สวัสดีนุ่น

ดังเช่นที่จั่วหัวไว้บนจดหมาย ...ผู้หญิงเลี้ยวซ้ายผู้ชายเลี้ยวขวา
ช่วงนี้น้าจูนกลับเข้าสู่โหมดดูหนังอีกครา
และหนังที่น้าจูนอยากพูดถึง คงมีใครเขียนถึงมาสักร้อยครั้งแล้วกระมัง
....ในช่องว่างของอากาศที่กว้างใหญ่แห่งนี้
แต่จะเป็นไรไปหากหนังเรื่องนี้ถูกเขียนถึงซ้ำอีกเป็นครั้งที่หนึ่งร้อยหนึ่ง

เรื่องมันอาจจะเริ่มตรงที่ว่า.....
เมื่อสองสามวันก่อน น้าจูนมีโอกาสได้ไปนอนเป็นเพื่อนเพื่อนสนิทที่มาประชุมที่หาดใหญ่
น้าจูนรักเวลาที่เราได้พูดคุย เดินจับมือกันไปไหนๆมากที่สุด
แล้วการจับจ่ายก็เริ่มขึ้นเหมือนนักวิ่งที่ออกตัวพร้อมเสียงนกหวีด
ไม่หรอก เราสองคนไม่ใช่นักซื้อมือฉกาจ
แต่การได้เดินเลือกดูแผ่นหนังและหนังสือก็เป็นกิจกรรมที่เราโปรดปรานที่จะทำร่วมกัน
น้าจูนได้หนังแผ่นทั้ง DVD และ VCD ที่อยากดูมาหลายเรื่องเชียว
น้าจูนใช้เวลาดูหนังทั้งหมดอยู่ราว 2 วัน
และทั้งที่ดูหนังติดต่อกันมานานขนาดนั้น
วันนี้น้าจูนก็อดไม่ได้ที่จะหยิบแผ่นหนังเรื่องเก่าบางเรื่องมาดูซ้ำอีกครั้ง

น้าจูนชอบหนังสือภาพประกอบตัวอักษรของ Jimmy Liao เป็นทุนเดิม
ใช่จ๊ะ ภาพประกอบตัวอักษรไม่ใช่ตัวอักษรและตกแต่งประกอบด้วยภาพ
เพราะหนังสือของ Jimmy Liao นั้น เต็มไปด้วยภาพและอธิบายด้วยตัวอักษรเพียงเล็กน้อย
...บางทีที่เขากำลังทำ คือนิทานสำหรับผู้ใหญ่ตัวโตๆก็เป็นได้
และ"ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา" มีพื้นฐานมาจากหนังสือภาพอย่าง"A chance of sunshine"ของเขา

เหตุผลที่น้าจูนหยิบหนังเรื่องนี้มาดูซ้ำ
หลังจากที่ไม่สามารถเห็นมันได้แม้กระทั่งภาพบนกล่องหนังมาระยะเวลาหนึ่ง
อาจจะเป็นหนทางเพื่อพิสูจน์ว่า ตัวเองดีขึ้นขนาดไหนแล้ว
...กระดูกปีกที่หักสมานติดเข้ากันดีหรือยัง จะบินได้อีกครั้งหรือเปล่า

น้าจูนชอบยุแม่ให้เล่าเรื่องการพบกันของพ่อกับแม่ครั้งแรกให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก
และชอบถามเพื่อนๆที่มีแฟนว่าพวกเขาเจอกันที่ไหน อย่างไร ทำไมจึงรักกัน
เพราะยังคงสงสัยในเรื่องของความรักอยู่เสมอ กระทั่งวันนี้ความสงสัยนั้นยังไม่คลายไปจากใจ
..แม้ว่าจะพยายามสรุปเอาเองว่า รักไม่มีอยู่จริงในโลก

