สวัสดีนุ่น

ที่สงขลาฝนตกทุกวันเลย
นุ่นเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ หวังว่าคงยังสบายดี

เมื่อวานตั้งใจจะมาเขียนจดหมายถึงนุ่นแต่ก็ไม่ไหว
เนื่องด้วยยาลดน้ำมูกทำให้เกิดอาการงุนงง เบลอๆ
(กำลังตามอ่านบล็อกคนอื่นๆอยู่ว่า
น้าจูนไปเขียนคำฝากรักไว้ในบล็อกใครบ้างหรือเปล่า
ถือเป็นโมฆะนะคะ เป็นการกระทำที่เกิดภายใต้ฤทธิ์ของยาลดน้ำมูก
คงต้องรบกวนให้มาอยู่ใกล้ๆ
แล้วจะกระซิบตรงข้างหูใหม่อีกครั้งค่ะ)

ตื่นมาวันนี้ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ทานยาลดน้ำมูกและเปลี่ยนชนิดของยาแก้อักเสบ
เพราะชนิดที่กินอยู่ทำให้อาเจียนตลอดเวลา
สงสัยน้าจูนจะไวกับผลข้างเคียงของยามากเกินไปหน่อย


พอบ่ายๆอาการดีขึ้นเยอะเชียวจ๊ะ ลุกขึ้นมาเขียนจดหมายจริงๆไปหนึ่งฉบับ
...และมาพิมพ์จดหมายหานุ่นในช่องว่างของอากาศที่นี่
ด้วยน้ำมูกที่หยดดึ๋งเหมือนโบจังเพื่อนที่ชินจังสนิทด้วย
(ส่วนโบจังจะสนิทกับชินจังหรือเปล่านั้น
น้าจูนไม่อาจทราบได้ คนเขียนไม่ค่อยแจกบทพูดให้โบจังเอาเสียเลย
...โบจังจึงได้แต่เดินควงน้ำมูกไปมาอยู่ในหนังสือการ์ตูน)

หลังจากที่ได้รับจดหมายเมื่อสองวันก่อน
น้าจูนหมายมั่นปั้นมือมากว่าจะต้องตอบจดหมายและโปสการ์ดทั้งสองฉบับให้จงได้
แต่ไม่ได้เขียนจดหมายมานานมาก
จนกระทั่งจำไม่ได้ว่าตัวเองเอากระดาษลายงามๆที่ซื้อเก็บไว้ไปไว้ที่ไหน
จึงคิดว่าออกไปซื้อใกล้ๆแถวหน้ามหาวิทยาลัยคงจะมี
ที่ไหนได้ กระดาษเขียนจดหมายที่ต้องตาต้องใจหาแทบไม่ได้

สมัยน้าจูนเป็นวัยรุ่น ร้านกิ๊บชอปแถวโรงเรียนจะมีกระดาษเขียนจดหมายเนื้อดีให้เลือกเยอะมาก
บางทีราคาอาจจะแพงสักหน่อย แต่น้าจูนก็ไม่ได้ซื้ออะไรฟุ่มเฟือยมาก
เงินค่าขนมที่เก็บสะสมก็หมดไปกับกระดาษเขียนจดหมาย
สมุดเล่มเล็กๆลายหวานๆไว้เขียนกลอน และหนังสืออ่านเล่น

น้าจูนชอบเขียนจดหมายมาแต่ไหนแต่ไรอย่างที่เคยเล่า
แต่วันนี้ออกไปหากระดาษเขียนจดหมายแบบที่ชอบไม่มีเสียแล้ว
มีแต่กระดาษไม่สวย สีไม่งาม ที่ทำให้เขียนจดหมายไม่ลง
เหมือนความสำคัญของกระดาษเขียนจดหมายและสมุดเล่มเล็กๆพวกนั้นน้อยลงไปทุกที
หวั่นใจเหลือเกินว่าสักวันจดหมายจะสูญหายไปจากโลก

