จดหมายฉบับที่ 23 : คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ
posted on 28 Jun 2006 10:46 by junnie in Thai-books
สวัสดีนุ่น
น้าจูนกลับไปดูบันทึกของตัวเองพบว่า
..น้าจูนอ่าน"สดับลมขับขาน"จบโดยใช้เวลา 8 วันก่อนนอน
โดยเฉลี่ยน้าจูนใช้เวลาประมาณวันละ 1-2 ชั่วโมงอ่านหนังสือก่อนนอน
หนังสือ"สดับลมขับขาน"หนา 144 หน้า น้าจูนใช้เวลาอ่านทั้งหมด 16 ชั่วโมง
คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ หนา 544 หน้า
น้าจูนกดเครื่องคิดเลขมาแล้ว
น้าจูนควรใช้เวลาประมาณ 60 ชั่วโมง ในการอ่านคาฟกาให้จบ
...คิดเป็นเวลา 30 วัน โดยใช้เฉพาะเวลาก่อนนอน
แต่เปล่าเลย น้าจูนอ่านหนังสือเล่มนี้จบภายในเวลาหนึ่งคืน
ใช่แล้ว รวดเดียวในหนึ่งคืน
อืม แม้ว่าเวลาเราไม่ได้นอนให้เพียงพอ
...มันจะทำให้วันต่อมาดูล่องลอยเหมือนอยู่ในความฝันไม่รู้จบ
แต่น้าจูนคิดว่ามันคุ้มค่ากับการได้เสพหนังสือเล่มนี้ผ่านค่ำคืน
หนังสือของนักเขียนอย่างมูราคามิให้รสที่แปลกปร่า อธิบายรสไม่ถูก
เหมือนอาหารบางอย่างที่เราลองชิมคำแรกแล้วอยากคายทิ้งเมื่อลิ้นไปสัมผัส
...แต่หากเราลองเคี้ยวแล้วกลืน เราก็จะอยากเริ่มต้นคำต่อไปซ้ำแล้วซ้ำอีก
น้าจูนชอบเรื่องที่เขาเขียนด้วยรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่าชอบเพราะรักหรือชอบเพราะชัง
คงเหมือนเวลาที่เรามีความรัก
...เราจะสามารถรักในสิ่งที่เราชอบและสิ่งที่เราเกลียดได้พร้อมๆกันอย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อน้าจูนอ่าน Kafka on the shore หรือในชื่อไทยว่า คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ จบในตอนย่ำรุ่ง
แทนที่น้าจูนจะรีบเข้านอนเพราะเหลือเวลานอนอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงจนถึงเวลาทำงาน
หนังสือเล่มนี้กลับพาความคิดน้าจูนเพริ่ดไปไหนต่อไหนอีกไกล
น้าจูนคิดถึงหนังสืออย่าง"เมืองแก้ว"กับ"สายสัมพันธ์"ของ SP.Somtow
(รู้สึกพิมพ์ครั้งหลังๆ"สายสัมพันธ์"จะเปลี่ยนชื่อเป็น"สุสานใต้ดวงดาว")
คิดถึงโลกคู่ขนานของ โจนาธาน บาร์ค ใน "One"
และคิดไปถึง "Alice in wonderland"
เปล่าหรอกจ๊ะ น้าจูนไม่ได้หมายความถึงพวกเขาลอกงานของใครหรืออะไร
แต่น้าจูนเริ่มคิดว่า มีผู้คนมากมายตะหนักถึงการมีอยู่
...ของบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด
นึกออกไหม "รู้สึก" แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร
ย้อนกลับถึงบรรดาหลักจิตวิทยาต่างๆด้วยซ้ำ เพียงแต่กรอบทำให้เราคิดไม่ออกว่ามันคืออะไร
ในหนังสือเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่เราไม่อาจจะเข้าใจ
เหมือนผู้คนในโลกกลมๆที่ไม่ได้เป็นทรงกลมสมบูรณ์อย่างในรูปจำลอง
