สวัสดีนุ่น

ขอโทษที่หายหน้าไปเสียนาน
ช่วงนี้น้าจูนกำลังยุ่งกับงานพิเศษชิ้นเล็กๆที่เปิดโอกาสให้แปลงานในข่ายวิชาที่ร่ำเรียนมา
ไม่มีใครได้อะไรมาง่ายๆ ทำได้ดีโดยปราศจากการฝึกฝน น้าจูนเชื่อเช่นนั้นเสมอ
และขณะเดียวกันก็กำลังขมั่กเขม้นเขียน"ภัตตาคารสมานใจ" เรื่องสั้นเรื่องสุดท้ายในจำนวนสี่เรื่องให้จบ


ในทุกๆปี เว็บบอร์ดที่น้าจูนชื่นชอบจะมีกิจกรรมอย่างแบ่งฝันปันขนม
...ที่จะไปสร้างห้องสมุด สร้างห้องน้ำ ตามโรงเรียนในชนบท
ปีนี้น้าจูนคิดว่าจะรวบรวมเรื่องสั้นๆที่เคยเขียนไว้ทำหนังสือทำมือออกมาขายเพื่อนๆกันเองสำหรับกองทุนเล็กๆ

เมื่อเราสามารถลุกขึ้นยืนและเริ่มต้นคิดจะแบ่งปันได้
...วันคืนข้างหน้าคงจะไม่มีอะไรยากเย็นเกินไปอีกแล้ว

น้าจูนคิดว่าคงจะเป็นเช่นนั้นนะ

เพื่อนของน้าจูนคนหนึ่งที่ชอบแอบอ่านจดหมายของเราสองคนอยู่บ่อยๆ
มักจะบ่นว่าน้าจูนชอบเขียนถึงหนังสือที่เล่าเรื่องคนประหลาดๆ
หลังจากที่เธออ่านจดหมายฉบับที่น้าจูนเล่าเรื่อง Kafka on the shore
เธอก็ไม่พลาดที่จะโฉบมาที่ร้านเพื่อจะหยิบยืมหนังสือจากน้าจูนมาอ่าน
เธอหายหน้าไปพร้อมกับหนังสือราวๆครึ่งเดือนและเอาหนังสือกลับมาคืนด้วยใบหน้ายุ่งเหยิง
พร้อมทั้งคำกล่าวโทษที่น่าขันเกินว่าที่จะถือโกรธ

"แกนี่มันอ่านแต่เรื่องของคนประหลาดๆ"

ราวกับภาพของเธอไปซ้อนกับภาพของเพื่อนสนิทอีกคน
เธอทั้งสองพูดคำคำเดียวกัน ณ เวลาและสถานที่ที่ต่างกันไป

เพื่อนอีกคนของน้าจูนเคยยืมหนังสือบางเล่มของน้าจูนไป
..แล้วกลับมากล่าวหาน้าจูนด้วยคำคำเดียวกันเป๊ะๆ
เธอเลือกหยิบหนังสือเล่มนั้นไปด้วยเห็นปกสีชมพูหวาน
และเอากลับมาคืนน้าจูนด้วยใบหน้ายุ่งยากใจราวเรื่องในหนังสือเกิดขึ้นกับตัวเธอเอง

ความจริงแล้วเมื่อแรกหยิบนั้น สารภาพโดนซื่อว่าติดใจปกสีหวานเช่นกัน
ขณะนั้นอยู่ในความรู้สึกว่าชีวิตต้องการความหวานอย่างที่สุด


คำพูดของเพื่อนในวันนี้ทำเอาต้องกลับไปค้นหนังสือเล่มนั้นมาอ่านซ้ำด้วยความรื่นเริงใจ
ควรจะสบายใจดีหรือเปล่าที่โดนกล่าวหาว่าชอบเรื่องประหลาด
น่าจะเป็นความสบายใจที่สามารถทำให้คนบางคนสนใจอ่านหนังสือบางเล่ม
และแวะมาบ่นเสียยืดยาวเพราะเธออ่านมันจนจบ
น้าจูนสุขใจที่โดนบ่น ไม่แน่ใจว่าเพื่อนเธอจะหาว่าน้าจูนเป็นคนประหลาดด้วยหรือเปล่า