พ่อกับแม่น้าจูนเป็นนักเรียนร่วมชั้นกันในสมัยมัธยม
แม่น้าจูนเป็นจอมเกเรที่เรียนเก่งและขึ้นชื่อกันว่าดุนัก
ส่วนพ่อเป็นเด็กเรียบร้อยๆที่ใจดีซื้อขนมให้แม่กินเสมอ
เมื่อแรกราวกับในนวนิยาย แม่น้าจูนไม่ชอบขี้หน้าพ่ออย่างมาก
เนื่องจากแม่ชวนเพื่อนในห้องหนีโรงเรียนไปกินมะพร้าวอ่อน
(กรุณานึกภาพโรงเรียนมัธยมกลางทุ่งนาป่าเขาในจังหวัดพัทลุงประกอบฉาก)
แต่พ่อที่กลับมาถึงห้องช้ากว่าเพื่อน กลับมาไม่ทันการโดดเรียนครั้งยิ่งใหญ่
ผลก็คือ แม่น้าจูนและเพื่อนคนอื่นๆในห้องโดนตีเพราะหนีโรงเรียน
แต่พ่อคนที่ยังเหลืออยู่ในห้องคนเดียวไม่โดนตี
พ่อน้าจูนบอกว่า พ่อมาไม่ทันนี่นา ถ้ามาทันคงไปด้วยกันกับเขาหรอก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า น้าจูนเป็นคนเกเรเงียบและทำอะไรช้าๆอย่างนี้เหมือนใคร
(ดูสิ น้าจูนช่างเลือกเอาส่วนดีๆมาทั้งนั้น)
แล้วความรักของคนทั้งคู่ก็เติบโตงดงามเหมือนต้นไม้ มามากกว่า 30 ปี
ทุกวันนี้ พ่อน้าจูนยังคงทำกับข้าวให้แม่และลูกๆทานอยู่เสมอ
และแม่ยังคงดูแลพ่อ เป็นเพื่อนคู่คิดข้างตัวพ่อไม่มีเปลี่ยน

เพื่อนของน้าจูนเล่าว่า เธอเจอกับคุณสามีในที่ทำงาน
เธอชวนเขาคุยและหลงคิดไปว่าคือญาติห่างๆที่ตัวเองจำไม่ได้
เพราะเธอรู้สึกในแว่บแรกที่พบกันว่า เธอคุ้นหน้าเขาเหลือเกิน

อย่างนี้สามารถเรียกว่า "จำกันได้" หรือเปล่า
เป็นการตามหาและพบเจอของเงาและตัวตนที่พลัดหลงกันของคนที่เป็นคู่ใช่ไหม
...น้าจูนสงสัยนักว่าเรื่องเช่นนี้มีจริงหรือในโลก

มีบทกวีจากหนังสือภาษาโปลด์ที่นางเอกชอบนักหนา
และพยายามขอให้สำนักพิมพ์ที่เธอทำงานอยู่ตีพิมพ์หนังสือบทกวีที่ชื่อ "รักแรกพบ"เล่มนั้น
น้าจูนจดไว้และจำมันได้ขึ้นใจ ยกมาให้ฟังในส่วนท้าย

"...พวกเขาต่างจำกันไม่ได้
พวกเขาคงตะลึงงันหากรู้ว่า โชคชะตาเล่นตลกกับพวกตน
และอาจจะไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะไปตามโชคชะตา
ดุจฟ้าเป็นใจเปิดโอกาสให้พวกเขาพบกัน
...แล้วก็ปิดโอกาสที่จะพบประสบพักต์
ฟ้าหัวเราะเยาะเย้ยเสียยิ่ง
ดุจผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา ..."

ช่วงก่อนนี้ น้าจูนครุ่นคิดและพยายามค้นหาคำตอบเกี่ยวกับ"ความรัก"มากมาย
ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือและดูหนังที่จะพาตัวเองให้พ้นจากอาการบาดเจ็บ
และใช้เวลาคงจะอีกประมาณอีกเท่าหนึ่งของเวลาที่ใช้รักษาใจหรือมากกว่านั้น
...ในการพยายามพาความเชื่อเรื่องความรักมีจริงกลับมา
น่าขันที่บางครั้งคนเราหมกมุ่นอยู่กับอวัยวะขนาดเล็กที่เรียกว่าหัวใจ
ทั้งที่มีเรื่องราวอีกมากมายให้ขบคิด
แต่เราก็ไม่อาจจะทำเรื่องอะไรเล็กน้อยได้เลย หากปราศจากความรัก

