สวัสดีนุ่น

ช่วงนี้เขียนจดหมายถี่พิลึก
จริงๆจดหมายถึงนุ่นอาจจะเป็นบันทึกประจำวันของน้าจูนไปแล้วก็ได้

ขอโทษเถอะ สาวน้อย
สัญญาว่าจะปั่นเรื่องสั้นหวานๆขำๆมาให้อ่านได้อีกในไม่ช้า
เพียงแต่อากาศอึมครึมช่วงนี้
...อาจจะทำให้อาการ"ปีกที่หัก"มีพยากรณ์โรคที่ไม่ดีนัก
(ภาษาทางการแพทย์เราเรียกมันว่า poor prognosis of broken wing syndrome
...โชคดีนะเนี่ยที่ปีกหักแค่ข้างเดียว จึงยังบินเตี้ยได้อยู่)

หลังจากพยายามขุดอะไรก็ได้ มาทำให้รู้สึกดีขึ้นในกะบะเก็บซีดี
น้าจูนก็พบวีซีดีเรื่อง"Notting Hill" หนังฮอลลีวูดสุดปลายเท้า

น้าจูนหยิบเรื่องนี้มาดูบ่อยเป็นอันดับสองรองจาก Amelie
แต่ดันจำได้เพียงตาโย่งจอมขโมยซีนกับเก้าอี้ยาวตัวนั้นที่วางไว้ในสวนสาธารณะ

ฮ่ะ ฮ่ะ มันมีชื่อน้าจูนเขียนไว้บนเก้าอี้
แล้วน้าจูนก็ชอบมันแทบตาย
แล้วคิดเอาเองว่ามันเป็น"หนังของน้าจูน" สร้างมาสำหรับน้าจูนทำนองนั้น

ผู้หญิงมักจะชอบสมมติให้ตัวเองเป็นนางเอกเสมอ
อยากเป็นนางเอก อยากเป็นคนสำคัญที่สุด
แต่เป็นแอนนาคงยากน่าดู

แล้วน้าจูนก็ดูหนังเรื่องนี้มาดูอีกครั้งอย่างพิจารณา
มากกว่ารอดูตอนเห็นชื่อตัวเองบนเก้าอี้ในสวนสาธารณะ
และดูว่าตาโย่งจอมขโมยซีนใส่เสื้อสกรีนว่าอะไรบ้าง

แล้วน้าจูนก็ตกหลุมรักฉากนั้น
ฉากที่แข่งกันเล่าเรื่องที่แย่ที่สุด
...เพื่อชิงบราวนี่ชิ้นสุดท้ายในงานวันเกิดน้องสาวพระเอก
กำลังคิดว่าถ้าน้าจูนเข้าแข่งด้วย
น้าจูนต้องเป็นคนชนะและได้บราวนี่ชิ้นนั้นไปครองเป็นแน่

"บราวนี่"ของหวานชนิดโปรด โดยเฉพาะชนิดที่เหนียวหนับ
น้าจูนไม่ชอบแบบเนื้อเค้กหน้ากรอบนัก
เค้กก็อยู่ส่วนเค้ก บราวนี่ก็คือบราวนี่
ชนิดที่น้าจูนชอบมันเหนียวๆเนื้อฉ่ำๆ ขมและหวานจัด
...เพียงชิ้นเล็กๆชิ้นเดียวก็เอาเราอยู่แล้ว
ถ้าได้แมคคาเดเมียจะดีมาก
เพราะเม็ดมะม่วงหิมพานต์หรืออัลลมอนต์จะไม่ค่อยคงความกรอบไว้เท่า

น้าจูนว่าการเล่าเรื่องเศร้าของตัวเองให้คนอื่นฟังต่อ
อย่างฉากบนโต๊ะอาหารวันนั้น
...เป็นความกล้าหาญชาญชัยของมนุษยชาติ ยากกว่าเป็นแอนนาอีก
และต้องกล้าเพิ่มขึ้นอีก ในการบอกรักใครสักคน
มันเป็นหนังฮอลลีวู้ด พระเอกกับนางเอกจึงเข้าใจกันและรักกันในตอนจบ
ดูมากไม่ได้ มันจะคิดว่าทำไมชีวิตเราถึงแย่อย่างนี้

