเย็นนักนะ

อันที่จริงแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่โลกไม่ได้สร้างมนุษย์มาให้สมบูรณ์แบบนัก
เพราะเช่นนั้นเราจึงเรียนรู้ที่จะสร้างห่วงขอเล็กๆเกี่ยวคล้องตัวเองเข้ากับคนอื่นๆรอบตัว
โลกกำลังสอนให้เรารู้จักเป็น"ผู้ให้"และ"ผู้รับ"
....ในบางวันที่ยากเกินไปกว่าจะข้ามผ่านไปเพียงลำพัง

เหมือนที่ เซน หลงไปในดินแดนแปลกประหลาด
เธอมีเรื่องราวที่ต้องฝ่าฟันมากต่อมาก
...แต่มิตรภาพเล็กๆของผู้คนที่รายรอบก็มากมายไปกว่านั้น

ภาพที่น้าจูนเลือกมา มาจากตอนที่เซนพยายามปกป้องฮากุอย่างสุดความสามารถ
เพื่อนใหม่ที่เธอปกป้องอย่างไม่กลัวเกรงสิ่งใดๆ ด้วยท่าทีอันประนีประนอม
เซนปกป้องฮากุไม่ใช่เพราะเขามีบุญคุณแต่เพราะเขาคือคนที่เธอรู้สึกว่าเขาคือเพื่อน
...ผู้บอกเล่าและแบ่งปัน

เราอาจจะไม่ต้องมีครบทุกสิ่งทุกอย่าง
เพราะจะหาสิ่งที่เราขาดได้ในคนที่ผ่านมาพบเจอ
แล้วผู้คนที่ผ่านพบเข้าในวิถีโคจรของกันและกัน
...จะค่อยๆสอนเราให้เติบโตไปด้วยกัน

น้าจูนพบคนแบบ"เซน" คนที่มองโลกด้วยสายตาซื่อตรง ใสสะอาด
และจะคว้าเราไว้ที่สุดปลายมือเมื่อคราวเราร่วงหล่น
คนแบบฮากุ ที่ผ่านเข้ามาโดยไม่คาดคิด แล้วกลับช่วยเหลืออะไรๆเรามากมาย
คนแบบผีไร้หน้า ที่ไม่รู้จะเอาอะไรมาแลกมิตรภาพ
...คนที่ผ่านเข้ามาเพื่อเรียนรู้การถักทอสายใยระหว่างผู้คนจากเรา
บางคนเป็นเพื่อนรักกันมาจนทุกวันนี้ บางคนน้าจูนก็เผลอทำเธอหล่นหายตรงกลางทาง

แม้เพียงเมื่อสักคนที่ไม่เคยรู้จักกันที่จอดรถให้เราขณะกำลังรอข้ามถนนในวันที่รู้สึกแย่ที่สุด
คนคนนั้นก็กลายเป็นคนที่หยิบยื่นให้มากมาย ทำให้เราหายใจได้ลึกๆและบอกกับตัวเองได้ว่า

"อะไรๆคงไม่เลวร้ายเกินไปหรอก"

และในความสัมพันธ์แล้ว เราไม่มีใครให้โดยตลอดและรับโดยตลอด
เราต่างก็ผลัดกันให้และผลัดกันรับ
ผลัดกันเป็น "เซน" เป็น "ฮากุ"ให้ชีวิตของแต่ละคน

วันนี้น้าจูนดู Spirtied Away ด้วยความสุขใจ
นึกถึงช่วงเวลาของเรื่องราวมากมายและผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

เป็นเรื่องที่คิดอยากให้คนได้ดูกันเยอะๆและมีโอกาสหยิบมาดูซ้ำบ่อยๆ
แล้วจะได้รู้สึกถึงการ "เพิ่มขึ้น" ของเรื่องราวทั้งภายนอกและภายในเหมือนที่น้าจูนรู้สึก

