จดหมายฉบับที่ 61 : ปีศาจวสันต์ และ ลาทีปากน้ำ
posted on 14 Nov 2009 21:18 by junnie in Songs-That-Sweet-As-Poems
.
สวัสดีจ้ะ นุ่น
คนนั่น คนโน้น คนนี้ในเอ็กทีนบ่นกันระงมว่า หนาวแล้ว ณ ขณะนี้
แต่คนที่นี่เมืองเล็กๆกำลังหวั่นใจว่าน้ำจะท่วมไหม
---เวลาปรุงขนมหวานหนึ่บหนั่บนั้นต้องค่อยๆใช้ความร้อนอ่อนๆทำให้งวดเหนียว
และสำหรับความคิดถึงแล้ว
ลมเย็นยะเยือกของฤดูหนาวเป็นเชื้อฟืนชั้นดีของการเคี่ยวความคิดถึงให้ยิ่งเข้มข้น---
อากาศฝนๆแบบนี้ น้าจูนขมีขมันกับการรื้อกรุเพลงเก่ามาเปิดให้เข้ากับบรรยากาศ
อันที่จริงเพลงเกี่ยวกับฝนเพลงใหม่ที่สุดที่น้าจูนรู้จักอาจจะเป็นฝนตกที่หน้าต่างของโลโซ
(ซึ่งใหม่เมื่อราวสิบกว่าปีที่แล้วหน่ะนะ)
แต่สำหรับเพลงโปรดในดวงใจประจำฤดูฝนฟ้าคำรามแล้วต้องเพลงนี้ เพลง" ปีศาจวสันต์"
...ผลงานของวงสุนทราภรณ์ที่ฟังซ้ำสักกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
อ๊ะ อย่าเพิ่งส่ายหน้าว่าเก๊าเก่านะจ๊ะนุ่น
บทเพลงนั้นเรา "ได้ยิน"ด้วยหู แต่ควร "ฟัง"ด้วยใจ
เอาใจไปแนบเครื่องขยายเสียงนั่นนิดๆ เปิดใจให้กว้างๆ ขณะฟัง
...แล้วนุ่นจะพบว่าเพลงนี้เพราะอย่างอัศจรรย์เหมือนไม่ใช่เพลงที่แต่งขึ้นบนพื้นโลก
เมื่อฟังแล้วคิดแล้วครวญไปทีละท่อนๆ
มองเห็นคำมันซับมันซ้อนและกลมกลิ้งในเพลงราวระบำปลายเท้าอยู่บนปุยเมฆ
ซึ่งนอกจากสัมผัสนอกและสัมผัสในที่แพรวพราวแล้ว
คนเขียนคำล้อเล่นกับคำควบกล้ำคำพ้องรูปคำพ้องเสียงในเพลงได้อย่างเป็นเจ้านายของภาษา
"ปีศาจวสันต์"ที่น้าจูนเปิดฟังในวันฝนพร่ำเช่นวันนี้
ระบายภาพท้องฟ้าทะมึนดำและเสกลมเสกฝน ภาพและสีในเพลงดูขมุกขมัว
....จนรู้สึกว่าละอองน้ำกระเซ็นมาปนกับน้ำตาบนสองแก้มทั้งๆที่นั่งอยู่ใต้หลังคาปกฝน
และตั้งแต่เข้ามาเป็นนักเรียนชั้นเรียนเขียนเพลงของนักแต่งเพลงคนโปรด
น้าจูนพบว่าเมื่อเราฟังเพลง นอกจากจะจมลงไปในในถ้อยคำและความหวานแล้ว
บทเพลงยังมีเรื่องของพล็อต จังหวะ คำในขั้นเสียงและเนื้อร้อง
....ที่ต้องสอดคล้องประคองกันอยู่ในดนตรี
น้าจูนเคยตกหลุมรักตัวหนังสือและบทเพลงของประภาส ชลศรานนท์อย่างไร
ก็สามารถตกหลุมรักพี่จิกซึ่งเป็นคนสอนแต่งเพลงในชั้นเรียนนี้อย่างนั้น
เมื่อแรกนั้นรู้สึกไปเองว่าขัดเขินราวกับไปเดทกับชายหนุ่มคนที่เราแอบปลื้ม
จะพูดอะไร คิดอะไร จะเอามือไปวางที่ไหน ปั่นป่วนในท้องไปหมด
....ขัดเขินเสียมากมาย จนเผลอๆอาจจะมีอการแก้มแดงด้วยซ้ำทั้งที่มีคนในห้องราวยี่สิบคน
กว่าจะรู้ตัวอีกที น้าจูนก็ลงไปนั่งยิ้มนัยน์ตาเยิ้มฝันอยู่ตรงส่วนที่ลึกสุดของหลุมรักเสียแล้ว
