จดหมายฉบับที่ 55 : กล่องไปรษณีย์สีแดง
posted on 17 Apr 2008 13:57 by junnie in Thai-books
.
สวัสดีนุ่น
ฤดูร้อนใส่กระโปรงย้วยๆสีแดงอมส้มเดินส่ายอาดๆเข้ามาพร้อมกับตัวเลขสี่บนปฏิทิน
น้าจูนเพิ่งรู้สึกตัวถึงการมาเยือนของเธอเมื่อตอนที่เห็นต้นหางนกยูงตรงริมรั้วผลัดเสื้อผ้าชุดใหม่
เธอมีวิธีเปลื้องชุดผ้าโปร่งเนื้อบางๆสีเขียวอมฟ้าชุดนั้นได้อย่างน่าชม
เหมือนว่าน้าจูนจะได้เห็นแผ่นหลัง เห็นหัวไหล่ เห็นปลีน่องของเธอแว่บๆตรงปลายตา
แล้วพอหันไปตั้งอกตั้งใจดูเธอให้เต็มตาอีกครั้ง เธอผลัดเสื้อผ้ากลายเป็นดอกไม้กลีบส้มแดงเนียนละเอียดเสียแล้ว
ช่วงเวลานี้ของปีเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้สวยที่สุด สวนเล็กๆที่หน้าบ้านของน้าจูนมีดอกไม้เบียดเสียดกันบานสะพรั่ง
พ่อน้าจูนเป็นคนมือเย็นที่ขยันขันแข็งในการปลูกต้นไม้มาก
บางครั้งเพียงแค่พ่อหักกิ่งต้นไม้มาจิ้มลงดินไว้เฉยๆ
....มันก็โตพรวดๆออกดอกออกผลสวยงามราวกับเป็นต้นไม้พิเศษที่ทะนุถนอมให้เติบโตในตู้กระจก
แม้ในคาบเรียนวิชาเภสัชวิทยา น้าจูนได้เรียนของเรื่องพืชพรรณอย่างละเอียด
แต่กระนั้นความสามารถในการแยกแยะชนิดของต้นไม้ของน้าจูนยังคงเท่ากับศูนย์
ครั้งหนึ่งที่มีโอกาสชวนกันกับเพื่อนขับรถลัดเลาะท่องเที่ยวไปถึงทางแถบเชียงราย
น้าจูนเห็นต้นไม้ถูกระบายด้วยดอกไม้สีเหลืองสว่างไสวเรียงรายอยู่สองข้างทาง
ก็อดที่จะถามเพื่อนไม่ได้ว่า นั่น ดอกอะไร
"ดอกขี้เหล็ก" เพื่อนตอบ
"อ๋อ ขี้เหล็กของไข่ย้อยนั่นเอง"
แล้วเราสองคนก็ผลัดกันเล่าเรื่องราวที่ประทับใจของตัวเองเกี่ยวกับตัวหนังสือที่เดินทางด้านหลังแผ่นกระดาษไปจนตลอดเส้นทาง
ในทางเภสัชศาสตร์ วิชาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้ คือ เภสัชพฤษศาสตร์
ต้นไม้ก็คล้ายมนุษย์ พวกเธอมีชื่อจริง มีนามสกุล มีชื่อเล่น มีวิธีการเขียนที่เป็นสากลเพื่อให้คนที่อ่านชื่อสามารถเข้าใจได้เหมือนกันทั่วโลก
ชื่อจริง นามสกุลจริง ของต้นไม้เรียกว่าชื่อวิทยาศาสตร์ โดยชื่อวิทยาศาสตร์จะสามารถบอกเกี่ยวกับพืชนั้นได้อย่างคร่าวๆอีกด้วย
น้าจูนความจำสั้นนัก การจำชื่อวิทยาศาสตร์ของต้นไม้จึงต้องมีกลโกงเล็กน้อย
ขี้เหล็ก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia siamea
การจดจำในแบบ ขี้เหล็กไทย กลุ่ม cassia พบในประเทศไทย Siam มันยากเกินไปสำหรับน้าจูน
อย่ากระนั้นเลย Cassia siamea อ่านว่า แคสเซีย เสียเมีย(ซึ่งอันที่จริงควรอ่าน ไซเอมเมีย)
ขี้เหล็ก ....เอ่อ อุจจาระเป็นเหล็กเมียเลยทิ้ง เสียเมีย
เท่านั้นน้าจูนก็สามารถจดจำชื่อวิทยาศาสตร์ของขี้เหล็กได้ขึ้นใจจวบจนทุกวันนี้
