สวัสดีนุ่น

วันนี้น้าจูนตื่นแต่เช้าตรู่ ออกมาเดินเล่นในสวนรกๆหน้าบ้าน
รู้สึกดีที่เหมือนตามหาหัวใจที่ทำหล่นหายเจอ หลังจากทำหายบ่อยๆในช่วงนี้
สงสัยต้องเอาใส่กระเป๋ากระโปรงแล้วเอาหนังสติ๊กรัดจากข้างใน
..เหมือนเวลาเราทำกับเศษสตางค์ที่แม่ให้ไปโรงเรียนตอนเด็กๆไม่ให้หล่นหาย

ได้เดินดูต้นไม้แล้วนึกถึงคำพูดของเพื่อนบางคนที่บอกกับน้าจูนไว้ว่า

"...หัวใจไม่ใช่แก้วบางที่ตกแตกแล้วหมดหนทางแก้ไข
แต่เป็นต้นไม้ที่มีความหวังจะผลิกิ่งใหม่ได้เสมอแม้กิ่งก้านจะหักพังหลังพายุฝน"

คงจะจริงของเธอ ต้นไม้ในสวนสดชื่นหลังจากฝนเมื่อคืนที่ผ่านมา
จริงๆแล้วน้าจูนมีแผนในใจที่จะหารังนกที่สวนในบ้านมาประกวดกับ"หล่อน"
"หล่อน" เธอไปเจอรังนกในอดีตของขวัญที่เธอทำให้พี่ชาย
วันไหนที่สงขลาฝนตก ใจน้าจูนก็ห่วงนกของเธอไปเสียอย่างนั้น
พอเห็นเธอโผล่หน้ามาเรียกในโปรแกรมเจรจาทางตัวอักษร
คำถามจึงเป็น

"นกเป็นอะไร"

หลังจากหัวเราะขำความสงสัยของตัวเอง ให้นึกคุ้นกับเรื่องที่เกิด
แต่จำไม่ได้ว่าเคยอ่านเจอเรื่องคล้ายๆกันที่ไหน
เรื่องที่บ้านของ"ใคร"มีรังนกแล้วโดนเพื่อนๆกระหน่ำโทรมาถามถึงนกในรังเมื่อฝนฟ้าคะนอง
จนกระทั่งได้ยินชื่อหนังสือ"สวยสดและงดงาม"จากตัวอักษรของเพื่อนอีกคนเมื่อวานนี้
จึงไปค้นหนังสือของตัวเองมาอ่านซ้ำ
อ่ะฮ้า เจอแล้ว น้าจูนอ่านเรื่องที่คล้ายๆกันจากปลายปากกาของ 'ปราย พันแสง นี่เอง

จำได้ว่าตอนน้าจูนจะซื้อหนังสือเล่มนี้ เพื่อนน้าจูนที่ไปด้วยกันท้วงว่า
...หนังสือเล่มนี้รวมเรื่องที่น้าจูนมีแล้วในเล่มอื่นๆ

"ช่างชั้น นี่มันรวมเรื่องต้นไม้โดยเฉพาะเลยนะแก"

"กะเดี๋ยวแกก็จะหอบหิ้วชั้นไปร้านต้นไม้อีกสิ
ชั้นอายคน คราวก่อนแกไปถามซื้อต้นพวงชมพู พอเขาถามแกว่าเอาแบบไหน
แกก็บอกเค้าว่า เอาแบบที่เมล็ดเป็นรูปหัวใจ"

"ช่างชั้น ชั้นชอบของชั้น"

หากเขาจะยกให้น้าจูนเป็นช่างอะไรสักอย่าง น้าจูนคงเป็น"ช่างชั้น"
น้าจูนออกจะชอบเธอเป็นพิเศษ
แอบรักนักเขียนอย่างปรายอยู่ห่างๆ
ไม่ค่อยนึกใฝ่ฝันว่าจะต้องไปพบตัวจริงของเธอให้ได้
น้าจูนมีหนังสือของเธอไปทุกเล่ม จนเริ่มคุ้นว่าเธอคือ จ่าแจ๋ว นั่นเอง

แม้แต่บล็อก"ฉันรักจดหมายรัก"ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสืออย่าง"จดหมายรัก"ของเธอ

เมื่อคืนที่น้าจูนคิดว่ามันคงจะไม่ดีนัก กลับผ่านไปง่ายดายพร้อมกับหนังสือเล่มนี้
และตื่นมาดูต้นไม้ดอกไม้ในสวนแต่เช้าตรู่ชนิดหมาที่บ้านยังประหลาดใจ