และที่มากไปกว่าหลักการเบื้องต้นต่างๆของการแต่งเพลง
การได้ "คุยกัน" สำหรับชั้นเรียนแต่งเพลงวันนั้นก่อให้เกิดแรงบางอย่างในใจ
เหมือนมีโมเลกุล "ความฝัน" ที่อยู่ในภาวะเสถียร
ได้รับแรงกระตุ้นชั้นดี พากันกระโดดขึ้นกระโดดลงอึกทึกในหัวใจ
นั่นก็อยากทำ นี่ก็ทำได้ อันนั้นอันโน้นอันนี้
คนใกล้ชิดที่นั่งฟังเสียงชื่นชมอึงคะนึงของน้าจูนจนหูชา
....ต้องปรามๆว่า "เอาสักอย่าง ให้เลือกทำสักอย่าง แล้วทำให้เสร็จ"
นั่นน่ะสิ ทำไมน้าจูนไม่เคยสังเกตเลยว่าตัวเองฝันฟุ้งฝันฝอย
....แต่ไม่ค่อยได้มุ่งมั่นตั้งใจทำอะไรให้สำเร็จ
ฟ้าส่งมนุษย์ขี้ฝันอย่างน้าจูนมาเกิด เลยต้องนับผิดชอบส่งนักตะล่อมฝันมืออาชีพลงมาด้วย
--- โลกจึงสมดุลและหมุนเหวี่ยงด้วยองศาอันสุนทร ---
อยากเล่าให้นุ่นฟังถึงเพลงเพลงหนึ่งที่พี่จิกเล่าถึงในครั้งที่คุยกันเรื่องพล็อตของเพลง
เพลงนั้นเป็นเพลงเก่าๆที่น้าจูนเคยได้ยินและติดหูจนร้องพึมพำตามไปได้
ฟังผ่านหูไปผ่านหูมาแต่แค่คลับคล้ายคลับคลาเพียงว่า
....เพลงเล่าถึงสถานที่ที่เรียกว่า "ปากน้ำ"และเรื่องอกหักเสียใจอะไรทำนองนั้น
"ฟังให้ดีสิ เพลงนี้ เป็นเพลงที่เล่ามาถึงตอนคนที่อกหักจากสาวปากน้ำมากระโดดน้ำตาย"
เป๊กพ่อ ถึงกับต้องอุทานด้วยภาษาลำตัด
ฟังมาก็หลายครั้ง ไม่เคยนึกเลยว่าเพลงนั้นซ่อนเพลงนั้นซ้อนอะไรไว้ข้างใน
เล่ามาถึงตอนนี้ก็ต้องขอยกบางท่อนของเนื้อเพลงมาให้ดูสักหน่อยว่าเพลงเขาว่าว่ากระไร
ตัวมาปากน้ำ น้ำตาเจ้ากรรมพรำร่วง
มันรินล้นทรวง รดแดร้อนดวงร่วงพรำจนช้ำเลือดตรม
อยากผลักชีวิตผล็อย คล้อยลอยน้ำไปตามคลื่นลม
ระทวยระทม แล้วจมร่างตามความรักร้างไป
(อู๊ย สัมผัสในตรง ผลัก- ผล็อย นั่นสวยจริงๆจังๆเลย
เพลงมาถึงตรงที่บอกว่าเอาล่ะ ฉันจะกระโดดน้ำลงไปตาย
....ถึงสิ้นหวังกำลังจะตาย สายคำที่ตัดพ้อยังบรรจงคล้องจองเสียขนาดนั้น )
เธอคนปากน้ำ น้ำคงขึ้นลงตรงหน้า
จะลอยน้ำมาหาเธอทุกคราคลื่นครวญรัญจวนป่วนใจ
จะพร่ำคำเพ้อ ละเมอมนต์รักมาตามฝั่งไกล
ร้องเพลงผีพราย พิไรขอรักเธอไว้โลมฝั่ง
(ดูสิ คนเขียนเพลงนอกจากเธอเป็นคนช่างประชดแล้วยังเป็นคนช่างสังเกตเป็นที่สุด
ตามธรรมชาติแล้วการขึ้นลงของน้ำตรงปากแม่น้ำที่จะออกสู่ทะเลจะขึ้นลงรวดเร็วนัก
เธอเปรียบใจผู้หญิงซึ่งเป็นชาวปากน้ำว่าเปลี่ยนได้เร็วราวระดับน้ำที่คงจะมองเห็นอยู่ทุกวัน
เท่านั้นยังไม่พอใจ ยังขู่ไว้ในเพลงอีกด้วยว่า
เมื่อตายตกไปในน้ำแล้วจะกลายมาเป็นผีพรายมาคอยร้องเพลงให้เธอฟัง ดู๊ดู ดูเธอพูดเข้า)