อะไรคือเส้นคั่นระหว่างคำว่าปกติและคำว่าประหลาด
เราถือไม้บรระทัดคนละอันแล้วจะวัดด้วยมาตรฐานเดียวกันได้อย่างไร
อืม ไม้บรรทัดของน้าจูนอาจจะไม่มีเสกลด้วยซ้ำกระมัง

หนังสืออย่าง kira kira หรือเป็นประกาย ควรอ่านด้วยมือเปล่า
เอาไม้บรรทัดเข้าไปนั่งเล่นในหน้าหนังสือด้วยจะทำให้ต้องเหนื่อยใจเสียเปล่าๆ
และเอาเข้าจริงๆน้าจูนเองก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของใครกันแน่
เหมือนเรื่องที่ไม่มีตอนขึ้นต้นและไม่มีตอนลงท้าย
คล้ายกับว่าเขาอยู่ตรงนั้นมานานแล้วในตอนที่เราไปถึง
และเรื่องก็ดำเนินไปเรื่อยๆโดยที่เราทำได้แค่เฝ้าดู การคาดเดาหรือหวังอะไรใรตัวละครล้วนสูญเปล่า

เมื่อน้าจูนอ่านหนังสือเล่มนี้ซ้ำในครั้งที่สองและครั้งที่สาม
...น้าจูนก็รักมันมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้และจะเริ่มคงที่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง
การเพิ่มขึ้นของความรักนั้นอธิบายด้วยรูปกราฟที่เป็นเส้นโค้งรูปตัวเอส และไม่ใช่รูปลาดเส้นตรงแบบปกติ
ในการติดตามความเติบโตของอะไรสักอย่างในทางวิทยาศาสตร์
เรามักจะสนใจความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักหรือความสูง และเวลา
กราฟที่อธิบายการเติบโตที่เป็นเส้นโค้งตัวเอสที่น้าจูนจำได้
...เป็นกราฟที่บันทึกการเติบโตของต้นถั่ว

หนังสือเล่มนี้ดูเหมือนสิ่งมีชีวิต ความรู้สึกที่เกิดหลังอ่านเติบโตขึ้นเช่นต้นถั่ว
ชีวิตของคนสามคนในหนังสือจะถ่ายทอดออกมาไม่ได้ดีเลย
หากขาดผู้แปลอย่าง น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้ครบถ้วนและสละสลวย
ขัดถูเรื่องราวให้งามจนกลายเป็นภาษาที่เราอ่านเข้าใจได้และและทำให้หนังสือเปล่งประกายสมดังชื่อ

ออกจะใช้คำว่ารักพร่ำเพรื่อไปหน่อยในในจดหมายฉบับนี้
อาจจะเพราะคำว่ารักไม่ใช่คำชวนคลื่นเหียนเหมือนในระยะๆแรก
และน้าจูนก็ได้คำตอบบางประการเกี่ยวกับคำถามเรื่องความรักจากบางเพลงกระจ่างใจ
คนแบบ โชโกะ มุทซึกิ และค่ง อาจจะเดินสวนกับเราบนท้องถนน
และเราไม่อาจจล่วงรู้ถึงความแตกต่างนั้นในใจผู้คน
เว้นแต่เราจะเปิดใจให้กว้างๆเพื่อที่ยอมรับและเข้าใจ
และเมื่อนั้นเราจะเรียนรู้ที่จะไม่คิดแทนคนอื่นๆว่าแบบนั้นแบบนี้จึงจะดีจะเหมาะสม
ความรักก็เป็นเพียงแค่ความรัก มิใช่หรือ
...เราจึงไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผลใดๆเลยเมื่อมีรัก

น้าจูนคิดย้อนไปถึงบางบทสนทนาของน้าจูนกับเพื่อนหลังจากที่เธออ่านหนังสือเล่มนี้จบ

"ไม่รู้จริงเลยว่าถ้าฉันเป็นผู้หญิงคนนั้น จะทำอย่างไร
...จะอยู่ไปแบบนั้นได้ไหม"

"แล้วเธอคิดว่ายังไงหล่ะ"

"ความรักบงการให้คนเราทำได้ทุกอย่างนั่นแหล่ะ
คงเหมือนที่ปกหลังหนังสือเขียนไว้
ขอเพียงได้อยู่กับคนรัก ถึงแม้จะเคร่งเครียดหรือเป็นทุกข์เพียงใด
....แต่ชีวิตก็เป็นประกาย"