น้าจูนคิดอยู่นานมากว่าชื่อภาษาไทยควรตั้งว่าอะไรดี
ไม่เข้าใจว่าหนังอะไรๆที่จูเลีย โรเบิร์ตแสดงต้องใช้ชื่อที่มีความว่า"บานฉ่ำ"เสมอ

"รักบานฉ่ำที่น๊อตติ้งฮิลล์"

หรือมันเป็นเครื่องหมายการค้าของเธอไปแล้ว
ถ้าน้าจูนเขียนหนังสือแล้วโดนบังคับให้ตั้งชื่อห่วยๆ
...น้าจูนก็จะเก็บมันไว้อ่านคนเดียว เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้จริงๆ

เพื่อนน้าจูนบอกว่า "แกมันเอาแต่ใจตัวเอง"

ความจริงแล้ว Notting Hill คงเป็นชื่อถนนที่พระเอกอยู่
แต่น้าจูนว่าบางทีมันอาจจะหมายถึงตัวพระเอกเอง
...ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆที่เปล่าดาย(Nothing)ในอากาศอบอุ่น
ในขณะที่นางเอกยืนอยู่บนยอดเขาเอเวอเรสที่หนาวเย็นทั้งๆอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์กว่า

แล้วน้าจูนก็ตั้งชื่อใหม่ให้หนังเรื่องนี้จนได้

"วันที่เธอปรากฎกาย ณ เนินเขาแห่งความว่างเปล่า"

ฮ่ะ ฮ่ะ ชอบตัวเองจริงๆ
รู้สึกเหมือนตอนแต่งบทที่ 33 ของเรื่องคู่กรรมใหม่เองเสร็จ
...รู้สึกหายเศร้าและเหงาไปได้อย่างประหลาด
คาดว่าพรุ่งนี้จะทำปกวีซีดีเรื่องนี้ใหม่เป็นภาพสีน้ำพร้อมชื่อใหม่

บางทีชีวิตคนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลยจริงๆ
แค่กินอิ่ม นอนหลับ และฝันหวานบ้างในบางวัน
คนที่เล่าให้ฟังได้ทุกเรื่อง รักกัน,โกรธกันและดีกัน

มันคงแย่มากถ้าเราคิดว่า"แค่มีใครก็ได้"

เวลาฝันร้ายแล้วตื่นมากลางดึก
เจอคนที่ไม่อยากปลุกขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนนอนอยู่ใกล้ๆ
....มันคงแย่กว่าฝันร้ายเป็นไหนๆ

น้าจูนเคยประสบเหตุการณ์นี้
เมื่อตอนไปเที่ยวเขื่อนรัชประภากับเพื่อนเป็นสิบคน
พวกผู้หญิงมีเตียงเป็นของตัวเองคนละเตียง
น้าจูนดันหลับเป็นคนแรกเสียได้
จริงๆน้าจูนชอบหลับเป็นคนกลางๆและไม่อยากหลับเป็นคนสุดท้ายที่สุด

น้าจูนกลัวผีและเป็นคนขี้ขลาด
การหลับเป็นคนกลางๆดีที่สุดเมื่ออยู่แปลกที่
แล้วน้าจูนก็ดันฝันร้ายแล้วตื่นมากลางดึก ในที่ที่ไม่คุ้นเคย
...เห็นเตียงเพื่อนๆหลับตะคุ่มๆเรียงไปมืดๆ

น้าจูนอยากไปนอนกับอดีตรูมเมท แต่เตียงเธออยู่ไกลเกินไป
ถ้าน้าจูนเดินๆแล้วผีที่อยู่ใต้เตียงโผล่มือมาจับขา โอ๊ะ
เตียงข้างๆน้าจูนเป็นเพื่อนสนิทอีกคนที่ไม่ผอมบางมากนัก
แล้วน้าจูนก็รวบรวมผ้าห่มและหมอนของตัวเอง
ไปแทรกเพื่อนนอนดีกว่า ผีมักจะเลือกหลอกคนที่นอนคนเดียวมากกว่าสองคน

ผีจะจู่โจมที่เท้าของเราตามความคิดเห็นของน้าจูน
ฉะนั้นถึงหนาวจนตาย ถ้าน้าจูนมีผ้าผืนเล็กๆ
น้าจูนก็จะเอามันมาคลุมเท้าไว้
และผ้าห่มก็เป็นอุปกรณ์กันผีที่ดีที่สุด
จนกระทั่งหนังผีอย่างจูออนมาสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของน้าจูน
....ผีบ้าอะไรไปอยู่ในผ้าห่มกันคะ