น้าจูน

ดูรายละเอียดเรื่อง Spirited Away ได้ที่นี่ค่ะ

http://highwind.exteen.com/20060927/spirited-away

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ยังไม่มีโอกาสได้ดูการ์ตูนเรื่องนี้ซะที หลายคนบอกว่าดีค่ะ แล้วก็เคยอ่านเรื่องย่อมาหลายครั้งแล้ว แต่พอคิดจะหามาดูทีไรก็ไม่ว่างซะที
ถ้าคุณจูนชอบการ์ตูนแบบนี้ขอแนะนำเรื่องสุสานหิ่งห้อย(Grave of Fireflies)ค่ะ ดีมากๆ เหมือนกันค่ะ แต่เศร้า

#1 By .-+^melody^+-. on 2006-09-30 23:31

สุดยอดการ์ตูนเลยล่ะครับเรื่องนี้ (การ์ตูนแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ครับ คือ มังงะ "manga"-หนังสือการ์ตูน กับ อนิเมชัน "animation"-ภาพยนตร์การ์ตูน)

ดูกี่ที ๆ ก็ไม่เบื่อเพราะได้ข้อคิดที่แฝงไว้เพิ่มเข้าไปทุกครั้ง

ปล. แนะนำให้ดูรอบแรกด้วยอารมณ์สนุก ๆ แบบเด็ก ซึมซับจินตนาการไปก่อน แล้วจากนั้นดูอีกรอบแล้วลองมองหาแง่คิดที่แฝงไว้ในเรื่องครับ

#2 By Highwind on 2006-09-30 23:33

เราดูการ์ตูนน้อยเกินไปกว่าเด็กหรือคนอื่นๆ
เพราะความไม่ชอบเลยดูไม่ค่อยรู้เรื่อง
และความไม่รู้เรื่องเลยพลาดในสิ่งที่เด็กคนอื่นได้รับ
หรือพลาดในสิ่งที่เรื่องบางเรื่องสอดแทรกอยู่ในนั้น
ซึ่งความจริงแล้วมันง่ายมากที่จะรับ
หลานที่บ้านยังดูรู้เรื่องกว่าเลย

หนังสือบางเล่มก็เหมือนกัน
ถ้ามันจินตนาการมากๆเราก็อ่านไม่ได้
แต่ยกเว้นให้เรื่องหนึ่งคือ
เรื่องจินตนาการไม่รู้จบ

สองสามวันมานี่เราคิดถึงเรื่องความสัมพันธ์
โดยเฉพาะที่ทำงาน
เหมือนต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน
และถ้าเป็นคนยอมแพ้ก็ต้องยอมอย่างนั้นอยู่เรื่อยไป
แต่คนที่แข็งกร้าวแล้วก็ไม่เคยลดน้อยถอยลงเลย
เบื่อภาวะแบบนี้จัง
อยากให้อะไรๆมันเบาๆลงกว่านี้
แต่คงจะไม่ได้สินะ
เพราะไม่งั้นชีวิตคงจืดชืดแย่เลย
ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้กลุ้ม
แต่บางคนก็ตลกมาก
เมื่ออยู่ในเวลางานเป็นอีกอย่าง
พอเลิกงานหรือมีงานเลี้ยง
กลับถอดหน้ากากออกอย่างไม่อาย
หลุดกันเป็นตัวของตัวเองได้อย่างน่าจดจำ

แต่ก็อดที่จะนึกถึงเพื่อนหรือคนอื่นๆ
ในวงแห่งเพื่อนอย่างแท้จริง
เงื่อนไขแบบเพื่อนจึงกลายเป็นแบบไม่มีเงื่อนไข

#3 By อากาศกวี on 2006-09-30 23:40

ชอบทัชมาฮาล เพราะหนึ่งในนั้น จำได้ไม่แน่ชัดนักว่าเรื่อง แมวกับหุ่นยนต์หรือเปล่า ที่พูดถึงการ์ตูนของ จิบลิหลายต่อหลายเรื่อง