น้าจูนชอบต้นไม้ แต่เป็นคนชนิดที่เรียกว่า"คนมือร้อน"
ปลูกอะไร มันจะแคระแกร่นไปหมด
(อันที่จริงมันอาจจะเป็นข้ออ้างที่จะหาต้นไม้มาใส่บ้านโดยปัดภาระการดูแลไปให้พ่อ
...ที่น้าจูนมัดมือชกยกตำแหน่ง"คนมือเย็น"ประจำบ้านให้)
ที่บ้านมีต้นไม้ที่น้าจูนชอบหามากองๆไว้จนพ่ออดรนทนไม่ได้เอาไปลงดินให้เต็มไปหมด
สำรวจดูว่าตัวเองมีต้นไม้เหมือนในหนังสือ"สวยสดและงดงาม"ครบหรือยัง
นกที่บ้านน้าจูนท่าทางจะฉลาดและเจ้าเล่ห์ พากันไปรังกันที่สูงๆ
...ทำให้น้าจูนอดขึ้นไปแอบดูลูกนกอย่าง"หล่อน"

ช่วงเช้านี้ทั้งเช้า น้าจูนหมดเวลาไปกับการทบทวนความรู้เรื่องพฤกษศาสตร์ของตัวเอง
เพิ่งนึกออกว่าตัวเองชอบวิชาอย่างเภสัชเวทย์และเภสัชพฤกษศาสตร์แค่ไหน
เราเรียนเรื่องต้นไม้ตั้งแต่ส่วนประกอบของพืช
ภาษาละตินที่เป็นชื่อของสกุล วงศ์ ล้วนแต่มีความหมายทั้งสิ้น
พืชแต่ละชนิดจะมีชื่อวิทยาศาสตร์เป็นของตัวเองและไม่ซ้ำซ้อนกันเลย
และชื่อวิทศาสตร์ก็คล้ายกับชื่อคน ที่มีชื่อและนามสกุล
บางทีน้าจูนคิดว่ามันเหมือนภาษาในบทกวี อย่าง หทัยแปลว่าใจ กรแปลว่ามือ
...ภาษาในชื่อวิทยาศาสตร์ก็เป็นเช่นนั้น
อย่างเช่น alba แปลว่า ขาว indica แปลว่า อินเดีย
เราจะแอบรู้จากชื่อนิดหน่อยว่าพืชพบที่ไหน มีสีอย่างไร
แถมการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์เป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผน
ใช้ตัวเอียงสวยงามแบบที่น้าจูนชอบ

ฟังๆดูเหมือนจะน่าเบื่อ แต่เป็นวิชาที่น้าจูนขยันเรียนมากที่สุด
บางวันเราจะได้ไปเดินเล่นในสวนสมุนไพรเล็กๆข้างคณะ
...ดูต้นไม้ที่มีชื่อเรียกเล่นว่า"ลิ้นฟ้า"เพราะต้นสูงใหญ่จนเกือบถึงฟ้ากระมัง
เมล็ดของมันที่ดูเหมือนลิ้นสีขาวและเป็นเมล็ดชนิดพิเศษที่พามันบินไปได้ไกลๆ
และในสวนสมุนไพรก็มีผลไม้ที่นักศึกษาหมายปองอย่างชมพู่มะเหมี่ยว
บางทีก็อุตส่าห์ปีนขึ้นไปเก็บทั้งๆที่ใส่กระโปรง แม้ชมพู่มะเหมี่ยวยังไม่สุกเต็มที่
...แต่ผลไม้ต้องห้ามดูหอมหวานเสมอในความคิด
มันจึงโดนแอบเก็บมากินให้ขมให้ฝาดเสียอย่างนั้น
ให้สมกับที่ลอยหน้าลอยตาอวดพวกเราในชั่วโมงเรียนดีนัก

น้าจูนได้เห็นการใช้งานจริงๆของสมุนไพรในวิชา Traditional Medicine
โดยอาจารย์ปล่อยให้เราคิด วางแผนและนำไปใช้จริงๆ
และเห็นว่ามันก่อประโยชน์ให้ผู้ที่ได้รับจริงๆ เราต้องทั้งอธิบายให้ผู้ใช้เข้าใจ
ปรับสูตร เตรียมสูตรยาใหม่ และไปสำรวจผลการใช้อีกครั้ง
เป็นการผนวกกันทั้งศาสตร์และศิลป์
และวิชาเลือกเล็กๆวิชานี้
ทำให้น้าจูนมองเห็นความงามความงามในชีวิตของวิชาชีพ
ที่บางครั้งเกิดจากที่เราได้เป็นผู้ให้และการได้รัก
...ไม่ใช่เพียงเป็นผู้รับและการถูกรักหรอก

