จดหมายฉบับที่ 35 : เพื่อนในโปสการ์ด
posted on 23 Sep 2006 21:19 by junnie in A-Lot-Like-Letters

สวัสดีจ๊ะ นุ่น
เพิ่งกลับจากไปอ่านบล็อกนุ่นมา แล้วอยากกรีดร้องว่า
"เอาปิดเทอมของน้าจูนคืนมานะ"
เมื่อครั้งน้าจูนเป็นเด็ก ชอบคิดอยากโตเป็นผู้ใหญ่ไวๆ
การเป็นผู้ใหญ่ในความคิดของน้าจูนในตอนนั้นมักจะหมายถึงการที่เข้านอนดึกได้โดยไม่มีใครบ่น
ไม่ต้องไปโรงเรียน ไม่ต้องเข้าห้องสอบและไว้ผมยาวได้
โตขึ้นมาอีกหน่อย เครื่องหมายของการเป็นผู้ใหญ่ในความคิดของน้าจูนมักจะเป็นอะไรที่แก่แดด
...อย่างการได้ทาลิปสติก ใส่รองเท้าส้นสูง ใส่ชุดสวยๆออกไปทำงาน
ท่าทางว่าการเป็นผู้ใหญ่ในความคิดของน้าจูนในวัยรุ่นตอนต้นจะจำมาจากนวนิยายหวานไหวที่ชอบอ่านนักหนา
แต่ถึงตอนนี้ จะเรียกว่าน้าจูนเป็นผู้ใหญ่แล้วกระมัง
...หากวัดตามมาตรฐานความคิดของตัวเองในตอนนั้น ตอนอายุราว 14 ปี
ตอนนี้ในตู้รองเท้ามีรองเท้าส้นสูงหลายสิบคู่
แต่เอาออกมาใส่เพียงปีละไม่กี่ครั้งเมื่อใส่ชุดสวยไปงานเท่านั้นเอง
มีลิปสติกหลายสิบแท่ง แต่ก็เลือกที่จะไม่ค่อยทาเสียมากกว่า
เพิ่งรื้อกระเป๋าเครื่องสำอางค์ออกมาดูเมื่อวันก่อนเพื่อคัดชิ้นที่หมดอายุทิ้งไป
หยิบแท่งนั้นแท่งนี้มาหมุนเปิดดู แล้วได้แต่ขำตัวเองว่า เราช่างเป็นคนที่ชอบทำอะไรแบบเดิมๆ
บรรดาลิปสติกหลายแท่งที่มี เมื่อป้ายดูตรงหลังมือแล้วสีมันแทบจะไม่ต่างกันเลย
แอบหัวเราะอีกหน่อยว่าท่าทางเราจะเป็นคนรักเดียวใจเดียวนะเนี่ย
เครื่องหมายของความเป็นผู้ใหญ่พวกนั้น
...ที่น้าจูนคิดเอาเองว่าบางทีมันอาจจะปิดบังเด็กตัวน้อยๆในตัวไว้ได้มิดชิด
แล้วจะสามารถแสดงเป็นผู้ใหญ่หลอกตาใครต่อใครได้จริงๆ
แต่สุดท้ายแล้วความเป็นผู้ใหญ่จริงๆช่างหนักหนา
...ขนาดรอยเคลือบของลิปสติกตรงริมฝีปาก ยังหนักเกินกว่าที่จะป้ายทา
การเป็นผู้ใหญ่สลับซับซ้อน
เราร้องไห้ยากขึ้น ไม่ใช่เพราะอวัยวะที่ทำงานเกี่ยวกับการหลั่งน้ำตาฝ่อไปตามอายุ
แต่อาจจะเพราะคำว่า "โตแล้ว ร้องไห้ก็อายเขา"
โชคดีที่น้าจูนเป็นคนช่างเก็บงำ
บรรดารถโดยสารที่จะพาเราย้อนกลับไปวัยเด็กจึงมีมากมาย
วันไหนเบื่อเป็นผู้ใหญ่นัก น้าจูนก็จะเอายานพาหนะเพื่อย้อนอดีต
ออกมาจากกล่องเหล็กกล่องใหญ่แล้วขับเคลื่อนมันไปในตัวหนังสือใต้แสงไฟอุ่นๆ
เรามองเห็นตัวเอง ณ เวลาขณะนั้น จากตัวหนังสือของคนอื่น
นั่นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่เราสามารถปั้นตัวเองในอดีตขึ้นมาในความคิดจากสายตาของคู่สนทนาทางอักษร
นอกจากจดหมายแล้ว อีกสิ่งที่น้าจูนหยิบมาดูบ่อยๆคือโปสการ์ดจากที่ต่างๆ
โปสการ์ดใบแรกๆในชีวิตคงเป็นช่วงที่น้าจูนเรียนชั้นมัธยมปลายกระมัง
ในตอนนั้น เพื่อนบางคนในห้องได้ทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ
เพื่อนบางคนสอบชิงทุน กพ. และทุนคิงไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่ไกลๆ
และบางคนก็สอบเทียบล่วงหน้าเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย
ในตอนนั้น น้าจูนกำลังคาบเกี่ยวกับการเป็นเด็กมัธยมปลายปีสุดท้ายและนักศึกษาปีหนึ่งในมหาวิทยาลัย
และรู้สึกว่าเพื่อนที่ไปอยู่ไกลๆ คงเหงาและคิดถึงบ้าน
จึงเอาจริงเอาจังกับการเขียนจดหมายยาวๆไปถึงเพื่อนๆที่สอบเทียบไปเรียนในมหาวิทยาลัย
และเพื่อนๆที่แยกย้ายไปเรียนที่ต่างประเทศ
น้าจูนจำไม่ได้จริงๆว่าตัวเองเขียนอะไรไปบ้าง น่าเสียดายที่ไม่ได้ลอกเก็บไว้
หากวาดภาพตัวเองในตอนนั้นจากตัวหนังสือของเพื่อนในส่วนที่น้าจูนเก็บไว้
น้าจูนในวันวานคงชอบเล่าเรื่องขำ ขนาดเพื่อนคนหนึ่งเขียนไว้ในจดหมายตอบว่า
เธอหัวเราะลั่นโรงอาหารศาลายาเมื่ออ่านจดหมายของน้าจูน
และโปสการ์ดบางใบก็บอกว่า
"ขอบคุณมากมายสำหรับจดหมายทุกฉบับที่เป็นกำลังใจที่วิเศษมาก"
โปสการ์ดใบนั้นส่งมาจาก Sanfrancisco และเป็นภาพ Quad หรือที่เรียนของ Stanford
และน้าจูนก็ถือโอกาสเอามาเป็นภาพประกอบจดหมายถึงนุ่นเสียหน่อย
เพื่อนออกตัวในตอนท้ายว่า "ขอโทษด้วยที่เราไม่ค่อยได้ตอบจดหมายจูน"
เมื่อหยิบมันออกมาอ่านซ้ำอีกครั้ง น้าจูนอยากบอกกับเธอในตอนนั้นว่า
บางทีสิ่งที่เราต้องการจากเขียนจดหมายหรือโปสการ์ดสักใบ ไม่ใช่จดหมายตอบจากปลายทางหรอกนะนุ่น
น้าจูนได้รับรอยยิ้มเรียบร้อยแล้วในตอนสุดท้ายที่จรดปลายปากกาเขียนคำลงท้าย
....รอยยิ้มที่เกิดจากความรู้สึกที่ว่า เพื่อนคงจะมีความสุขที่ได้อ่านจดหมายจากเรา
เมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อนคนเดียวกันกับที่ส่งโปสการ์ดใบนี้มาถึงน้าจูน
แวะมาเยี่ยมที่ร้านในโอกาสที่เธอกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย
ตอนนี้เธอสมรสและใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศกับสามี
พวกเราชอบล้อเธอว่า เธอเป็นชิซูกะที่แต่งงานกับโนบิตะ
เพราะ"คนนั้น"ของเธอเป็น American Born Chinese หรือชาวอเมริกันเชื้อสายจีน
..ที่ใส่แว่น หน้าตาตี๋ๆ จนดูเหมือนโนบิตะในเรื่องโดราเอม่อน
เราคุยกันมากมายและกอดกันตอนน้าจูนเดินไปส่งเธอที่รถเพื่อกลับบ้าน
...ไม่รู้อีกเมื่อไหร่เราจะได้พบกันอีกครั้ง
มีเพียงโปสการ์ดใบนี้ในมือเท่านั้นที่ทำให้น้าจูนรู้สึกว่า
เธอไม่เคยจากน้าจูนไปไหนหรอก เธอคงยังอยู่กับน้าจูนตรงนี้เสมอในตัวอักษรของเธอ
ปิดเทอมแล้ว หากไม่รู้สึกว่าจดหมายเป็นเรื่องคร่ำครึนัก
น้าจูนว่านุ่นน่าจะลองเขียนจดหมายหาเพื่อนดูนะจ๊ะ
คิดถึง
น้าจูน
ตอนจบมัธยมปลาย น้องต้องแยกย้ายกับเพื่อนหลายคน เพื่อนรักคนหนึ่งไปอยุ่เชียงใหม่
เราสัญญากันว่าจะเขียน จม.หากัน
แต่จนแล้วจนรอด เพื่อนก็ส่ง โปสการ์ดหาเรา
เราเขียน จม. หาหลายแผ่น ใส่ซอง แต่ไม่ได้ส่งไปหา
และแล้วก็ข้ามเวลา มาจนกลายเป็น เล่น msn ส่งเมลหากัน
ตอนนี้ก้กริ๊งกร๊าง จิ๊จ้ะกันได้เหมือนเดิม
แต่เหมือน คำว่าผู้ใหญ่ จะพ่วงมากับความรับผิดชอบ
ทำให้ ห่างหายกันเหลือเกิน
คิดถึงจัง
เอ่อ ไว้ถ้าพี่จูน ขึ้น กทม.
น้องจะมีโอกาสได้เจอพี่จูนไหมคะ
#1 By น้ำเงินเจือขาว on 2006-09-23 22:53