แต่ไม่เคยดูเรื่องนี้


รัก The Grave of Fireflies มากมาย


วันนี้ตื่น 10 โมง มาทำสปาเก็ตตี้บ้านนอก

ทำเอง มันก็อร่อยระดับหนึ่ง


ไว้ทำใหม่คราวหน้าคงเก่งกว่านี้


กินเอง 2 จาน แล้วก็เอามาให้น้องกินที่ร้าน


มันบอกว่า แหวะ



ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจดี


สภาพจิตใจเหี่ยวน้อยกว่าเมื่อวาน


ร้านคนเยอะนิดหน่อย แต่เดี๋ยวคงซา


อยากเล่นเกมแล้วล่ะ


แต่ว่ามีคนก็ดีนะ จะได้มีตังค์ แหะ แหะ


เครื่องที่ใช้อยู่ออนเอ็มไม่ได้


หากหม่ะมาอ่านเจอ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ

สบายดี


หม่ะเองก็รักษาใจนะ


ปล.สำหรับสปาเก็ตตี้ เราว่าถ้ามีคนทำให้กินคงดีกว่านี้
ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ เหมือนกันค่ะ
แต่ไม่เคยดูซ้ำเลยแฮะ
ชอบ Contact ด้วยเหมือนกัน
คุณจูนอ่านหนังสือด้วยไหมคะ
หนังว่าดีมากแล้ว
เราดูหนังแล้วมาอ่านหนังสือ
หนังสือดีกว่าหนังอีกนะคะ

ชอบภาษา ชอบวิธีเล่าของคุณจังเลย
มันเรียบง่าย แต่อ่านได้ความรู้สึกดีจัง

#5 By 'ปราย (58.8.76.103) on 2006-10-01 17:17

ดู Grave of Fireflies แล้วค่ะ ...เสียน้ำตาสักปี๊บเห็นจะได้
ยังมีอนิเมชั่นที่ได้มาแล้วไม่ดูหลายเรื่องเชียว
นี่หลังจากอ่านบล็อกคุณ Highwind แล้ว ก็ไปรื้อมาทยอยดู

คุณ Lonely Syndrome

ดูเรื่องนี้นะคะ ฉันอยากให้ได้ดูจริงๆ
...แล้วเด็กน้อยในใจจะออกมากระโดดโลดเต้น
หากดูซ้ำๆ เรื่องนี้พูดเรื่องต่างๆไว้มากมาย
เรื่องเสกลใหญ่ๆ อย่างเรื่องสิ่งแวดล้อม
หรือเรื่องเสกลเล็กๆเช่นความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน

ดูนะคะ ฉันอยากให้คุณได้ดูจัง
ฉันว่าคุณต้องดูรู้เรื่องแน่ๆ ขนาดฉันที่ดูสตาร์ วอร์ไม่รู้เรื่อง
...ยังดูได้บ่อยๆเลยนะ หรือถ้าหาไม่ได้ฉันจะให้ยืม

เบน

เก่งมาก เธอทายถูก
ฉันชอบเรื่องของธุมากับเจ้าของร้านเช่าหนัง ในมุมของหญิงสาว
และชอบ คืนฟ้าไร้ดาว จากมุมของภาพที่สะท้อนในมุมงาม
...มุมของนักอ่าน

ป.ล. วันหลังเธอจะทำอีกให้บอกดิฉันก่อน
จะเอาสูตรที่เด็ดมาลงไว้ให้นะจ๊ะ
เฮ้อ...จูน

เราก่งก๊งมากเลยอ่ะ--
เมื่อวานที่เราคุยกัน จูนบอกว่า...ดู สปิริต อะเวย์ ซ้ำอีกรอบใช่ป่ะ

ตอนนั้นเราก็เออออห่อหมกไปด้วย แต่ในหัวดันนึกไปถึงเรื่อง always อ่ะดิ...