ใจจริงพยายามตั้งใจว่าจะลดความซับซ้อนของตัวเองลง
ด้วยการทำอะไรที่มันง่ายๆ ไม่คิดมากมาย
ไม่เอาเรื่องอะไรไปซ่อนไว้หลังเรื่องอะไรอีกแล้ว
แต่เรื่องของ"ภาชนะของตัวอักษร" น้าจูนยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้
(แม้ว่าน้าจูนลายมือจะไม่สวย แต่คงดูดีขึ้นบ้างบนกระดาษที่สวย)
เมื่อหากระดาษได้ไม่ต้องใจ
เราก็ต้องทำให้มันต้องใจเราด้วยการวาดลายเอง
จริงๆก็ไม่มั่นใจในฝีไม้ลายมือของตัวเองนัก
...แต่ฉายา"ไอ้ดื้อ"เป็นของน้าจูนเสมอ

หากนุ่นมีโอกาสจะได้ลองทำอะไรสักอย่างในชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ดนตรี กีฬา ศิลปะ
เป็นคนกล่าวคำทักทายกับเพื่อนเงียบๆสักคนในห้องก่อน
หรือแม้แต่หยุดมองดอกไม้เล็กๆตรงริมทาง ว่ามันงดงามแค่ไหน
อย่าหลงลืมและอย่าละเลยมัน
เมื่อความกลัว ความรีบเร่งเข้ามาครอบงำชีวิต
หากสิ่งนั้นไม่ผิดกับความรู้สึกของนุ่น
ไม่ทำให้ใครรอบข้างเสียใจและไม่ทำร้ายหัวใจของคนอื่น

จงอย่าปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอย
และพร่ำบ่นกับตัวเองว่า
..มันเร็วเหลือเกิน มันผ่านไปเร็วเหลือเกิน
เพราะน้อยครั้งนักที่โอกาสจะหมุนผ่านมาถึงเราเป็นครั้งที่สอง

แล้วน้าจูนก็ทดลองทำลายจดหมายด้วยตัวของตัวเอง
อืม สีน้ำกับกระดาษบางๆไม่ค่อยไปด้วยกันสักเท่าไหร่นัก
แต่คิดว่าน่าจะก็ดีกว่ากระดาษพวกนั้นที่น้าจูนไปดูมา
คาดว่าคราวหน้าจะทดลองเทคนิคภาพพิมพ์ด้วยยางลบที่แกะด้วยคัตเตอร์

มิตรรักนักจดหมายจะทราบกันดีว่า
จดหมายเดินทางรอนแรมมาพร้อมตัวหนังสือที่หนักอึ้งและเต็มไปด้วยความรู้สึก
อาจจะเดินทางช้ากว่าอีเมลล์ที่คลิ๊กเดียวก็ถึงผู้รับภายในพริบตา
แต่เราก็สูญเสียช่วงเวลาที่พิถีพิถันอ้อยสร้อย
ระหว่างที่เราเลือกกระดาษที่คิดว่าจะเหมาะกับคนที่รับไหม
เลือกปากกาด้ามที่เขียนแล้วคิดว่าลายมือเราจะสวยที่สุด
เชื่อไหมว่า มีมิตรรักนักจดหมายของน้าจูนสารภาพว่า
...เธอต้องร่างจดหมายขึ้นมาก่อนจะเขียนฉบับจริง
เพื่อจะได้ไม่มีรอยขูดลบขีดฆ่าหรือเปื้อนลิควิดเปเปอร์ในจดหมายของเธอ
นอกจากนั้นแล้วการเขียนจดหมายยังเป็ยวิธีที่ดีที่จะทบทวนตัวเอง
เรียบเรียงเรื่องราวเมื่อชีวิตเกิดเหตุอลหม่านที่หาต้นสายปลายเหตุไม่ถูก
และบางจดหมายก็สามารถนำพาความรัก ความปรารถนาดีไปถึงที่หมายได้ครบถ้วนกว่า

