จดหมายฉบับที่ 34 : ผีเสื้อและดอกไม้
posted on 19 Sep 2006 11:43 by junnie in Thai-books
สวัสดีนุ่น
น้าจูนแวะไปบล็อกใหม่ของหนูแล้ว แต่กำลังคิดว่ามันแก้ลิ้งค์เก่าเช่นไรดี
คาดว่าคงต้องรอจนถึงวันเสาร์อาทิตย์
ให้"หล่อน"ผู้เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำบล็อกมาช่วยทำให้
จดหมายฉบับนี้เขียนขึ้นมาหลังจากเหตุการณ์ระเบิดในเขตการค้าที่อำเภอหาดใหญ่
เพื่อนๆของเราที่นี่หลายคนเขียนจดหมายในช่องอากาศมาหาน้าจูนเพื่อถามไถ่ข่าวคราว
น้าจูนยังปลอดภัยดีจ๊ะ แต่รู้สึกถึงแรงกระทบของความหวาดกลัวในความสับสนนั้น
น้าจูนเติบโตในเมืองเล็กที่คนพุทธและคนมุสลิมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
ถนนสายเก่าแก่ของเมืองเป็นย่านการค้าของชาวจีนที่มีของกินอร่อยๆขายไปตลอดสาย
และถัดมาอีกสองสามก้าวก็เป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวมุสลิม
คนช่างชิมเช่นน้าจูนก็สามารถการันตีความอร่อยของอาหารในแถบนั้น
ไม่ว่าจะเป็น ข้าวมันแกงไก่ อาหารชนิดที่หากินได้เฉพาะที่สงขลา
เป็นข้าวที่หุงกับกะทิ กินกับแกงไก่รสไม่จัด แนมด้วยกุ้งหวาน มะขาม ปลาตัวเล็กทอดกรอบ
ขนมมุสลิมแปลกๆอย่าง ขนมกุหรี
ที่เป็นแป้งนิ่มๆนึ่งคลุกมะพร้าวอ่อนราดด้วยน้ำตาลตะโหนดหวานๆ โรยถั่วทองคั่ว
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสีแดงสดใสที่ฟุ้งด้วยควันธูปอยู่เสมอ
ห่างจากมัสยิดที่เป็นศาสนสถานของชาวมุสลิมเพียงระยะเสียงละหมาดก้องไปถึง
และบ้านที่น้าจูนอยู่ก็ติดกับกุโบว์ ที่เป็นสุสานของชาวมุสลิมในจังหวัดสงขลา
เมื่อแรกน้าจูนไม่เข้าใจพ่อกับบแม่จริงๆว่าคิดอย่างไรถึงได้เลือกมาสร้างบ้านตรงนี้
การมีบ้านติดกับสุสานเป็นที่ล้อเลียนของเพื่อนประมาณหนึ่ง
และเพื่อนของน้องชายน้าจูนบางคนจะไม่ยอมขับมอเตอร์ไซด์มาส่งน้องชายน้าจูน
หากไม่ได้มากันหลายๆคันเพราะบ่นว่าเขากลัวว่าจะมีใครที่มองไม่เห็นซ้อนท้ายกลับไปด้วย
น้าจูนกลัวผี แต่ไม่เคยนึกกลัวร่างที่หลับอยู่ในรั้วสีเขียวที่ข้างบ้านสักครั้ง
"โต๊ะครู"หรือผู้อาวุโสผู้ชายที่เคยไปทำฮัจย์ที่เมกกะและเป็นครู
ผู้เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะน้ำชายามเช้ากับพ่อน้าจูนบอกว่า
...มุสลิมเมื่อตายแล้วต่างไปอยู่กับอัลเลาะห์ ไม่ได้กลายเป็นผี
น้าจูนเชื่อโต๊ะครูเสมอ เพราะโต๊ะครูบอกว่ามุสลิมไม่โกหก การโกหกถือเป็นบาป
และกุโบว์ก็เป็นเหมือนป่าเล็กๆตรงกลางเมือง น้าจูนจึงยังสามารถได้ยินเสียงนกร้องในตอนเช้าและได้กลิ่นต้นไม้ชื้นๆยามฝนตก กุโบว์ครึ้มไปด้วยต้นไม้ สงบและร่มเย็นสมกับเป็นที่พักพิงสุดท้าย
น้าจูนกับเพื่อนๆเคยทำเรื่องเล็กๆอย่างโครงการโปสการ์ดล่องใจ
ชักชวนเพื่อนในเว็บไทยมุงส่งโปสการ์ดไปตามโรงเรียนและโรงพยาบาลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
เพื่อนบางคนที่บางโรงพยาบาล โทรมาขอบคุณ
บางคนตามร่องรอยของเว็บไซด์มาเขียนบอกว่าได้รับโปสการ์ดแล้ว
แม้ว่ากระดาษใบเล็กๆจะไม่สามารถพลิกโลกได้
แต่น้าจูนอยากให้ใครที่ทำงานในพื้นที่รับรู้ว่า มีคนที่มองเห็นและเฝ้าดูพวกเขาอย่างชื่นชม
น้าจูนหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านซ้ำเพื่อรอที่จะเขียนถึงมาพักใหญ่ๆ
แต่คิดถึงมันขึ้นมามากๆในวันสองวันนี้ หนังสือที่โปรยหน้าปกว่า
"เรื่องที่บอกเล่าถึงความรักและความดีงาม"
หนังสือเรื่อง ผีเสื้อและดอกไม้ แม่ของน้าจูนเคยอ่านให้ฟังสมัยเป็นเด็กประถมต้น
แม่บอกว่าน้าจูนโชคดีเพียงไรที่ได้เรียนหนังสือและไม่ต้องไปขายไอศรีมเหมือนฮูยัน
มีคำที่ไม่เข้าใจมากมายในตอนนั้น อย่างคำว่าอัลเลาะห์ ฮัจย์ เมกกะ