อืม อืม แต่ สปิริต อะเวย์ เราก็ชอบนะ ชอบหลายหลายเรื่องของอีตาฮายาโอะ และค่าย จิบลิ เลย-- ของเขาดีจริงจริงนะ ดูหลายหลายเรื่องแล้วยังอดนึกอิจฉาเด็กยุ่นไม่ได้อ่ะ ทำไมช่างมีของดีดีให้ได้ดูอยู่ตลอดเวลาเลย ส่วนทางบ้านเราก็พอจะมีกระเด็นกระดอนมาให้ได้ยลกันอยู่บ้าง--

(เอิ่ม...ถ้าไม่มีคุณูปการอย่างร้านคุณแว่น ณ จตุจักร เราก็คงพลาดอะไรดีดีไปอยางน่าเสียดายเลยอ่ะนะ)

อ้อ-- จูนดู 'ปรินเซส โมโนโนเกะเกะ' ยังอ่ะ เรื่องนี้ก็อืม...สุดสุดเหมือนกัน

-ปอมโปโกะ
-โตโตโร่
บลา บลา บลา.................
และอีกมากมายของ จิบลิ อ่ะ คาดว่าจูนคงได้ดูบ้างแล้ว...ไว้วันหลังทยอยเอามาเขียนอีกน้า...

แล้วคุยกันอีกจ้า

#7 By จ๋อย^^ (203.118.97.222) on 2006-10-01 22:26

ข้างบนนั่นพิมพ์ผิดอีกแล้ว--

ปรินเซส โมโนโนเกะ อ่ะจ้า

#8 By จ๋อยอีกที (203.118.97.222) on 2006-10-01 22:29

ชอบ spirited away มากๆเหมือนกันครับ
ดู dvd นานละ ดูไปหลายรอบเลย
ชอบทั้งภาพ ทั้งเรื่อง
เป็นอะไรที่ดีมากๆ อยากให้ทุกคนที่เรารัก
ได้ดูเรื่องนี้กันทั่วหน้า
ghibli rulez!

#9 By nhephex (58.64.101.142) on 2006-10-02 00:11

อืม ฉันก็ไม่ค่อยได้ดูหนังพวก Sci-Fi แต่ไปดู Contact แล้วก็สมใจ เพราะไม่ยักกะรู้สึกว่าเป็นหนัง Sci-Fi

อยู่ที่นี่ไม่ได้ดูการ์ตูนเลย รู้สึกการ์ตูนฝรั่งมันไม่ละมุนละไม มันเข้าไม่ถึงเรา หรือเราเข้าไม่ถึงมันอะไรทำนองนี้ล่ะ ดูแล้วไม่อิน ว่างั้นเถอะ

แม้แต่การ์ตูนญี่ปุ่นที่ที่นี่เอามาพากย์เป็นภาษาฝรั่ง ก็กลายเป็นการ์ตูนแห้งแห้งยังไงไม่รู้

เพื่อนส่งคุโรมาตี้มาให้อ่าน แปลกเนอะ การ์ตูนญี่ปุ่นที่แปลเป็นไทยนี่มันสนุกจริงๆ ฉันว่า บางทีนักแปลตามสำนักพิมพ์การ์ตูน ยังแปลและใช้ภาษาไทยได้ดีกว่าพวกที่แปลหนังสือขายอีก

(ยิ่งแฮรี่ พอตเตอร์เล่มหลังๆ นี่ อ่านแล้วหงุดหงิดจนต้องไปหาต้นฉบับมาอ่าน เศร้าจริงๆ)

หวา -- ยิ่งพิมพ์ยิ่งออกนอกเรื่อง

ไว้คงได้คุยกัน นะ
ฉันดูการ์ตูนเรื่องนี้อย่างไม่มีสมาธินัก แหะๆๆ แต่ก้สัมผัสได้อย่างที่คุณเห็ด้วยเรื่องของมิตรภาพที่งดงาม