คงมีสักครั้งในชีวิต ที่เรารู้สึกว่าเปล่งแสงกระจ่างได้
เมื่อนั้นเราคงได้ลิ้มรสความหวานของความรักได้เสียที
และเต็มใจดื่มกินความหวานของมันทั้งๆที่หวาดหวั่นถึงวันข้างหน้าด้วยรอยยิ้มพริ้มเพรา

คิดถึงจ๊ะ

น้าจูน

ป.ล. เพิ่งสังเกตว่าปกหนังสือที่ดึงดูดใจน้าจูนในแว๊บแรก
...ออกแบบโดยคนที่น้าจูนไม่เคยนึกชอบอย่าง ปราบดา หยุ่น
เพราะเมื่อแรกอ่าน"ความน่าจะเป็น"แล้วไม่เข้าใจ จนนึกอยากเอาหนังสือมาทำเป็นโมบายอย่างที่หน้าปก
และบางอคติในใจที่รู้สึกว่า เขามาถึงตรงนั้นได้เพราะเป็นลูกชายคนดัง

แล้วน้าจูนก็ตกหลุมรักหนังอย่าง"เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล"ที่เขาเขียนเรื่อง
และดันซื้อหนังสือเพราะชอบแบบปกที่เขาออกแบบ
...ตกหลุมรักโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเขา เป็นงานของเขา
เป็นบทเรียนที่ดีว่าเราพึงอย่าปฏิเสธสิ่งใดๆในชีวิตเพียงเพราะอคติที่ครอบงำในใจเลย
อคติทำให้เราพลาดโอกาสที่จะเรียนรู้อะไรมากมายนัก

ว่าแล้วก็ไปค้น"ความน่าจะเป็น"ที่ก้นลังพลาสติกมาอ่านซ้ำดีกว่า


เป็นประกาย (kirakira) โดย เอคุมิ คาโอริ แปล น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ สนพ. พิมพ์ครั้งที่ 1 สนพ.อิมเมจ ,2545
เอคุมิ เขียนหนังสืออีกเล่มร่วมกับ ท์ซึจิ ฮิโตนาริ
เป็นหนังสือคู่กัน ชื่อ Blue และ Rosso
มีคนเขียนถึงหนังสือสองเล่มนี้ไว้อย่างน่าสนใจในเอ็กทีนนี่แหล่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

http://lastdestination.exteen.com/20060731/entry

อ่ะ ทำลิ้งค์ให้ใหม่
น่าอ่านดีเหมือนกันนะครับ

ปล. ผมแนะนำนิยายชื่อเดียวกัน "คิระ-คิระ งามระยับดั่งดวงดาว สนพ.มติชน" เรื่องราวการมองชีวิตผ่านสายตาของเด็กสาวที่ต้องเรียนรู้การก้าวเดินไปในวันข้างหน้าจากความสูญเสีย

#2 By Highwind on 2006-08-04 22:50

เคยเห็นที่แผงหนังสือนานมาแล้วแต่ตอนนั้นไม่คิดจะซื้อ
พออ่านบทความนี้แล้วสงสัยต้องเปลี่ยนใจหามาอ่านบ้าง

#3 By alienboon on 2006-08-05 03:57

หนึ่งอาทิตย์วุ่นๆที่ผ่านมา
ทำให้ห่างจากการอ่าน การเฝ้าติดตาม
อะไรๆไปชั่วคราว

พลังจากสิ่งที่เราสนใจ
มักมีจุดเชื่อมต่อไปสู่สิ่งที่ไม่สนใจเสมอ
และเมื่อเราลากเส้นจากจุดเชื่อมต่อนั้น
มันก็กลับหงายหลังตึง
กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
การก้าวข้ามสิ่งที่ไม่ชอบและหยิบจับเป็นเรื่องยาก
แต่เรามักล้มตึงมากกว่าหลังจากโดนใจทีหลัง

#4 By อากาศกวี on 2006-08-05 10:46

มีช่วงหนึ่งในหนังสือที่ฉันชอบมาก
ตอนที่ตัวเอกคนหนึ่งของเรื่องเปรียบเทียบคนบางแบบกับสิงโตเงิน