เมื่อฟังเพลงนี้แล้ว รู้สึกนิดๆว่าตัวเองเคยได้ยินสำเนียงและน้ำเสียงในเพลงแบบนี้มาก่อน
คล้ายเมื่อชิมอาหารต่างชนิดแต่ก็ยังสามารถรับรู้ได้ว่ามีแม่ครัวเป็นคนเดียวกัน
....รสชาติแบบนั้นและกลิ่นแบบนี้ ต้องเป็นฝีมือคนคนเดียวเท่านั้นเป็นผู้ปรุง
กลับถึงบ้านไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบนั่งลงตรงหน้าจอแสงเพื่อเคาะประตูถามพี่(กู)เกิ้ลโดยไว
พี่เกิ้ลก็ดีใจหาย รื้อๆค้นๆครู่เดียวพลันยื่นเนื้อเพลง ชื่อคนร้อง คนแต่งทำนอง คนเขียนเนื้อเพลงมาให้เสร็จสรรพ
อ้อนพี่เกิ้ลอีกที หยิบเอาชื่อ "ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ" มาให้ช่วยค้นหาให้
"ปริศนากระจ่างแล้ว" ถ้าเป็นโคนันคงจะบอกแบบนี้
ในที่สุด น้าจูนก็ได้รู้ว่า "ปีศาจวสันต์"และ "ลาทีปากน้ำ" มีผู้ปรุงคำเป็นคนเดียวกัน
น่าเสียดายว่าโลกของช่องอากาศมีข้อมูลของ "ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ"ไม่มากนัก
จึงเล่าให้นุ่นฟังได้เพียงคร่าวๆว่า ท่านเป็นหนึ่งในนักแต่งเพลงของวงสุนทราภรณ์
มีผลงานประพันธ์เพลงที่หลากหลาย ทั้งเพลงรัก เพลงสถาบัน
กระทั่งเป็นผู้ประพันธ์คำร้องเพลง "ฝัน" เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รูป หนัง หนังสือ หรือบทเพลงอันมีกลิ่นและรสอันจดจำได้
คงมีที่มาที่ไปคล้ายกับอาหารรสดีซึ่งหากได้ชิมสักครั้งจะไม่มีวันลืมรสชาติไปชั่วชีวิต
ชนิดของวัตถุดิบ วิธีปรุง ภาชนะใช้ปรุง
....กระทั่งลมฟ้าอากาศในขณะปรุงล้วนมีผลกับรสของอาหารทั้งสิ้น
ที่สำคัญนั้นพ่อครัวแม่ครัวนั้นต้องผ่านการชมและการชิมมามากพอสมควร
และหมั่นฝึกฝนฝีมือซ้ำๆหลายๆครั้งกว่าจะได้ลิ้มรสที่เป็นของตัวเองจริงๆได้
คงเหมือนกับคนที่จะเขียนหนังสือ ที่ต้องอ่านหนังสือให้มากและหลากหลาย
และต้องไม่ลืมลงมือเขียน ขยันเขียนไปเรื่อยๆทุกๆวัน
....จนกว่าจะเป็นตัวหนังสือที่มีคนอ่านแล้วจำได้ในรสซึ่งเป็นเอกลักษณ์
ฝนเริ่มซาแล้วขณะน้าจูนกำลังจะจบจดหมาย
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงผล็อยลงบนแป้นพิมพ์เมื่อเพลงปีศาจวสันต์บรรเลงมาจนถึงท่อนสุดท้าย
เสียงสูดน้ำมูกซิกๆทำให้คนที่อีกข้างของปลายสายละล่ำละลักถามว่าเป็นอะไรถึงร้องไห้
"ก็เพลงมันเพราะ หนูเลยร้องไห้หน่ะสิ"
อีกคนได้แต่หัวเราะอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้กับคำตอบบ้าๆของน้าจูน
สำหรับบางสิ่งซึ่งแตะต้องหัวใจนั้น คำบรรยายอาจจะไม่จำเป็น
น้าจูน
The full-length version of this song is available on imeem!