ความเป็นเพื่อน

เพราะฉันเคยเป็นคนหนึ่งที่บอบช้ำ โชคชุ่มไปด้วยเลือดแห่งความรู้สึก แล้วนอนหนุนตักเพื่อนแบบนี้

ฉํนสัมผัสได้ และซาบซึ้งกับมันอย่างเป็นที่สุด ^^

ฉันจึงหลงรักหนังเรื่องนี้ได้อย่างไม่ยากเลย

#11 By ^__^ (124.120.9.31) on 2006-10-02 03:26

"คือคนในความทรงจำ" มั้งครับ
เรายังมีเขาทุกๆ คนอยู่ในใจ
แต่เราไม่มั่นใจว่าเขาอยู่ตรงไหนในช่องว่างของเวลา

เราไม่อาจสมหวังได้ในทุกสิ่ง
แต่เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับกับสิ่งนั้น
และก้าวเดินต่อไปให้ได้

เมื่อวานผมก็เพิ่งจะขุด Love Actually มานอนดู
กลิ้งเกลือกไปมาบน Love Seat
และหัวเราะเสียงดังๆ ไปกับความน่ารักของหนัง
แอบนึกถึงเขาหน่อยๆ ว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่นะ
แล้วก็ปิดไฟเข้านอนได้อย่างสบายใจ
ก็ดีใจครับ ที่ตัวเองสามารถนอนดูหนังรักได้
โดยอารมณ์ไม่แปรปรวน

#12 By AkE on 2006-10-03 11:49

โอ๊ะโอ

แวะมาทักทายค่ะ ...

ฝนฟ้าตกต้องรุนแรงเพียงนี้

ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ อยู่หรือเปล่าค่ะ

กรุงเทพฝนไม่หนักหนา แต่ทางใต้ดูทีท่าว่าจะหนักเอาการ

จะอย่างไรดูแลตัวเองมากๆ นะคะ

ห่มผ้าหนาๆ และอย่าเดินตากฝนเล่นล่ะ ^^

#13 By bottle* (124.120.16.138) on 2006-10-03 12:38

การควบคุมตัวเองกับการปล่อยวาง ต้องมีทั้งสองอย่างแหละค่ะ ที่สำคัญต้องให้ถูกที่ ถูกเวลา
ตัวเองก็ทำไม่ค่อยได้ แต่ชอบปลอบคนอื่น

อ้อ จดหมายน้อยน่ะ เป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อการสื่อสารกับคนที่ชอบอ่านชอบฟังมากกว่าพูดค่ะ จะบอกทุกเรื่องเวลาเจอกันก็เกรงใจ แต่จะไม่เล่าก็ ...

#14 By damaskrose on 2006-10-04 05:30

เจ๊ที่รัก
เราชอบดูการ์ตูนแล้วอินมาก
ชอบตัวละครในเรื่องนี้
โดยเฉพาะพวกผีๆทั้งหลายน่าร้าก
.
.
เมื่อวานก็ร่ำไห้กับโดเรมอนเดอะมูฟวี่
การตูนดีๆจงเจริญ

#15 By walk my own way ^^ on 2006-10-04 10:37

เคยเห็นตัวอย่างการ์ตูนเรื่องนี้มานานแล้ว หลายปีแล้วใช่ป่ะ แต่ยังไม่เคยได้ดูเลยค่ะ อยากดูเหมือนกัน
เราก้อ ชอบนะ ค่ะ เปนหนังการ์ตูน ที่ แฝงอะไรไว้หลายๆอย่างดี ทั้ง Spiritied Away ทั้ง Grave of Firefiles งั้นลองดูอีกซักเรื่องมั๊ยค่ะ เรื่อง My neibourhood Totoro เปนหนังการ์ตูนน่ารักๆที่มีแง่มุมให้ต้องคืดเหมือนกันค่ะ

#17 By ansu (58.181.184.116) on 2007-06-16 16:16

#18 By (203.113.17.163) on 2007-08-30 08:49