ดอกหางนกยูงในเดือนเมษาทำให้น้าจูนระลึกถึงต้นขี้เหล็กและหนังสือปกขาวๆแดงๆเล่มที่มีคนให้รูมเมทน้าจูนยืมมาอ่านอีกต่อหนึ่ง
ในครั้งแรกที่อ่านนั้น ไม่นึกนิยมในรสของตัวหนังสือเลยสักนิด
แม้ว่าเป็นมนุษย์ที่พิสมัยตัวหนังสือหลังแผ่นกระดาษและตู้เหล็กสีแดงที่ยืมยิ้มๆอยู่ประปรายข้างถนน
และนายไข่ย้อยเองก็เขียนโปสการ์ดหาดากานดาได้น่ารักน่าหยิกไม่หยอก
ในตอนนั้น น้าจูนรู้สึกไปเองตามประสาสตรีผู้ไม่แนวและนิยมนวนิยายตามแบบแผนว่า เรื่องนี้พระเอกปลื้มอกปลื้มใจไปกับมารยาสาไถของตัวร้าย
ชริ ชริ ก็นุ้ยดูแลกันมากมายถึงขนาดนั้น ไข่ย้อยไหนเลยจะหลุดพ้นกำมือเธอเล่า
ดากานดารึก็ไม่ผิดกับนางเอกของทมยันตี สวย เก่ง เพียงแต่ปากไม่ตรงกับใจเท่านั้นเอง
ว่าแล้วก็คืนหนังสือกลับให้เพื่อนที่ยืมมาอย่างไม่ใยดีและไม่คิดเลยสักนิดว่าควรหามาไว้เป็นของตัวเองสักเล่ม
"ดิฉันไม่นิยมผู้ชายใจโลเลอย่างไข่ย้อยและเกลียดผู้หญิงแบบนุ้ยชะมัด"
ตอบเพื่อนไปแบบน้ำขุ่นๆเมื่อถูกถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือ
น้าจูนในวันนั้น เป็นเด็กผู้หญิงที่เพิ่งข้ามพ้นชั้นมัธยมปลายได้ไม่กี่ปี
อาจจะเป็นเด็กผู้หญิงมุมมองที่คับแคบอยู่สักหน่อย แต่น้าจูนก็ไม่เคยนึกรังเกียจเธอหรอกนะนุ่น
มองกลับไปจากตอนนี้เธอจะดูตลกอยู่บ้างที่ตั้งอกตั้งใจว่าเธอจะเป็นดากานดาเท่านั้น
และจะไม่ยอมเป็นนุ้ยที่ฉวยโอกาสระหว่างทางความรักของใครคู่ไหน
(สังเกตว่าน้าจูนในวัยนั้นคิดเป็นตุเป็นตะตามขนบนวนิยายเป๊ะๆ ซึ่งต้องมีพระเอก นางเอก นางร้ายและจบอย่างแสนสุข)
แต่ไม่เป็นไรเลย ร่องรอยความคิดเล็กๆของเด็กผู้หญิงช่างเอาแต่ใจในวันนั้นก็ก่อร่างสร้างรอยมาเป็นตัวหนังสือของน้าจูนในวันนี้นี่เอง
น้าจูนเกือบลืมหนังสือเล่มนี้ไปแล้วแม้ในวันที่หนังเรื่องเพื่อนสนิทที่สร้างจากบทประพันธ์โด่งดังจนคับประเทศ
....ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหนเสียงเพลงอย่างช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยกระซิบกระซาบมาจากทุกๆทิศ
จนกระทั่งวันหนึ่งไปเจอหนังสือที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตาเล่มนี้บนชั้นหนังสือของใครบางคน
แต่ก็นั่นแหล่ะ น้าจูนลืมไปเสียสนิทว่าครั้งหนึ่งเคยได้อ่านหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว
"กล่องไปรษณีย์สีแดง" อืม คนเขียนหนังสือเล่มนี้ช่างกระไร ใครๆเขาก็เรียกว่าตู้ไปรษณีย์
ยิ่งพลิกดูชื่อคนเขียน อภิชาติ เพชรลีลา ยิ่งเป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคยเลยในสายตานักอ่านไม่เอาไหน
คำโปรยหน้าปกด้านบนว่าเป็นหนึ่งในสามสารคดีที่เข้ารอบรับรางวัล
...สารคดีอะไรกันเล่าที่ดันโปรยปกด้านล่างไว้กระจุ๋มกระจิ๋มว่า รักใสๆที่เดินทาง 1500 กิโลเมตรจากภูเขาถึงทะเล