น้าจูนคิดเสมอว่า
ในศิลปศาสตร์มีวิทยาศาสตร์และในวิทยาศาสตร์ก็มีศิลปศาสตร์
โลกไม่สามารถแบ่งแยกศาสตร์ทั้งสองชนิดได้อย่างชัดเจนหรอก
และหนังสือเล็กๆบางเล่ม
...ที่น้าจูนไม่เคยคิดว่าจะกลายร่างเป็นเรือยางขนาดใหญ่ในคืนหนึ่ง
จะพาเราล่องราตรีและหลับไหลได้อย่างง่ายดายกว่าที่คิด

อยากให้นุ่นได้อ่านหนังสือเล่มนี้
...แล้วนุ่นจะชอบหนังสือเล่มนี้และคิดอยากหาเล่มอื่นๆของเธอมาอ่าน

น้าจูน

เย๊ ได้อ่านก่อนอัพลงบล็อกอีก เย่

#1 By no one on 2006-06-18 21:23

#2 By PeeYong \-_-> on 2006-06-18 22:49

ที่บ้านเคยมีรังผึ้งค่ะ เคยมีผึ้งอยู่เต็มรัง แต่ตอนนี้ไปที่อื่นกันหมดแล้ว
เวลาฝนตกก็จะนึกห่วงผึ้งขึ้นมาทันที จะเป็นอะไรมั้ยนะ
ครั้งนึง ฝนตกหนักมาก ทนไม่ไหวจนต้องออกไปดูว่าพวกผึ้งเป็นอะไรกันมั้ย
ถึงได้เห็นกับตาว่า แม้แต่ผึ้งก็ยังสามัคคีกัน
ทุกตัวเกาะอยู่รอบรัง ไม่ขยับไปไหน ปกป้องรังกันอย่างเต็มที่
ดูแล้วเป็นภาพที่ประทับใจมาก
ขนาดผึ้งตัวเล็กๆ ยังไม่ย่อท้อต่อพายุฝน แ
ล้วมนุษย์อย่างเรา จะย่อท้อต่ออุปสรรคได้อย่างไร

#3 By on 2006-06-19 11:27

ไปค่ะ
ไปๆ

#4 By walk my own way ^^ on 2006-06-19 13:18

สวัสดีครับ ดีใจที่บ้านกลับมาสู่ความสงบเรียบร้อยอีกครา
คุณแม่ผมท่านรักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ
ช่วงนี้ท่านว่า พื้นที่ในแนวราบหมดแล้ว
เพราะท่านลง ลั่นทมไว้ 4 ต้น หน้าบ้าน
มะยม มะม่วง เข็ม พุด แก้ว อะไรสารพัด
ต้นเป็นไผ่ ใบเป็นมะยม ออกลูกเป็นมะละกอ
ล่าสุดก็ยังไม่หยุดยั้ง
คราวนี้ใช้พื้นที่ในแนวดิ่ง
กล้วยไม้ค่อยๆคืบคลานมาเยือนเสียแล้ว
แต่เห็นท่าทางปลื้มเอามากๆก็ได้แต่ขำ
ดีเหมือนกัน
มีสวนป่าส่วนตัวหน้าบ้าน
มีนก แอบมาเล่นน้ำที่อ่างบัว
บางตัว หลังฝนตกก็มาอาบน้ำที่ต้นมะยม ด้วยการบินระกิ่งมะยมที่มีน้ำค้างไปมา
น่ารักดีครับ

ตอนนี้ทราบว่าคุณ ปราย พันแสง ออกมาจาก work point แล้ว
เธอออกมาทำนิตยสารของเธอเองชื่อว่า free form
อ่านแล้วเพลิดเพลิน ดีครับ
ตอนนี้ออกมาแล้ว 2 เล่ม
ทางโน้นได้เห็นไหมครับ
อ่านแล้วประทับใจมากค่ะ
ดีใจ และขอบคุณทุกคน ณ ที่นี้เลย
ขออนุญาตนำจดหมายน้าจูนไปลงบล็อกหน่อยนะคะ พอดีกำลังลองทำบล็อกที่รวบรวมงานเก่าๆ ของตัวเองเอามาไว้ให้คนที่สนใจได้อ่านกันค่ะ

เลยอยากให้ใครๆ ได้อ่านจดหมายน้าจูนฉบับนี้กันเยอะๆ

ส่วนคุณคนที่เลือกทางเดินเอง
ต้องขอบคุณอย่างๆ ด้วยเช่นกัน ที่อ่านฟรีฟอร์มด้วย ดีใจค่ะ ดีใจ

#6 By 'ปราย พันแสง (58.8.71.109) on 2006-07-15 21:48