จดหมายฉบับที่ 11 : Notting Hill
posted on 19 May 2006 14:58 by junnie in Much-More-Than-Moviesสวัสดีนุ่น
ช่วงนี้เขียนจดหมายถี่พิลึก
จริงๆจดหมายถึงนุ่นอาจจะเป็นบันทึกประจำวันของน้าจูนไปแล้วก็ได้
ขอโทษเถอะ สาวน้อย
สัญญาว่าจะปั่นเรื่องสั้นหวานๆขำๆมาให้อ่านได้อีกในไม่ช้า
เพียงแต่อากาศอึมครึมช่วงนี้
...อาจจะทำให้อาการ"ปีกที่หัก"มีพยากรณ์โรคที่ไม่ดีนัก
(ภาษาทางการแพทย์เราเรียกมันว่า poor prognosis of broken wing syndrome
...โชคดีนะเนี่ยที่ปีกหักแค่ข้างเดียว จึงยังบินเตี้ยได้อยู่)
หลังจากพยายามขุดอะไรก็ได้ มาทำให้รู้สึกดีขึ้นในกะบะเก็บซีดี
น้าจูนก็พบวีซีดีเรื่อง"Notting Hill" หนังฮอลลีวูดสุดปลายเท้า
น้าจูนหยิบเรื่องนี้มาดูบ่อยเป็นอันดับสองรองจาก Amelie
แต่ดันจำได้เพียงตาโย่งจอมขโมยซีนกับเก้าอี้ยาวตัวนั้นที่วางไว้ในสวนสาธารณะ
ฮ่ะ ฮ่ะ มันมีชื่อน้าจูนเขียนไว้บนเก้าอี้
แล้วน้าจูนก็ชอบมันแทบตาย
แล้วคิดเอาเองว่ามันเป็น"หนังของน้าจูน" สร้างมาสำหรับน้าจูนทำนองนั้น
ผู้หญิงมักจะชอบสมมติให้ตัวเองเป็นนางเอกเสมอ
อยากเป็นนางเอก อยากเป็นคนสำคัญที่สุด
แต่เป็นแอนนาคงยากน่าดู
แล้วน้าจูนก็ดูหนังเรื่องนี้มาดูอีกครั้งอย่างพิจารณา
มากกว่ารอดูตอนเห็นชื่อตัวเองบนเก้าอี้ในสวนสาธารณะ
และดูว่าตาโย่งจอมขโมยซีนใส่เสื้อสกรีนว่าอะไรบ้าง
แล้วน้าจูนก็ตกหลุมรักฉากนั้น
ฉากที่แข่งกันเล่าเรื่องที่แย่ที่สุด
...เพื่อชิงบราวนี่ชิ้นสุดท้ายในงานวันเกิดน้องสาวพระเอก
กำลังคิดว่าถ้าน้าจูนเข้าแข่งด้วย
น้าจูนต้องเป็นคนชนะและได้บราวนี่ชิ้นนั้นไปครองเป็นแน่
"บราวนี่"ของหวานชนิดโปรด โดยเฉพาะชนิดที่เหนียวหนับ
น้าจูนไม่ชอบแบบเนื้อเค้กหน้ากรอบนัก
เค้กก็อยู่ส่วนเค้ก บราวนี่ก็คือบราวนี่
ชนิดที่น้าจูนชอบมันเหนียวๆเนื้อฉ่ำๆ ขมและหวานจัด
...เพียงชิ้นเล็กๆชิ้นเดียวก็เอาเราอยู่แล้ว
ถ้าได้แมคคาเดเมียจะดีมาก
เพราะเม็ดมะม่วงหิมพานต์หรืออัลลมอนต์จะไม่ค่อยคงความกรอบไว้เท่า
น้าจูนว่าการเล่าเรื่องเศร้าของตัวเองให้คนอื่นฟังต่อ
อย่างฉากบนโต๊ะอาหารวันนั้น
...เป็นความกล้าหาญชาญชัยของมนุษยชาติ ยากกว่าเป็นแอนนาอีก
และต้องกล้าเพิ่มขึ้นอีก ในการบอกรักใครสักคน
มันเป็นหนังฮอลลีวู้ด พระเอกกับนางเอกจึงเข้าใจกันและรักกันในตอนจบ