ลาทีปากน้ำ
คำร้อง ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
ขับร้อง นพดล ชาวไร่เงิน
ตัวมาปากน้ำ น้ำตาเจ้ากรรมพรำร่วง
มันรินล้นทรวง รดแดร้อนดวงร่วงพรำจนช้ำเลือดตรม
อยากผลักชีวิตผลอย คล้อยลอยน้ำไปตามคลื่นลม
ระทวยระทม แล้วจมร่างตามความรักร้างไป
เธอคนปากน้ำ น้ำคงขึ้นลงตรงหน้า
จะลอยน้ำมา หาเธอทุกครา คลื่นครวญรัญจวนป่วนใจ
จะพร่ำคำเพ้อ ละเมอมนต์รักมาตามฝั่งไกล
ร้องเพลงผีพราย พิไรขอรักเธอไว้โลมฝั่ง
ฝันฝัน เพ้อเพ้อ เธอก็คงคร่ำครวญ
ปากน้ำคงซึ้งโศกชวน ทบทวนหวนไปยังเบื้องหลัง
เราฝากสัมพันธ์ น้อยหรือนั่นมันรักหรือชัง
เพราะเธอว่าจะรักจริงจัง ฉันจึงหวังคลั่งไคล้มิคลาย
ลาทีปากน้ำ น้ำจงจบกรรมจำเศร้า
วิญญาณรักเราน้ำจงรับเอาเฝ้าธารอันพล่านภูติพราย
อนาถใจหนา ขอลาดินฟ้าอาวรณ์ก่อนตาย
โถยังเสียดาย เสียดายนิยายสวรรค์สวาท
ปีศาจวสันต์ เต็มเพลง เวอร์ชั่น นันทิดา แก้วบัวสาย
(ตามคำขอ)
ปีศาจวสันต์
คำร้อง ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
ขับรอง บุษยา รังสี
เราจากกันวันนั้นยังจำ จากกันวันนั้นฝนพรำ
พรางม่านกรรมคล้ำครึ้มคลุมเวร
ลมครางฝนครวญ ไพรสั่นชวน รวนระเนน
ความกดดันขั้นเดน เหมือนจะเค้นฆ่าตาย
เราจากกันวันนั้นนานมา แต่เมื่อวสันต์ลีลา
ฤาสร่างซาฝนฟ้าฟูมฟาย ฤดูฤดีมันไม่มีวันคืนวาย
มันสาปใจสาปกายคล้ายมนต์ร้ายพรายผี
ผีวสันต์มันหลอกมันหลอน
ปีศาจวสันต์วันก่อนยังสังวรณ์เวรนี้
ฟังโถฟังฟังฝนตกซี เหมือนนรกตกตีย้ำขยี้ใจตรม
ไปจากไปไปแล้วไปเลย
อย่ามาชวนชิดชวนเชย ปีศาจเอยร้างเลยอารมณ์
ลมมาฝนมาจงอย่ามาพาระทม
เพียงโศกทรามเศร้าซมฉันจะล้มตายแล้ว