"วิลานอนด้วย"

"อือ"

ไม่รู้ว่าเธอรับปากหรือละเมอ

แล้วเมื่อตอนเช้ามาถึง
น้าจูนก็ได้ยินเสียงเธอกำลังเผาคนที่ไปนอนเบียดเธออยู่แจ้วๆ

"ชั้นก็นึกว่าผีอำ รู้สึกอึดอัดๆ
...ที่แท้ก็จูนหอบผ้ามาเบียดชั้นนอนนี่เอง"

นี่หล่ะเรื่องน่าเศร้าที่น้าจูนจะส่งเข้าชิงรางวัลบราวนี่ชิ้นนั้น
น้าจูนโตจะตายแต่ก็ยังกลัวผีอยู่ดีและชอบดูหนังผีเป็นชีวิตจิตใจ

บางคนบอกว่าหนังฮอลลีวูดเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ใส่น้ำร้อนและชงกินง่ายๆ เสพง่ายด้วยรูปแบบเดียวกัน
เริ่มต้นและจบลงไปในแบบเดิมๆ

รสนิยมการดูหนังของน้าจูนจับฉ่ายเกินคาดเดาได้
มีหนังดีๆอีกหลายเรื่องที่น้าจูนอยากเอามาเล่าให้นุ่นฟัง
อย่างหนังผู้หญิงเล็กๆ อุ่นๆบางเรื่องที่ไม่ได้ใช้ดาราโด่งดังอะไร
หากแต่ทั้งคนทำและคนแสดงใช้หัวใจปั้นมันขึ้นมา

หนังบางเรื่องเหมือนสลัดผักที่ราดด้วยน้ำสลัดแบบกรีก
ไม่อร่อยแต่ให้อะไรกับชีวิต
เพียงแต่เราต้องเคี้ยวช้าๆเพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริงของมัน
ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่มีบัญญัติไว้ในภาษาด้วยซ้ำว่ารสชาติเช่นนี้เรียกว่าอะไร
หนังบางเรื่องนุ่นละมุนเหมือนขนมหวานชั้นดี
...ที่ไม่หวานจัดและเราก็จำรสมันได้ทุกครั้งที่นึกถึง
และหนังบางเรื่องหวานจัดเหมือนท็อฟฟี่สีสวยที่เรากินครั้งไหน
หรือยี่ห้ออะไรก็รู้สึกเหมือนกันไปหมด

"Notting Hill" หรือ หนังรักฮอลลีวู๊ดจ๋าบางเรื่องก็เช่นกัน
น้าจูนว่าพวกเขาเหมือนบราวนี่แมคคาเดียเมียที่ขมหวานต่างกันไป
บางทีความหวานจัดหรือขมจัด
อาจจะทำให้เราลืมตามหาแมคคาเดเมียในแต่ละคำ

เคี้ยวชีวิตช้าๆ บางทีในวันที่ขมจัดหรือหวานจัด
..เราอาจจะพบแมคคาเดเมียของชีวิตที่เคยหลงลืมไป