เราต่างก็หลากหลายในแต่ละมนุษย์
แม้บางมนุษย์จะทำให้เราต้องหลบสายตาหรือเบือนหน้าหนี
เพราะระบบการรับรู้เดิมของเราระบุว่าสิ่งนั้นผิดปกติ
แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ไม่มีเขาเหล่านั้นบนโลกเดียวกับเรา
ขอยกประโยคที่ชอบใจมาฝากสักนิดเถิด
เพราะเมื่อแรกที่น้าจูนหกล้มนั้น น้าจูนใช้มันนำชีวิตอยู่พักใหญ่
"แต่ละคนรับรู้ความเจ็บปวดตามแบบของตน
แบกแผลเป็นตามวิธีของตน" (1)
บางทีการอ่านและการได้เขียนเป็นวิธีเยียวยาตามแบบของน้าจูน
และเชื่อได้ว่าเมื่อเราหายดีด้วยการเยียวยาตามแบบฉบับของเราเอง
มันจะเป็นรอยแผลที่สวยงามเหมือนเหรียญตรา
...หาใช่รอยเน่าหนองที่พร้อมจะเจ็บปวดเสมอเมื่อแตะต้องไม่
บางครั้งเราต้องผ่านความเจ็บปวดบ้างระหว่างทางของชีวิต
เราไม่ได้เจ็บปวดเพื่อสูญเสียตัวตนของเราไป หากแต่เพื่อการเติบโตทางความคิด
แม้ว่าน้าจูนจะเล่าเรื่องของตัวเองผ่านจดหมายถึงนุ่นไปบนรอยซ้อนของอักษร
เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าบนหนทางแห่งการเยียวยา มีเรื่องราวมากมายให้เก็บเกี่ยว
ไม่รู้ว่าได้บอกนุ่นหรือยังว่า น้าจูนดีใจนะที่เราได้รู้จักกัน
น้าจูนดีขึ้นมากจริงๆ และยังคงเขียนจดหมายถึงนุ่นต่อไปไม่เปลี่ยน
วันก่อนเจอกันในโปรแกรมเจรจา
นุ่นถามน้าจูนว่าเมื่อไหร่จะกลับมาเขียนจดหมายรักฉบับใหม่ๆ
อืม แม้ว่าตอนนี้น้าจูนจะยืนได้มั่นแล้ว
แต่ยังไม่สามารถกอบกู้ความเชื่อว่าความรักนั้นมีอยู่จริงในโลกกลับมาได้แม้แต่นิดเดียว
คนที่ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยหัวใจแห้งผาก ยากที่จะเขียนจดหมายรักได้นะนุ่น
เอาเป็นว่าช่วงนี้จะเอาจดหมายรักฉบับเก่าขึ้นมาจากในโพรงมาให้อ่าน หวานๆไปพลางๆ
เพื่อนบางคนบอกน้าจูนว่าวันที่เราหายดีมีอยู่จริง
น้าจูนหวังว่าตัวเองจะกลับมาเขียนจดหมายรักได้
และหวังว่านุ่นคงได้อ่านจดหมายรักฉบับใหม่ๆในเร็ววัน
จนกว่าจะหายดี
น้าจูน
คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ เขียนโดย Haruki Murakami แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 สนพ.แม่ไก่ขยัน (1) น.214
(ผู้หญิงคนนี้หลีกเลี่ยงการอ่านคำนิยมใดๆก่อนอ่านหนังสือจบจ้า)
สำหรับแผลเป็น .. ฉันว่าเราควรจะมีความสุขที่จะมีมันอยู่บนร่างกาย
แม้ว่าสาเหตุมันเกิดจากบาดแผลซึ่งก่อให้เกิดความเจ็บปวด .. อาจโดยตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้งใจ
แต่อย่างน้อย .. มันก็เป็นเครื่องย้ำเตือนที่ทำให้เราได้รับรู้ว่า ..
เรายังมีความหลังให้ได้เรียนรู้และจดจำ .. ซึ่งฉันว่ามันดีกว่าชีวิตที่ว่างเปล่าเป็นไหนๆ
ปล. เป็นกำลังใจให้เสมอเช่นเคย :-)
#1 By PeAcH_a_Ja on 2006-06-28 11:33