...แล้วน้าจูนก็อ่านซ้ำอีกครั้งเมื่อตอนเป็นนักเรียนมัธยม
ในตอนนั้นเอง น้าจูนก็เริ่มมองเห็นความรักและความดีงามที่มากไปกว่าตัวหนังสือที่ตรงหน้าปก
รักความช่างครุ่นคิดของฮูยัน เด็กผู้ชายที่ดูเหมือนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในร่างของเด็ก
ความรับผิดชอบ ความรู้สึกปรารถนาและการหักห้ามมัน
ความรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ไม่มีเส้นขีดคั่นว่าเช่นไรจึงขาว เช่นไรจึงดำ
เหมือนเช่นงานที่เขาทำ ที่ผู้รักษากฎหมายตราว่าผิด
...หากปากท้องของน้องเล็กๆเล่า
ในขณะที่น้าจูนในวัยที่เท่ากัน ได้เงินไปโรงเรียนง่ายๆ
หนังสือบางเล่มที่อยากได้ พ่อกับแม่ก็จะให้เท่าที่พอควร
...รู้สึกยากลำบากเพียงเล็กน้อยที่ต้องเก็บเงินซื้อบางเล่มที่มากไปกว่านั้น
แต่ก็ไม่เคยต้องครุ่นคิดถึงเรื่องปากท้องสักทีเดียว
และเมื่อกลับมาอ่านซ้ำอีกครั้ง เมื่อวานนี้ หลังจากเรื่องราวมากมายในข่าว
บริเวณนั้นเป็นที่ที่น้าจูนจะไปนั่งกินขนมแปะก๊วยเสมอก่อนเข้าไปดูหนัง
ชั่วนิดเดียวที่ตัดสินใจไม่ไปดูหนังตามคำชักชวนของเพื่อน
...ความตายช่างอยู่ใกล้เราจริงๆ และไม่อาจคาดเดาอะไรได้เลย
เพียงระยะเวลากระพริบตาหนึ่งครั้ง คนบางคนอาจจะจากเราไปชั่วชีวิต
เหมือนครั้งที่ฮูยันเองรู้สึกเมื่อครั้งปุนจาพ่อของเขาพลาดตกจากรถไฟ
อยากให้นุ่นและอีกหลายๆคนได้อ่านหนังสือเล่มนี้จริงๆ
น้าจูนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เรื่องนี้ ความเกลียดชังที่ไม่รู้ที่มาที่ไปเช่นนี้จะจบลงเสียที
"นะ" เด็กสาวมุสลิมที่โยกย้ายตามครอบครัวมาจากจังหวัดชายแดนที่ล่างลงไป
มาขายโรตีอยู่ใกล้ๆร้านยาของน้าจูนหายหน้าไปสองสามวันแล้ว
เธอแวะมาเล่าให้ฟังเสมอว่าเธอคิดถึงบ้านแค่ไหน
แม้ว่าบ้านของเธอในตอนนี้จะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว
ครั้งหนึ่ง "นะ" เคยบอกฉันว่า บางทีเธอจะบอกมะให้ย้ายกลับไปอยู่บ้าน
แม้ว่าที่นี่จะดูเหมือนปลอดภัยกว่า แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่บ้าน
"หากนะจะตาย นะจะยินดีและเข้าใจว่านั่นคือพระประสงค์ของอัลเลาะห์"
น้าจูนเดินไปเปิดทีวีที่ปิดไว้เสมอเพื่อไม่ให้ร้านเงียบเหงาเกินไป
"ใครบางคน"บอกผ่านข่าวหรือไม่ก็โฆษณาเชิงข่าวว่า
"เงินที่ให้ผู้เสียชีวิตศพละหกพัน บาดเจ็บคนละสองแสน"
นี่เขายังไม่ตระหนักอีกหรือว่า สิ่งที่หว่านถมล้วนแต่ร่วงผ่านรูรั่วขนาดใหญ่บนหัวใจผู้คน
เราไม่ได้ต้องการเงินทองมากมายที่นี่
....แต่เราต้องการความรักและความเข้าใจมากมายต่างหาก
น้าจูน
ป.ล. ขณะเขียนจดหมายฉบับนี้ สงขลาป่วนไปทั้งเมือง
เพราะมีข่าวขู่วางระเบิดโรงเรียนประถม
น้าจูนได้แต่รำพึงกับตัวเองว่า เมื่อไหร่กัน เมื่อไหร่มันจะจบเสียที
ผีเสื้อและดอกไม้ โดย นิพพาน พิมพ์ครั้งที่ 8 สนพ.กะรัต , 2530
ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่เรื่องราวแบบนี้มันจะจบลง
ได้แต่ส่งแรงใจไปได้เท่านั้น ... เพราะทำอะไรได้ไม่มากไปกว่านี้
สถานการณ์บ้านเมืองเราตอนนี้มันน่ากลัวเกินกว่าที่คาดคิดไว้
มันรุนแรงเหมือนไม่ใช่เมืองที่ฉันเกิดและเติบโตมาเลย
ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาทำไปเพราะอะไร .. แม้ฉันเชื่อว่าคนทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเอง
แต่การกระทำผู้บริสุทธิ์มันมีเหตุผลอะไรกันหนอมาสนับสนุน
ฉันไม่ได้อยากกล่าวโทษใคร เพียงแค่อยากเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงที่มาของการกระทำ
เฮ่อ ....
#1 By PeAcH_a_Ja on 2006-09-19 12:05