แล้ววินาทีที่เรารับรู้ว่ามีจดหมายส่งมาถึง มันให้ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
บางคนที่ได้รับจดหมายส่วนตัวที่ส่งไปยังที่ทำงาน
...มักจะเก็บรอยอมยิ้มในใบหน้าได้ไม่มิด
หากงานไม่ยุ่งนักเราจะแอบหลบไปค่อยๆบรรจงแกะซองไกลตาผู้คน
เพื่อที่จะได้ยิ้มได้เต็มหน้าเต็มตายามอ่านจดหมาย
ส่วนอ่านจบแล้วจะยิ้มออกหรือไม่นั้น
ล้วนแต่เป็นหน้าที่ของตัวอักษรถ่ายทอดเนื้อความสื่อสาร

น้าจูนแนะนำนุ่นอีกอย่างว่าเมื่อเราได้รับจดหมาย
วิธีแกะที่ดีที่สุดเท่าที่ลองทำมา
คือการค่อยๆเคาะจดหมายให้ไปอยู่ด้านใดด้านหนึ่งก่อน
จากนั้นค่อยใช้คัตเตอร์คมๆกรีดเบาๆ ตรงด้านตรงกันข้าม
การแกะตามรอยติดเดิม มักจะทำให้"ขนมหวานของชีวิต"เรารุ่งริ่ง
และนึกขำความใจร้อนของตัวเองในวัยเด็กเมื่อหยิบมาอ่านซ้ำตอนโต

แม้ว่าจดหมายจะใช้เวลาในการเตรียมการเขียนและการเดินทางมากอยู่สักหน่อย
แต่จดหมายก็เป็นตัวหนังสือจริงๆบนกระดาษจริงๆนั้น
ให้ความรู้สึกหวานชื่นได้ทุกครั้งที่เอามาอ่านซ้ำ

...อยากให้คนหันมานิยมเขียนจดหมายกันเยอะๆ

ตัวหนังสือจะได้เดินทางออกกำลังกายเสียบ้าง
และการเขียนจดหมายเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวัน
ก็เป็นบันไดขั้นแรกๆของนักอยากเขียน
แม้แต่นักวิทยาศาสตร์เอกของโลกอย่างไอสไตน์ ก็เขียนจดหมายรักเช่นกัน

มาออกแรงนิดหน่อย ให้ตัวหนังสือเดินทางกันเถอะจ๊ะ

น้าจูน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ซ่อนอีเมลล์ให้แล้วนะจ๊ะ
เดี๋ยวจะส่งที่อยู่ไปให้ทางอีเมลล์นะพีช

ตื่นเต้นจัง ตัวหนังสือกำลังจะเดินทาง
ยินดีค่ะ...

ปล.ว่าแต่ snow ball คือไรคะ
ชอบจดหมายนะคะ
ทั้งในฐานะผู้ส่งและผู้รับ
...
เป็นโรคนี้เหมือนกัน คืออดใจไม่ได้เวลาเห็นกระดาษเขียนจดหมายลวดลายน่ารักถูกใจจะต้องซื้อเก็บไว้
พอจะเขียนหาใครทีก็จะเอาออกมาเลือกว่าคราวนี้จะใช้อันไหนดีนะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขดี
พักนี้ไม่ค่อยได้เขียนจดหมายบ่อย ๆ แต่หันมาส่งเป็นโปสการ์ดแทน ก็ยังมีความสุขกับการเลือกโปสการ์ดอยู่ ถ้าว่างหน่อยหรือในโอกาสพิเศษก็ลงมือทำเองหนักเข้าก็ลามไปถึงการเลือกแสตมป์ให้เข้ากับโปสการ์ด
การได้ชลอชีวิตตัวเองลงหน่อยและได้จดจ่อ พิถีพิถันกับบางสิ่งทำให้สบายใจขึ้นเยอะจริง ๆ นะคะ
และการได้เห็นตัวอักษรเป็นลายมือบนกระดาษเดินทางมาถึงเราก็ให้ความรู้สึกอุ่นใจดีเหลือเกิน
...
อืม... จะเร็วไปไหมถ้าจะให้ตัวหนังสือเดินทางไปหา
...
อ้อ หายหวัดเร็ว ๆ นะคะ