ความรักคงไม่ได้จำกัดไว้แค่เพียงผู้หญิงและผู้ชายหรอก
บางครั้งเราหลงลืม "ความรัก" บางความรักยิ่งใหญ่และเยือกเย็นนัก
อย่างความรักของแม่ ความรักของครอบครัว ความรักคนอื่นๆรอบตัวที่รักเรา
คงมีความรักอีกมากมายในโลกที่จะพาเรากลับมาจากหลุมดำแห่งความเศร้า
และที่สำคัญ เราต้องรักตัวเราเองให้มากพอที่จะยืนขึ้นมาใหม่
หากเรายืนได้แล้ว ยังมีความรักอีกมากมายนักที่รอจะยื่นมือให้เราคล้องแขนกันเดินต่อไป

ความรักครั้งแรกหอมหวาน จิบเบาๆแล้วมันหวานอมเปรี้ยวนิดๆ
เมื่อเราเติบโต เราจะไม่สามารถชิมความรักด้วยลิ้นแบบเดิมๆได้อีก
และเมื่อมันขม มันจะขมจนติดลิ้นจนไม่อยากจะชิมลองชิมอีก

อืม สงสัยน้าจูนต้องดื่มน้ำตามมากๆเสียแล้ว เผื่อจะหายขมลิ้น

และลองตามหาคำตอบที่คนค่อนโลกค้างคาในใจต่อไป

น้าจูน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่เคยดู ทั้งซ้ายและขวา

แต่ชอบจิมมี่ เหลียว

เพิ่งรู้ว่าชื่อ Turn Left และ Turn Right ของเขา มาจากนามสกุลของเขานี่เอง

เหลียวซ้ายแลขวาไงหม่ะ

แต่ชายหนุ่มที่หลงรักดวงจันทร์ดีมากมาย

พูดไม่ออก มันบอกไม่ถูก ตอนนี้อารมณ์นี้เลย

เป็นพายุฝนกระหน่ำแรงที่ไม่น่ารัก

แต่ไม่ว่ายังไง เราต้องใช้ชีวิตต่อไป

จะเลี้ยวซ้าย จะเลี้ยวขวา

ก็รักอยู่ดี

เขียนอีกนะหม่ะ เขียนเยอะๆ

อยากมีอะไรดีๆอ่าน ในตอนที่ยากไร้หนังสือดีๆข้างตัวอย่างนี้

รักษาใจนะหม่ะ

#1 By เบน เบน เบน (124.121.191.194) on 2006-07-02 21:31

ชอบเรื่องและภาพประกอบเล่มนั้น
เหมือนกัน
แต่พอดูหนังแล้วกลับรู้สึกได้ไม่เท่า

เพิ่งดูหนังเกาหลีเรื่องหนึ่งเหมือนกัน
ที่พูดถึงรักครั้งแรก
แต่ไม่แนะนำนะครับ
และไม่พูดถึงนะครับ
เพราะเดี่ยวคุณจะอยากดูและไปเศร้า
กับหนังอย่างคราวก่อนอีก

#2 By อากาศกวี on 2006-07-02 21:37

นอกจากดื่มน้ำแล้วยังต้องกินข้าวปลาบ้าง ดูแลตัวเองให้ดีพอที่จะออกไปหยีตาสู้แสงได้

ป.ล.มารอบแรก เดี๋ยวจะมาตอบอีกทีครับ ^^

#3 By ยีน (203.113.35.7) on 2006-07-02 21:41

ถ้าจะจำกัดคำว่า "ความรัก" ไว้เฉพาะหนุ่ม-สาว พูดได้ว่าผมเคยเจ็บช้ำเพราะมัน และอาจจะหลงลืมมันไปแล้วก็ได้

ทุกวันนี้เพื่อนรอบข้างมักจะเลียบเคียงถามผมบ่อย ๆ ว่า "เมื่อไหร่เอ็งจะมีแฟน เมื่อไหร่เอ็งจะจีบใคร"