สุขสันต์วันศุกร์จ๊ะ

น้าจูน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

#1 By -teacher-aorr- on 2006-05-19 15:11

อบอุ่นดีแท้..นุ่นชื่อเดียวกับเราเลยขออนุญาติยิ้มตาม

#2 By mednoon***saille on 2006-05-19 15:18

-1-
นั่นสินะคะ ทำไมต้องตั้งชื่อหนังซ้ำๆกับของเดิมด้วยนะ ถึงจะเป็นวิธีทางการตลาดก็เถอะ แต่บางทีชื่อเรื่องมันก็ไม่เหมาะกับหนังเลย อย่างนางเอกเกาหลีคนนั้นก็เหมือนกัน มีหนังของเธอทีไร
เป็นต้องตั้งชื่อว่ายัยตัวร้ายทุกทีเลย
-2-
เรื่องกลัวผีตอนเด็กๆก็เป็นค่ะ หนักมากเลยด้วย แต่ตอนนี้ไม่รู้ทำไมถึงเลิกกลัวไปเฉยๆ แต่ถ้าไปต่างจังหวัดหรือต่างที่
ความรู้สึกกลัวก็มีอยู่หน่อยๆ โดยเฉพาะ
ปลายเท้า เวลาห่มผ้าต้องปิดปลายเท้าอยู่เสมอ กลัวถูกดึงขาที่สุดเลย
ส่วนในผ้าห่มไม่เท่าไหร่ เพราะไม่ลืมตามองอยู่แล้ว
-3-
วันนี้จดหมายถึงน้องนุ่นอ่านแล้วรู้สึกดีเป็นพิเศษกว่าทุกๆวัน ไม่รู้ทำไม เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกแฮะ
-4-
สุขสันต์วันศุกร์แห่งชาตินะคะ

#3 By *บลาสต์ on 2006-05-19 15:28

คิดถึงวันนั้นที่คุณจูนแวะมาที่ร้าน และพอดีกับที่เรามี บราวนี่ พอดี (บราวนี่เฮฟวี่ช็อก)แค่ชื่อก็คงไม่ต้องบอกว่า ช็อกขนาดไหน .. ผมเฝ้าว่าจะมีซักคนในกลุ่มของคุณจูนได้ชิม คิคิ แต่ก็ไม่เป็นผลซักเท่าไร.....คราวหน้าแจ้งเนิ่นๆถ้าได้แวะมา จักหาบราวนี่อร่อยๆให้ลองชิมครับ


...หนังเรื่องนี้ผมดูไม่ต่ำกว่า 4 รอบ ชอบสุดๆคงตอนที่ สไปร์ออกไปยืนโป๊แล้วให้ตากล้อง ถ่ายรูปกระมัง คิคิ

#4 By วาซาบิ on 2006-05-19 15:33

พิษสงของบางสิ่ง เพียงแค่ภาพบางภาพ หรือแค่คำบางคำ อาจจะทำให้เราทรุดตัวลงไป นอนตายได้ทันที เพียงแค่ฤทธิ์ของพิษนั้นกำเริบ

วันนี้ยังไม่ได้เริ่มอ่านจดหมาย แต่แค่เห็นภาพหลุมศพ และคำสลักบนนั้น ทำให้แทบขาดใจ

ตอนนี้กำลังหายดีเรื่อยๆจากการรักษาตัว รักษาใจ เมื่อคืนนอนไปตั้งแต่สองทุ่ม เพราะผลพวงจากบอลยูฟ่า รอบชิงคืนก่อน

แวะมาบอกว่าสบายดี และเดี๋ยวจะคอมเมนต์ใหม่หลังอ่านจบดีกว่า แต่ก็แปลกใจตัวเองดีเหมือนกันว่า แล้วทำไมไม่รอให้อ่านจบเสียก่อนค่อยคอมเมนต์ทีเดียว

555+ ก็บอกแล้วว่าหนังสือบางเล่ม หรืองานเขียนของบางคน ต้องค่อยๆอ่าน ไม่ให้มันจบเร็วไป เพราะเราจะเสียดาย และไม่มีอะไรดีๆให้อ่านอีก

แต่ว่าลองคุณขยันเขียนอย่างนี้ คงทำให้มีงานเขียนดีๆอย่างนี้อ่านทุกวัน หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตแบบไร้สาระ และหาอะไรที่ดีต่อใจอย่างนี้ได้น้อยเหลือเกิน

การได้อ่านงานที่นักเขียนอ่านหนังสือ ดูหนังเยอะ และมีความรู้เยอะๆเนี่ย ได้กำไร

รักษาสุขภาพใจนะครับ

#5 By เบน (124.121.186.195) on 2006-05-19 15:43

ใช่ วันนั้นฉันอยากกินบราวนี่มาก
แต่ฉันกินยาแก้ปวดหัวไปหลายชนิดก่อนหน้านั้น

เลยไม่รู้ว่าที่มันทั้งผะอืดผะอม ทั้งปวดหัวมันเกิดจากผลข้างเคียงของยา
..หรือเพราะอะไร
แต่ไม่เป็นไรถ้าฉันจะไปอีกวันหลังจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

จะไปกินจริงๆนะเออ

เพื่อนสาวๆของฉันเขารักษาหุ่นอย่างกับอะไรดี

ไว้จะไปอีกจะไปชิม
แล้วเอา strawberry cheese cup cake
....ขนมที่ฉันคิดว่าตัวเองทำได้เด็ดสุดไปฝากนะคะ
555

I did the wrong mistake,pls,forgive me.