#5 By ระหว่างทาง on 2006-05-24 21:01

ขอบคุณคร้าบ
เราซ่อนให้แล้วน้า
ส่วนที่อยู่เราจะเดินทางไปกะจดหมาย
แต่ถ้าตอนนี้ยังดูบล็อกอยู่ก็บอกได้นะคะ
จะได้ให้ไว้เลย

#6 By ระหว่างทาง on 2006-05-24 21:16

การเขียนจดหมายน่ารักๆซักฉบับนี่ละเอียดอ่อนกว่าที่คิดแฮะ

#7 By PeeYong \-_-> on 2006-05-24 23:01

ตัวหนังสือเดินทางครั้งสุดท้าย
และมาถึงแล้วจากเสม็ด
บอบช้ำเล็กน้อย
เรื่องราวที่เขียน ดูสมบูรณ์กว่า
เมื่อมันได้เดินทางผ่านการเวลา
จากสถานที่หนึ่งที่เป็นต้นทาง
สู่ปลายทาง
ดูตู้ปณ.เราจะหายเหงาไปอีกระยะ

#8 By อากาศกวี on 2006-05-25 00:00

รอคอยด้วยใจจดจ่อ เมื่อเห็นความตั้งใจ

เห็นด้วยกับตัวหนังสือเปื้อนหมึก

เรามาฝนวิทยายุทธกันเถอะครับ ส่งจดหมายถึงกันดีกว่า

แต่ผมวาดรูปไม่เป็นะฮะ

ดีใจที่รู้ว่าจดหมายผมมีรูปก้อนเมฆ เข้าคอนเซปต์ พายุ

รักษาสุขภาพใจนะครับ

ผมหายแล้ว

แม้อาจตายได้ด้วยสิ่งที่ตัดสินใจทำก็ตามที

รัก ก็เท่านี้ เป็นเหตุผลของการกระทำอันโง่งมทุกอย่างฮะ

#9 By เบน ครับ หม่ะ (124.121.187.163) on 2006-05-25 21:56

แถมแอบวูบ ตอนที่คุณบอกว่า "ทำลายจดหมายด้วยตนเอง"
ภาษาไทยนี่ สนุกดีนะครับ (หรือผมคิดมากไปเอง)

อยากร่วมขบวนการด้วยจังเลยครับ
ช่วงนี้ใช้คอมพิวเตอร์ทำแทบจะทุกอย่างแล้ว
ลายมือ ลายเส้น ตอนนี้เป็นอย่างไรแล้วก็ไม่ทราบครับ
มาเยี่ยมค่ะ จดหมายยังน่ารักน่าอ่านเหมือนเดิมเลยนะคะ

#11 By pure art on 2006-05-28 08:23

ชอบเขียนจดหมายมากกว่าการส่งอีเมลล์นะคะ

คือรู้สึกว่า มันให้ความรู้สึกที่อบอุ่นใจมากกว่า
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

#12 By ??? on 2006-05-28 08:48

ฮือๆ ดีใจที่เอ็กทีนกลับมา
กำลังจะมีเรื่องสั้นชุดใหม่ลงอีกบล็อก
อีกสักสองสามวันได้อ่านค่ะ
ชอบโบจัง เพราะ โบจังก็คือโบจัง
ชอบจดหมาย ยกเว้น จดหมายลูกโซ่
ชอบ ชอบ โปสการ์ดด้วย
ปล.ตอนเปิดบล้อคนี้ มีมดเดินเรียงแถวกันออกมาจากด้านหลังของจอ 555

#14 By walk my own way ^^ on 2006-05-28 15:50