ฟังคำถามก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ อารมณ์มันบอกไม่ถูก

อยากมีคนข้างกาย แต่ยังหาไม่เจอ

อยากลองความสัมพันธ์ใหม่ ๆ แต่ยังไม่กล้า

บางครั้งเห็นชาย-หญิงเดินข้างกัน สบตา และยิ้มให้กัน ก็เกิดอาการอิจฉาอยากมีกับเขาบ้าง แต่ผมก็ไม่ได้ริบร้อน ดิ้นรนอะไรนะ

เพราะรอบข้างผม ยังมีพ่อแม่ พี่น้อง และเพื่อน ๆ ที่คอยมอบความรักให้ผมอย่างล้นเหลืออยู่แล้ว

#4 By Highwind on 2006-07-02 21:46

ตำนานรักของแต่ละคู่มักมีเรื่องให้น่าจดจำเสมอ

#5 By PeeYong \-_-> on 2006-07-02 23:02

กระผมว่าความรักแม้จะมีขมบ้าง แต่บ้างทีขมอาจจะเป็นยารักษาตัวเราได้
ก่อนกระผมเจอภรรยาเคยรักหญิงสาวคนหนึ่งมากๆ เมื่อผิดหวังผมไม่พบผู้คน
ออกเดินทางไปเรื่อยๆจนถึงกระบี่
เก็บตัวจนเริ่มรู้จักคนใหม่ๆ
อยู่ที่นั่นจนเกือบสองอาทิตย์
รู้สึกเบื่อจึงเข้ามาตัวเมืองหาหนังสืออ่าน
ได้ไปพบหนังสืออยู่เล่มหนึ่งให้กำลังใจ
คนที่สิ้นหวังจากความรัก
อ่านจนจบกระผมรู้สึกดีจากนั้นก็เดินทางกลับมา เริ่มใช้ชีวิตใหม่ๆจนเจอกับภรรยาผมจนได้

#6 By alienboon on 2006-07-02 23:24

เฮ้ออออ.....

ความรัก

ความรัก

ความรัก

ความรัก

ไม่ได้สัมผัสความรักหวาน ๆ แบบหนุ่มสาวมานานแล้วค่ะ
มีแต่รักซึมลึก ลึกเสียจน... เฮ้ออ
ขอถอนใจอีกที

#7 By ??? on 2006-07-03 08:15

ชอบๆมากๆไม่ว่าจะเวอร์ชันหนังหรือหนังสือ แม้ว่าหนังจะเวอร์แต่ก็ นะ ผู้หญิงอ่อนไหวอย่างเรา หุ หุ
ตอนนี้ฉันอยู่ในโหมดวุ่นวายเงียบอยู่คนเดียว
กำลังเยียวยาตัวเองเหมือนที่ผ่านมา
วะ ฮะ ฮะ
คิดว่าถ้าได้อ่านภัตรคารสมานใจจะช่วยได้มาก ๆ^_____^

#8 By walk my own way ^^ on 2006-07-03 08:28

ไม่มีใครตอบคำถามเรื่องความรักให้เราได้ครับ
เขาอาจจะให้คำตอบมาบ้าง
แต่นั่นคือทัศนคติที่เขามีต่อความรัก
ทำให้คำตอบเรื่องความรัก ไม่เคยมีถูกผิด
มีแต่คำถามปลายเปิดที่นำพาเราไปสู่คำถามข้อต่อไป

((ผู้ชาย ลืมง่ายกว่าผู้หญิงไหมไครับ))

#9 By AkE on 2006-07-03 12:45

เบน ลมที่น่ารักของฉัน

ชอบใจจริง อาจจะมาจากเหลียวซ้ายเหลียวขวาก็ได้
เบนต้องดีขึ้นและเบนต้องกลับมาได้ เชื่อดิฉัน
พยายามรักษาใจอย่างดีที่สุด และฉันจะหายดี
งดงามเหมือนชีวิตที่หล่นหายงอกเงยเป็นต้นไม้น้อยๆตรงรายทางทีเดียว
เบนก็ควรจะเป็นเช่นนั้นเช่นกันย่ะ
ลุงหนวด