ว่าแล้วหนังสือเล่มบางๆเล่มนั้นค่อยๆเคลื่อนตัวเองตามแรงโน้มถ่วงของโลกตกปุ๊กลงในกระเป๋าสะพายของน้าจูนชนิดที่นิวตันต้องหันมาค้อนขวั่บๆ
เมื่อแรกเปิดอ่านไปได้สองสามหน้า น้าจูนก็จำได้แล้วว่าเคยอ่านหนังสือเล่มนี้มาก่อน
แต่อารมณ์แอบอ่านจดหมายของคนอื่นนั้นพลุ่งพล่านเสียจนไม่สามารถละสายตาจากแพตัวหนังสือได้
น้าจูนตั้งใจว่าแค่เอาขึ้นมาอ่านสักนิดก่อนเริ่มต้นทำงานที่ตั้งใจว่าจะมาค้นคว้าในห้องสมุด
ไปๆมาๆ น้าจูนก็จมจ่อมอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิมกับหนังสือเล่มเดิมติดต่อกันกว่าชั่วโมง
แม้จะสงสัยตัวเองอยู่ตะหงิดๆว่าแล้วน้าจูนจะพาตัวเองกับหนังสือ(ที่อิ๋บอั๋บว่าเป็น)ของตัวเองมาทำอะไรที่ห้องสมุดตั้งไกลกันนี่
แต่การได้มองย้อนกลับไปดู - - เด็กผู้หญิงน้าจูน - -ในตอนนั้น ทำให้น้าจูนยิ้มให้บ่ายอันอบอ้าวของฤดูร้อนด้วยนัยตาแวววาม
เหมือนกำลังเดินเพลินๆฉิวๆอยู่บนเส้นทางชีวิต
....แล้วจู่ๆก็ชนเข้ากับกล่องไปรษณีย์สีแดงที่วางขวางไว้พอดิบพอดีตรงกลางทาง
รู้สึกงงๆและชะงักเท้าลองเหลียวกลับไปมองถนนเส้นที่ก้าวล่วงมา
อดตื่นใจไม่ได้ว่า ตัวตนของน้าจูนเดินทางมาไกลจากตรงที่เคยยืนอยู่มากมายเพียงไร
และในตอนนี้ สำหรับน้าจูนแล้ว นุ้ย ไข่ย้อย และดากานดา ต่างก็คือคนธรรมดาๆที่มีรักเท่านั้นเอง
บางครั้งความรักก็เป็นเรื่องของจังหวะ ของเวลา เรื่องของฟ้าเรื่องของฝน
....เรื่องใจสองใจ และเรื่องของความลงตัวพอดีของความรู้สึกของคนสองคน
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กสาว บรรดาผู้หญิงมักจะเล่าได้อย่างฉาดฉานว่า "ความรัก" ที่ฝันไว้มีรูปร่างหน้าตาเป็นแบบไหน
แต่หากวันนี้น้าจูนต้องตอบคำถามที่ว่า เพราะเหตุผลอะไรเราถึงรักใครสักคนหนึ่ง
รักเพราะเป็นคนฉลาด รักเพราะเขียนหนังสือเก่ง รักเพราะเป็นคนดี หรือรักด้วยเหตุผลข้อไหน
น้าจูนที่โตเป็นผู้หญิงอายุสามสิบปีก็ไม่อาจจะให้คำตอบอะไรได้สักนิด เกี่ยวกับเหตุผลของความรัก
- - เรารักใครสักคน ก็เพราะเรารัก - -
ในบ่ายวันที่มีแสงแดดจัดจ้า น้าจูน เขียนจดหมายถึงหนูด้วยความรู้สึกรื่นรมย์
และดวงใจในความรักก็เต้นรำช้าๆคลอเพลงหวานกระจ่างที่ได้ยินเพียงเบาๆ
โปสการ์ดหลายแผ่นเดินทางมาถึงมือพร้อมกลิ่นเค็มๆของชายทะเลห่างไกลที่ไหนสักแห่ง
....ใครบางคนผนึกความรู้สึกคิดถึงหนึ่บหนั่บมาในแผ่นกระดาษ
กล่องไปรษณีย์สีแดง คงแอบยิ้มเยาะน้าจูนอยู่ตรงไหนสักแห่งในขณะนี้
เขาคงกำลังคิดกระหยิ่มในใจว่า
"เห็นไหม บอกแล้วว่าสักวันหนึ่งเธอจะตกหลมุรักฉัน"
คิดถึงจ๊ะ
น้าจูน
.
ข้อมูลทางบรรณานุกรม
อภิชาติ เพชรลีลา,กล่องไปรษณีย์สีแดง,ร้านนายอินทร์,2543.