ดูมากไม่ได้ มันจะคิดว่าทำไมชีวิตเราถึงแย่อย่างนี้
น้าจูนคิดอยู่นานมากว่าชื่อภาษาไทยควรตั้งว่าอะไรดี
ไม่เข้าใจว่าหนังอะไรๆที่จูเลีย โรเบิร์ตแสดงต้องใช้ชื่อที่มีความว่า"บานฉ่ำ"เสมอ
"รักบานฉ่ำที่น๊อตติ้งฮิลล์"
หรือมันเป็นเครื่องหมายการค้าของเธอไปแล้ว
ถ้าน้าจูนเขียนหนังสือแล้วโดนบังคับให้ตั้งชื่อห่วยๆ
...น้าจูนก็จะเก็บมันไว้อ่านคนเดียว เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้จริงๆ
เพื่อนน้าจูนบอกว่า "แกมันเอาแต่ใจตัวเอง"
ความจริงแล้ว Notting Hill คงเป็นชื่อถนนที่พระเอกอยู่
แต่น้าจูนว่าบางทีมันอาจจะหมายถึงตัวพระเอกเอง
...ที่ยืนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆที่เปล่าดาย(Nothing)ในอากาศอบอุ่น
ในขณะที่นางเอกยืนอยู่บนยอดเขาเอเวอเรสที่หนาวเย็นทั้งๆอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์กว่า
แล้วน้าจูนก็ตั้งชื่อใหม่ให้หนังเรื่องนี้จนได้
"วันที่เธอปรากฎกาย ณ เนินเขาแห่งความว่างเปล่า"
ฮ่ะ ฮ่ะ ชอบตัวเองจริงๆ
รู้สึกเหมือนตอนแต่งบทที่ 33 ของเรื่องคู่กรรมใหม่เองเสร็จ
...รู้สึกหายเศร้าและเหงาไปได้อย่างประหลาด
คาดว่าพรุ่งนี้จะทำปกวีซีดีเรื่องนี้ใหม่เป็นภาพสีน้ำพร้อมชื่อใหม่
บางทีชีวิตคนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลยจริงๆ
แค่กินอิ่ม นอนหลับ และฝันหวานบ้างในบางวัน
คนที่เล่าให้ฟังได้ทุกเรื่อง รักกัน,โกรธกันและดีกัน
มันคงแย่มากถ้าเราคิดว่า"แค่มีใครก็ได้"
เวลาฝันร้ายแล้วตื่นมากลางดึก
เจอคนที่ไม่อยากปลุกขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนนอนอยู่ใกล้ๆ
....มันคงแย่กว่าฝันร้ายเป็นไหนๆ
น้าจูนเคยประสบเหตุการณ์นี้
เมื่อตอนไปเที่ยวเขื่อนรัชประภากับเพื่อนเป็นสิบคน
พวกผู้หญิงมีเตียงเป็นของตัวเองคนละเตียง
น้าจูนดันหลับเป็นคนแรกเสียได้
จริงๆน้าจูนชอบหลับเป็นคนกลางๆและไม่อยากหลับเป็นคนสุดท้ายที่สุด
น้าจูนกลัวผีและเป็นคนขี้ขลาด
การหลับเป็นคนกลางๆดีที่สุดเมื่ออยู่แปลกที่
แล้วน้าจูนก็ดันฝันร้ายแล้วตื่นมากลางดึก ในที่ที่ไม่คุ้นเคย
...เห็นเตียงเพื่อนๆหลับตะคุ่มๆเรียงไปมืดๆ
น้าจูนอยากไปนอนกับอดีตรูมเมท แต่เตียงเธออยู่ไกลเกินไป
ถ้าน้าจูนเดินๆแล้วผีที่อยู่ใต้เตียงโผล่มือมาจับขา โอ๊ะ
เตียงข้างๆน้าจูนเป็นเพื่อนสนิทอีกคนที่ไม่ผอมบางมากนัก