หนังสือเล่มนี้ ฉันคิดว่าเด่นเรื่องการเปรียบเทียบความรู้สึกกับสิ่งที่เป็นรูปธรรมนะคะ
ชอบคำอย่าง "กอดน้ำ" ที่เปรียบเปรยความรู้สึกของโชโกะ

หนังสือเล่มที่ชื่อเดียวกันน่าสนใจจัง พรุ่งนี้วันหนังสือ
...เดี๋ยวไปเดินหาดูที่ร้านหนังสือดีกว่านะ

Lonely Syndrome คะ

ฉันมักจะบอกเพื่อนๆเสมอว่าเราควรอยู่ห่างหน้าจอบ้าง
ดูท้องฟ้า จากท้องฟ้าจริงๆที่ไม่ใช่จาก screen server
ช่วงนี้ฉันติดหนึบอยู่หน้าจอแต่ไม่ค่อยได้คุยกับใครเลย
ขมั่กเขม้นทำสิ่งที่ตั้งใจให้เสร็จ เหมือนมันรู้สึกผูกพันกับสิ่งที่เขียน

ที่นี่ฝนตกหนักอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พยายามลากเส้นเชื่อมจุดหาความสัมพันธ์อยู่ว่า
...มันมีต้นเหตุจากที่ฉันล้างรถที่นานๆทำเสียทีหรือเปล่า
ถึงแม้เราจะถือไม้บรรทัดอันเดียวกัน
แต่ก็ใช้ใจคนละดวงวัดอยู่ดี

ความปกติ กับความประหลาด อาจไม่มีอยู่ในความเป็นจริง มีอยู่เพียงในใจเรา ซึงแปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลาเรื่อยไป นะคะ
ชอบเรื่องนี้ด้วย เป็นความสัมพันธ์ ที่แปลกประหลาด แต่มันก็ดูเหมือนจริงอย่างที่สุด
ถูกโรคกับงานแปลของญี่ปุ่นเป็นพิเศษ
..............
อือ หึ หึ ข่าวดีน้อย เราลืมkafka ไว้ที่ร้านหมอล่ะ วะฮ่ะ ฮะ กว่าจะรู้ ก็ผ่านไปหลายอาทิตย์ ฮิ้ว - -"

#7 By walk my own way ^^ on 2006-08-06 10:39

อ่านหนังสือเยอะจังนะครับ

ช่วงนี้ผมงานยุ่ง ไม่ค่อยได้อ่านอะไรเลย

#8 By PeeYong \-_-> on 2006-08-07 21:06

เวลาที่ใจเราไม่นิ่ง มันก็ปิดกั้นทุกอย่าง แม้กระทั่งความคุ้นชินกับสิ่งที่เคยทำ..เคยคิดว่าการอ่านคือจินตนาการที่เราเข้าไปหลับพักความคิด แล้วปล่อยให้ใจล่องลอยตามตัวอักษร หากแต่ว่าขาดความรู้สึกคล้อยตามจึงเข้าไม่ถึงสักที..

ปล.ได้อ่านคิระ-คิระ งามระยับดั่งดวงดาวแล้วค่ะซื้อมาอ่านด้วยความไม่ตั้งใจ(ใครเคยเป็นบ้าง)ทำเอาน้ำตาซึมทีเดียว เพราะว่าบางตอนใช้ภาษาและการเปรียบเทียบได้งดงามจริงๆ

#9 By Miss.InSuLin (203.113.67.103) on 2006-09-15 02:46

อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ แปลกดี น่าสนใจมาก

#10 By อ้อม1983 (203.131.209.210) on 2007-06-18 05:20

ยืมหนังสือเล่มนี้จากห้องสมุด ดองไว้หลายวัน กลับมาอ่านอีกที ..สนุก เศร้า เศร้าไปหลายวันเลย คิดว่าถ้าเป็นผู้หญิงคนนั้นจะเป็นงัยนะ คงห้ามใจไม่ตกหลุมรักสามีไม่ไหวแน่

#11 By อ้อม1983 (203.131.209.210) on 2007-06-18 07:30

เอาน่าๆสู้ๆนะคร้า เปนกามลางจายยยยยยยยยยยยห้าย

#12 By อิงฟ้า (124.121.172.211) on 2007-08-08 20:18

จะไปหามาอ่านให้ได้เลย

#13 By [R][a]in[y] season on 2008-04-27 23:10