#7 By Bad Boy...Bad Boy on 2006-05-19 15:51

ถึงเบน

เรากำลังพิมพ์ภัตตาคารสมานใจอยู่อย่างขะมักเขม้น
กำลังคิดว่าจะเอาไปเก็บในโพรงไม้หรือสร้างบล็อกใหม่ดี

เป็นเรื่องสั้นชุดที่มีชื่อคล้องจองกัน

"เรื่องสั้นฝันหวาน"
"ภัตตาคารสมานใจ"
"ความรักในจดหมาย"
"หอมละไมกลิ่นรัก"
จ๊ะ ไม่ใช่ป้ายหลุมศพหรอก
มันเป็นเก้าอี้ที่สลักชื่อและเรื่องราวของคนสองคนไว้
พระเอกกับนางเอกปีนเข้าไปในสวนสาธารณะ
หลังจากกลับจากงานเลี้ยง

แล้วเขาสนทนากันเรื่องเก้าอี้ตัวนี้
และมันก็ได้อวดโฉมในฉากสุดท้ายของเรื่อง
นางเอกนอนหนุนตักพระเอกบนเก้าอี้ตัวเดิม
...ท่ามกลางแสงแดดอุ่น

ที่ Notting Hill ของเขาไม่หนาวอีกต่อไป
เมื่อแสงอาทิตย์อย่างแอนนาอยู่ใกล้ๆ
That's why I said I did a big mistake

So sorry krub

Waiting to read na krub

Up to you what you want to one new blog or in the same blog I must be your fanclub as well.

:)

#10 By ben (124.121.186.195) on 2006-05-19 16:09

หนูชอบnotting hill ถึงขนาด.. จะไปดู
.................
ปล.เพลงที่เหมาะกับเอนทรี่นี้คือ everyday ค่ะ เพราะให้ความรู้สกน่ารัก
เหมือนตอนที่ห้นเก้าอี้ชื่อจูน
ชอบ .. หลายฉาก
ชอบ .. หลายเพลงประกอบ
ชอบ .. ตัวแสดงหลายตัว

ชอบ .. หนังเรื่องนี้ :-)

สุขสันต์วันสุขเช่นกันค่ะ

#12 By PeAcH_a_Ja on 2006-05-19 17:10

อยากเจอแมคคาเดเมียของชีวิตมั่งครับ คงต้องลองเคี้ยง(เอื้อง)ชีวิตช้าๆ แบบที่คุณแนะนำแล้วครับ

#13 By PeeYong \-_-> on 2006-05-19 18:57

แหะๆ..น่าแปลกที่ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลย
คงต้องหามาดูเสียแล้ว แต่จะมีโอกาสดเมื่อไหร่นั้นอีกเรื่องแหะๆ
..............
ถ้าพี่เขียน
อุตหนุนทั้ง 4 เล่มเลยค่ะ
ชอบ

#14 By sofa on 2006-05-20 00:16

ชีวิตเกิดมาน่าจะมีรสชาติเดียวถึงจะดีนะ คือ รสชาติแห่งความสุข

แต่ใครจะหาได้ตลอดล่ะเนี่ย ต้องกินมะม่วงจิ้มน้ำปลาหวานนะ อร่อย เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย
หวานเน๊อะ
ข้อความบนเก้าอี้นั่นน่ะ มันรู้สึกอบอุ่นดีจัง
ได้ดูหนังเรื่องนี้ครั้งเดียว ผ่านพ้นฉากนี้ไปเลยค่ะ
จริงๆ ไม่ค่อยได้ดูรายละเอียดของหนังเลยอ่ะ
มักจะดูเอาเรื่องเอาราว หากประทับใจมากๆ
จะมาเก็บรายละเอียดส่วนประกอบอื่นๆ ในการดูรอบต่อๆ ไป

อืมมมม .. เหตุผลของการชอบม้าไม้แบบนี้ จากความประทับใจ
อยากจะด่วนสรุปว่า คุณจูนเป็นคนโรแมนติกมากๆ นะ เราว่า

#16 By moodee on 2006-12-06 12:59