แล้วน้าจูนก็รวบรวมผ้าห่มและหมอนของตัวเอง
ไปแทรกเพื่อนนอนดีกว่า ผีมักจะเลือกหลอกคนที่นอนคนเดียวมากกว่าสองคน
ผีจะจู่โจมที่เท้าของเราตามความคิดเห็นของน้าจูน
ฉะนั้นถึงหนาวจนตาย ถ้าน้าจูนมีผ้าผืนเล็กๆ
น้าจูนก็จะเอามันมาคลุมเท้าไว้
และผ้าห่มก็เป็นอุปกรณ์กันผีที่ดีที่สุด
จนกระทั่งหนังผีอย่างจูออนมาสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของน้าจูน
....ผีบ้าอะไรไปอยู่ในผ้าห่มกันคะ
"วิลานอนด้วย"
"อือ"
ไม่รู้ว่าเธอรับปากหรือละเมอ
แล้วเมื่อตอนเช้ามาถึง
น้าจูนก็ได้ยินเสียงเธอกำลังเผาคนที่ไปนอนเบียดเธออยู่แจ้วๆ
"ชั้นก็นึกว่าผีอำ รู้สึกอึดอัดๆ
...ที่แท้ก็จูนหอบผ้ามาเบียดชั้นนอนนี่เอง"
นี่หล่ะเรื่องน่าเศร้าที่น้าจูนจะส่งเข้าชิงรางวัลบราวนี่ชิ้นนั้น
น้าจูนโตจะตายแต่ก็ยังกลัวผีอยู่ดีและชอบดูหนังผีเป็นชีวิตจิตใจ
บางคนบอกว่าหนังฮอลลีวูดเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ใส่น้ำร้อนและชงกินง่ายๆ เสพง่ายด้วยรูปแบบเดียวกัน
เริ่มต้นและจบลงไปในแบบเดิมๆ
รสนิยมการดูหนังของน้าจูนจับฉ่ายเกินคาดเดาได้
มีหนังดีๆอีกหลายเรื่องที่น้าจูนอยากเอามาเล่าให้นุ่นฟัง
อย่างหนังผู้หญิงเล็กๆ อุ่นๆบางเรื่องที่ไม่ได้ใช้ดาราโด่งดังอะไร
หากแต่ทั้งคนทำและคนแสดงใช้หัวใจปั้นมันขึ้นมา
หนังบางเรื่องเหมือนสลัดผักที่ราดด้วยน้ำสลัดแบบกรีก
ไม่อร่อยแต่ให้อะไรกับชีวิต
เพียงแต่เราต้องเคี้ยวช้าๆเพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริงของมัน
ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่มีบัญญัติไว้ในภาษาด้วยซ้ำว่ารสชาติเช่นนี้เรียกว่าอะไร
หนังบางเรื่องนุ่นละมุนเหมือนขนมหวานชั้นดี
...ที่ไม่หวานจัดและเราก็จำรสมันได้ทุกครั้งที่นึกถึง
และหนังบางเรื่องหวานจัดเหมือนท็อฟฟี่สีสวยที่เรากินครั้งไหน
หรือยี่ห้ออะไรก็รู้สึกเหมือนกันไปหมด
"Notting Hill" หรือ หนังรักฮอลลีวู๊ดจ๋าบางเรื่องก็เช่นกัน
น้าจูนว่าพวกเขาเหมือนบราวนี่แมคคาเดียเมียที่ขมหวานต่างกันไป
บางทีความหวานจัดหรือขมจัด
อาจจะทำให้เราลืมตามหาแมคคาเดเมียในแต่ละคำ
เคี้ยวชีวิตช้าๆ บางทีในวันที่ขมจัดหรือหวานจัด
..เราอาจจะพบแมคคาเดเมียของชีวิตที่เคยหลงลืมไป
สุขสันต์วันศุกร์จ๊ะ
น้าจูน
#1 By -teacher-aorr- on 2006-05-19 15:11