แนะนำ โยเกิร์ต สตอร์เบอรี่ของเมจิ
สตอร์เบอรี่เยอะมาก สะใจ ฮ่ะ ฮ่ะ

คุณ Highwind

ฉันเพิ่งอ่านเจอคำจากหนังสือแล้วชอบใจมันนัก
ยกมาแบ่งให้อ่าน
"
"ความจริงจังนั้นเชื่อมโยงไปถึงความเชื่อใจ และความเชื่อใจเป็นองค์ประกอบอันยิ่งใหญ่ของความรัก ดังนั้นคนจริงจังจึงมักรู้จักความรักดีกว่าคนที่เร่าร้อนด้วยอารมณ์" จากหนังสือ "แล้วฉันจะกลับมา"

มาจาก Image เล่มล่า ไม่แนะนำให้อ่าน
เพราะมันอบอวลไปด้วยเรื่องรักเสียจริงๆ

คุณ พียง

เมื่อก่อนฉันชอบฟังเรื่องรัก
ใครเผลอมาเล่าให้ฟังมันจะกลายเป็นเรื่องรักหวานแหววในรวมเรื่องสั้นของฉัน
ฉันเพิ่งบ่นกับเพื่อนว่าช่วงน้ ฉันเขียนเรื่องรักได้ไม่ฉ่ำ
..เรื่องรักใหม่ๆที่เขียนอารมณ์ทีรามิสึที่คนขี้เหนียวคาลัวร์ทำ
หวานแปลกๆปะแล่มๆเหมือนหวานซัคคาริน อะไรแบบนั้น

คุณ มนุษย์ดาวบูน

บางทีความรักมันอาจจะเหมือนกะทะไฟฟ้า
หาไม่เจอเวลาที่ต้องการ และเมื่อหาเจอเราก็ไม่ต้องการมันเสียแล้ว
คุณโชคดีนะคะ ที่เจอกะทะไฟฟ้าทันเวลาที่กำลังต้องการพอดี
เราต่างเป็นเงาของกันและกัน
ชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ
อืม...ยังมีอีกบทค่ะ
ที่พระเอกพูดน่ะแต่ฟาจำไม่ได้
ชอบมากเลย
ขอบคุณพี่เรียลที่ทำให้คิดถึง
หนังเรื่องนี้อีกครั้ง

#13 By sofa on 2006-07-05 12:46

รบกวนค่ะ อยากได้ VCD หรือ DVD เรื่อง the joy luck club จะนำไปสอนหนังสือ แต่ไม่รู้จะไปหาซื้อหนังเรืองที่ที่ไหน ช่วยแนะนำด้วยนะคะ ที่
palazzo1@hotmail.com

ขอบคุณค่ะ
หม่าว

#14 By หม่าว (203.156.37.153) on 2007-07-09 13:34

สวัสดีครับผมบังเอิญเลี้ยวขวาผ่านมา
มาเอาตอนนี้ไม่รู้จะช้าไปไหม แต่อ่านแล้วมันอดไม่ได้ที่จะเขียนอะไรบ้างจริงๆ

ผมเองก็ชอบ จิมมี่ เหลียว และชอบเรื่องนี้ทั้งหนังสือและหนังฉาย นอกจากชอบแล้วผมเองยังเชื่อด้วยนะ เชื่อในสิ่งที่เรื่องนี้เล่า เชื่อว่าพวกเขาต่างเป้นเงาของกันและกัน....ถึงแม้เวลาพูดถึงเรื่องนี้ทีไรจะถูกหาว่างี่เง่าทุกที ผมก้ยังเชื่อว่าทุกคนต้องมีคนที่คุ้นหน้ายังไงชอบกลให้ได้เจอสักวันแน่นอน

ปล. ผมเองก็แซ่เหลียวเหมือนคุณจิมมี่ เลยแอบนับญาติให้แกเป็นคุณลุงของผมไปเรียบร้อยแล้ว :)

แล้วผมจะแวะมาอ่านจดหมายฉบับใหม่ๆอีกนะครับ

#15 By BLe (58.10.87.53) on 2007-08-11 10:30